หากมีการอภิปรายเกิดขึ้นจริง ก็ต้องบอกว่า รัฐบาลพร้อมพอสมควรสำหรับการรับมือ โดยวางเกมเอาไว้ทุกด้าน
1.สกัดต้นทางการตรวจสอบจาก กมธ. ชุดที่มี สส.ฝ่ายค้านเป็นประธาน หนักสุด คือ ชุดของ สส.โรม (กมธ.กฎหมายฯ) ซึ่งมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นที่ปรึกษา
2.ลุยฟ้อง สส.ฝ่ายค้าน และสื่อที่ขยายประเด็นของฝ่ายค้าน ทำให้รัฐบาลเสียหาย
ล่าสุด คือ กรณี ศุภชัย ใจสมุทร หัวหน้าทีมกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ประกาศฟ้อง ไอซ์ รักชนก ศรีนอก หลังโพสต์เรื่องพยายามใช้อำนาจประธานสภา จัดระเบียบการทำหน้าที่กรรมาธิการ โดยเจ้าตัวประกาศฟ้องสื่อที่แชร์โพสต์นี้ด้วย
3.ใช้นิติสงครามเล่นงานคนออกมาเปิดข้อมูลลบ ๆ พาดพิงรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีฮั้ว สว. ทั้งอาญาและจริยธรรม
ที่โดนไปแล้ว คือ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำพรรคประชาชน และ “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จากไอลอว์
4.นายกฯ อนุทิน ดักทางอภิปราย สร้างผลงานแบบ “ควิกวิน” เปิด 2 อีเวนต์ในสัปดาห์เดียว คือ “ปราบนอมินี + ประกาศสงครามยาเสพติด” แม้เนื้อหาจะไม่มีอะไรใหม่เลยก็ตาม ยกเว้นวาทกรรม เช่น ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม
เทียบยุค “ลุงตู่” แต่ไม่ดูชั่วโมงซักฟอกรายคน?
หนึ่งในข้อถกเถียงของฝ่ายค้านกับรัฐบาลเรื่องจำนวนวันอภิปราย และจำนวนชั่วโมงในการอภิปรายคือ การเปรียบเทียบกับศึกซักฟอกยุคลุงตู่
ฝ่ายค้าน - อ้างว่ายุคลุงตู่มีอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4 ครั้ง แต่ละครั้งมีจำนวนรัฐมนตรีน้อยกว่าครั้งล่าสุด แต่ได้วันอภิปราย 4 วันทุกครั้ง
รัฐบาล - อ้างว่าแม้จะได้ 4 วัน แต่จำนวนชั่วโมงในการอภิปรายอยู่ที่ 30–40 ชั่วโมง แต่ยุคนี้ใจกว้าง ใจป้ำ ให้ถึง 45–48 ชั่วโมง มากกว่ายุคลุงตู่
นี่คือข้อถกเถียง แต่จากการตรวจสอบพบว่า สิ่งที่รัฐบาลไม่ได้พูดคือ จำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายแต่ละครั้ง และชั่วโมงของการอภิปรายรัฐมนตรีแต่ละคน
ไม่ว่างจริง ๆ หรือชิงจังหวะ เติมภารกิจแน่น ๆ?
เหตุผลที่รัฐบาลไม่ยอมเลื่อนวันอภิปราย และพยายามล็อกวันว่าให้แค่ 3 วัน “ปลายเดือนตุลาคม” ก็เพราะอ้างว่า ตลอดเดือนพฤศจิกายนไม่มีวันว่างอีกแล้ว ซึ่งข้อมูลแบบละเอียดมาจากคนในรัฐบาล ซึ่งก็ปรากฏว่า เดือนหน้ามีภารกิจแน่นจริง ๆ
เหตุผลฝ่ายค้าน ยอมเหลือ 4 วัน แต่ต้องหั่นขุนพล
แต่ถ้าย้อนไปฟังสัมภาษณ์ของประธานโสภณ ซารัมย์ บอกว่า หลังฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ ได้มาคุยกับท่านประธานโสภณต่อ พร้อมยื่นข้อเสนอว่า หากได้อภิปรายช่วงเดือนพฤศจิกายน จะยอมลดเวลาเหลือ 4 วัน แต่ถ้าจะอภิปรายสัปดาห์หน้า ต้องขอ 5 วัน
เรื่องนี้กลายเป็นคำถามว่า เหตุผลคืออะไร?
แหล่งข่าวจากพรรคฝ่ายค้านเผยว่า มี สส. ลงชื่อแสดงความจำนงในการอภิปรายไว้แล้วจำนวนมาก และยังเตรียมข้อมูลไว้พร้อมหมดแล้ว หากจะลดวันอภิปรายลง ก็ต้องไปพูดคุย เจรจา และทำความเข้าใจกันใหม่ ตัดลดผู้อภิปรายออกบางส่วน ซึ่งต้องใช้เวลา
จึงเป็นที่มาของการยืนยันว่า ถ้าอภิปรายสัปดาห์หน้า ขอ 5 วัน แต่ถ้าเดือนพฤศจิกาฯ ทอดเวลาออกไป ก็พอจะลดเหลือ 4 วันได้อยู่
9–12 พ.ย. ลุ้นห้วงสุดท้าย...เปิดหรือปิดอภิปราย
หากดูจากตารางของรัฐบาลจะพบว่า ยังเหลือห้วงเวลาที่ยังไม่มีภารกิจใหญ่ ๆ ชัดเจน คือ วันที่ 9–12 พฤศจิกายน เป็นวันจันทร์ถึงพฤหัสฯ 4 วันพอดี พอวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน ก็ลงมติตอนเช้า และนายกฯ ไปต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีนที่จะเดินทางเยือนไทย
ส่วนการประชุม ครม. ในสัปดาห์นั้น อาจต้องไปประชุมกันที่สภา และตัดระเบียบวาระการประชุมให้เหลือน้อยที่สุด
สัปดาห์นี้น่าจะเป็นสัปดาห์เดียวที่อภิปรายได้ในสมัยประชุมนี้ ต้องรอลุ้นว่าจะตกลงกันได้จริงหรือไม่