เนชั่นทีวี

ข่าว

สรุปสงครามตะวันออกกลาง สหรัฐฯ รับเจรจาอิหร่านยาก ฮอร์มุซยังปิด

21 ต.ค. 2569 | apirak_pra

สรุปสงครามตะวันออกกลาง สหรัฐฯ รับเจรจาอิหร่านยาก ฮอร์มุซยังปิด

สรุปสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางรอบวัน สหรัฐฯ ชี้ดีลสันติภาพ "เตหะราน" สุดยากเย็น อิหร่านลั่นปิดตายช่องแคบฮอร์มุซต่อหากสหรัฐฯ ไม่ยอมรับเงื่อนไข ดันน้ำมันดิบโลกพุ่งแตะ 110 ดอลลาร์ ขณะที่สมรภูมิเยเมน-กาซาวิกฤตหนัก

สรุปสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางรอบวัน สหรัฐฯ ชี้ดีลสันติภาพ "เตหะราน" สุดยากเย็น อิหร่านลั่นปิดตายช่องแคบฮอร์มุซต่อหากสหรัฐฯ ไม่ยอมรับเงื่อนไข ดันน้ำมันดิบโลกพุ่งแตะ 110 ดอลลาร์ ขณะที่สมรภูมิเยเมน-กาซาวิกฤตหนัก

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ ยอมรับว่าการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านเป็นเรื่องยากลำบาก และจะยังคงใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อไป
  • อิหร่านยืนยันที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะยอมรับเงื่อนไข และเรียกร้องให้ยกเลิกการคว่ำบาตรทั้งหมดก่อนการเจรจา
  • ผลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง

สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องรอบวัน โดย นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านเป็นเรื่องที่ "ยากลำบากอย่างยิ่ง" และสหรัฐฯ จะยังคงเดินหน้าใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อไป จนกว่ารัฐบาลเตหะรานจะยุติการพุ่งเป้าโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สหรัฐฯ จะไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ ที่เปิดทางให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อย่างเด็ดขาด ขณะที่ นายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุระหว่างเยือนอิสราเอลว่า วอชิงตันพร้อมยกระดับปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมหากจำเป็น

 

ด้าน นายอับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน แถลงตอบโต้อย่างแข็งกร้าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคง "ปิดทำการต่อไป" จนกว่าสหรัฐฯ จะยอมรับเงื่อนไข 7 ข้อของเตหะราน โดยยืนยันว่าการเจรจาทางอ้อมผ่านปากีสถานและกาตาร์ยังคงดำเนินอยู่ แต่นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ย้ำชัดว่า สหรัฐฯ ต้องยกเลิกการคว่ำบาตรและแรงกดดันทั้งหมดก่อน เนื่องจากอิหร่านหมดความไว้วางใจต่อสหรัฐฯ พร้อมปฏิเสธข้อเสนอที่จะให้โอนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงราว 400 กิโลกรัมไปอยู่ในการดูแลของรัสเซีย

ผลพวงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและภัยคุกคามต่อเส้นทางเดินเรือ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ในตลาดโลกพุ่งทะยานแตะระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้นแตะ 99 ดอลลาร์ โดยกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่รายงานตัวเลขขาดดุลการค้าช่วงครึ่งปีแรกพุ่งสูงถึง 2.81 ล้านล้านเยน (ราว 1.78 หมื่นล้านดอลลาร์) จากภาระการนำเข้าน้ำมันดิบที่แพงขึ้น ท่ามกลางรายงานว่าการส่งออกน้ำมันของกลุ่มอ่าวอาหรับต้องหันไปพึ่งพาท่อส่งน้ำมันทางบกผ่านซาอุดีอาระเบียและยูเออีแทน

 

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณพรมแดนเริ่มขยายวง เมื่อรัฐบาลอิรักภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อาลี อัล-ไซดี มีคำสั่งปิดด่านพรมแดน "อัล-ชีบ" (Al-Sheeb) ที่เชื่อมต่อกับอิหร่านอย่างไม่มีกำหนด พร้อมเตรียมทยอยปิดด่านพรมแดนอื่นๆ เพิ่มเติม ด้านสหราชอาณาจักรประกาศส่งเครื่องบินขับไล่ RAF Typhoon และที่ปรึกษาทางทหารไปยังซาอุดีอาระเบียเพื่อช่วยป้องกันภัยคุกคามทางอากาศ หลังระบบป้องกันภัยทางอากาศของซาอุฯ ต้องยิงสกัดโดรนโจมตีระลอกใหม่ในพื้นที่มาดีนะฮ์และภาคตะวันออก

ในส่วนของสมรภูมิเยเมน กองทัพรัฐบาลเยเมนเปิดเผยว่า สามารถสังหารและสกัดนักรบฮูตีได้ราว 200 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ทว่าสถานการณ์ในเขตปกครองทาอิซ (Taiz) ยังคงเข้าสู่วิกฤตมนุษยธรรมขั้นเลวร้าย หลังกลุ่มฮูตีปิดล้อมเส้นทางสัญจรเชื่อมต่อเมืองเอเดน ส่งผลให้ประชาชนกว่า 3 ล้านคน รวมถึงเด็กกว่า 1.6 ล้านคน ขาดแคลนน้ำดื่ม อาหาร และยารักษาโรคอย่างรุนแรง โดยองค์กรสิทธิฯ ระบุว่าฮูตีได้ละเมิดยิงขีปนาวุธและปืนใหญ่ถล่มเขตชุมชนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บอีก 26 ราย

 

ปิดท้ายด้วยสถานการณ์ในฉนวนกาซา กระทรวงสาธารณสุขกาซาออกแถลงการณ์เตือนภัยขั้นวิกฤตว่า เชื้อเพลิงสำหรับเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตามโรงพยาบาลต่างๆ ได้หมดลงโดยสิ้นเชิง ซึ่งกำลังนำไปสู่การล่มสลายของระบบสาธารณสุขและแผนกช่วยชีวิตฉุกเฉิน ขณะที่โครงการอาหารโลก (WFP) ต้องปรับลดความช่วยเหลือทางด้านอาหารลงอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้พลัดถิ่นกว่า 500,000 คน ที่กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง

ข่าวล่าสุด