ยันไม่ได้รับสัญญาณปรับ ครม. หรือเปลี่ยนกระทรวงเกษตรฯ
เมื่อถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้พรรคกล้าธรรมออกมาแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าสนใจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะส่งแรงกระเพื่อมทำให้เกิดความสั่นคลอนกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ตนเพิ่งประชุมกับภาคส่วนต่าง ๆ โดยพยายามใช้ผลงานและกลไกการขับเคลื่อนที่เป็นเอกภาพ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าเราทำงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่ายังไม่ได้รับสัญญาณว่าจะมีการปรับเปลี่ยนกระทรวงแต่อย่างใด
เมื่อถามย้ำว่า ประเด็นนี้จะไม่กลายเป็นเงื่อนไขในการต่อรองสมการทางการเมืองใช่หรือไม่ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน หัวเราะก่อนกล่าวว่า ไม่น่าเป็น เพราะตนยังไม่ได้รับการทาบทามเรื่องนี้ สิ่งที่รับทราบมาคือต้องทำหน้าที่ในกระทรวงที่กำกับดูแลให้ดีที่สุด ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อสักครู่ก็ได้มีการพูดคุยกันในหลากหลายเรื่อง ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็จะมีการประชุมเรื่องผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันดำเนินไปได้ด้วยดี และกำลังพยายามทำเรื่อง Universal Design เพื่อเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว ส่วนด้านการศึกษากระทรวง อว. ก็ขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ด้านกระทรวงแรงงานเองก็มีกฎหมายหลายฉบับที่ผ่านและเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว จึงเชื่อว่าประชาชนอยากเห็นการทำงานอย่างต่อเนื่อง
ย้ำแยกการร่วมรัฐบาลกับการทำงาน ลั่นประชาชนคือผู้ตัดสิน
ส่วนกรณีที่ รองศาสตราจารย์ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ออกมาระบุว่าหากพรรคกล้าธรรมรวมตัวกับพรรคภูมิใจไทย จะส่งผลให้พรรคเพื่อไทยไร้แต้มต่อทางการเมืองนั้น ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน มองว่า การทำงานอย่างมีเสถียรภาพถือเป็นจุดสำคัญ เรื่องการร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วมรัฐบาลต้องแยกออกจากกัน เพราะวันนี้เราเป็นรัฐบาลอยู่แล้ว ทำงานอยู่แล้ว และเป็นรัฐมนตรีอยู่แล้ว จึงต้องทำงานให้ดีที่สุด ส่วนคนที่จะตัดสินใจว่าจะให้เราอยู่ต่อหรือไม่ คือประชาชนที่จะพิจารณาจากผลงาน
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันได้ชวนให้รัฐมนตรีแต่ละคนร่วมกันแสดงผลงานต่าง ๆ โดยก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยได้แถลงผลงานของ 5 กระทรวงในรอบ 3 เดือนไปแล้วว่าได้ทำอะไรไปบ้าง และในรอบ 6 เดือน รัฐมนตรีแต่ละท่านก็ได้แถลงย่อยกันไปแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าเราไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่เป็นการทำงานร่วมกับประชาชนและหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ อย่างมีเอกภาพ