เนชั่นทีวี

ข่าว

เจาะลีลา “นายกฯหนู” แฟนคลับอู้ฮู - กูรูส่ายหน้า?

19 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

เจาะลีลา “นายกฯหนู” แฟนคลับอู้ฮู - กูรูส่ายหน้า?

แฟนคลับอู้ฮู-กูรูส่ายหน้า! เจาะลีลาตอบคำถาม "นายกฯอนุทิน" ปมแบล็กลิสต์สหรัฐฯ และคดีฮั้ว สว. นักรัฐศาสตร์เตือนระวัง "พวกมากลากไป" ชี้ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องมีหลักนิติธรรมและเคารพเสียงข้างน้อย

แฟนคลับอู้ฮู-กูรูส่ายหน้า! เจาะลีลาตอบคำถาม "นายกฯอนุทิน" ปมแบล็กลิสต์สหรัฐฯ และคดีฮั้ว สว. นักรัฐศาสตร์เตือนระวัง "พวกมากลากไป" ชี้ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องมีหลักนิติธรรมและเคารพเสียงข้างน้อย

KEY

POINTS

  • ลีลาการตอบคำถาม: นายกฯอนุทิน ตอบโต้ปมแบล็กลิสต์อดีต รมต. และคดีฮั้ว สว. โดยย้ำว่าเสียงข้างมากต้องเป็นฝ่ายชนะตามกฎหมาย
  • เสียงสะท้อนจากสังคม: ถือเป็นคำตอบที่ถูกใจแฟนคลับภูมิใจไทย แต่ถูกมองว่าเป็นการปัดความรับผิดชอบและมองข้ามหลักนิติธรรม
  • ข้อเตือนใจทางรัฐศาสตร์: นักวิชาการย้ำว่า เสียงข้างมากไม่ใช่ความถูกต้องเสมอไป ต้องมีระบบตรวจสอบ (Check & Balance) และเคารพเสียงข้างน้อย

19 กันยายน 2569 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อสไตล์การตอบคำถามของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งสร้างความพอใจให้แฟนคลับ แต่กลับสร้างข้อกังขาให้แก่นักวิชาการและสังคมในมิติของหลักนิติธรรม

 

การตอบคำถามของนายกฯอนุทิน โดยเฉพาะในประเด็นแหลมคมทางการเมืองที่พุ่งเข้ามาตัวเอง รัฐบาลที่ตัวเองเป็นหัวหน้า และพรรคภูมิใจไทยที่ตัวเองสังกัด ต้องบอกว่า...

 

ถ้าเป็นแฟนคลับสีน้ำเงิน ก็จะรู้สึกสะใจ

 

แต่ถ้าไม่ใช่แฟนสีน้ำเงิน ก็จะรู้สึกว่า “ตอบแบบนี้ก็ได้เหรอ”

 

อย่างเมื่อวาน( 18 ก.ย.69) ตอบคำถามเรื่อง คุณวรภัค ธันยาวงษ์​ ถูกกรรมาธิการของสภาคองเกรสสหรัฐฯ เสนอให้คว่ำบาตร ขึ้นแบล็กลิสต์ นายกฯอนุทิน บอกแค่ว่า “ไม่ใช่รัฐบาลนี้”

 

คำตอบของนายกฯ ก็ไม่ได้ผิด แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่า “ตอบแบบนี้ก็ได้เหรอ” เหมือนผลักทุกอย่างออกจากตัว ทั้งๆ ที่ คุณวรภัค เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 1 เป็นทีมเศรษฐกิจคนแรกๆ ที่ไปเปิดตัวที่พรรคภูมิใจไทยอย่างยิ่งใหญ่ และนายกฯพูดอย่างปลื้มใจว่า ไปชวนมาเอง รู้จักกันมานาน 30 ปี

 

แต่ท่านไม่รู้เลยหรือว่า คุณวรภัค ถูกท้วงติง ตั้งคำถามอะไรบ้าง ซึ่งตอนนั้นก็มีผู้หวังดีช่วยเตือน และต่อมาก็มีหลักฐานออกมาจริงๆ จนเจ้าตัวต้องลาออก และอีก 1 ปีต่อมา ก็มาโดนมาตรการของสหรัฐฯ

 

ล่าสุด ท่านตอบคำถามเรื่องคดีฮั้ว สว. ซึ่งแม้ กกต.เสียงข้างมากจะลงมติว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยว แต่ กกต.เสียงข้างน้อย กลับมองตรงกันข้าม และได้รับการขานรับจากหลายฝ่ายว่าเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น

 

แต่นายกฯ ตอบกลับ แบบไม่แคร์ว่า “ไม่มีกฎหมายข้อใดเขียนให้เสียงข้างน้อยชนะ ไม่ว่าจะเป็น กกต. องค์กรอิสระ หรือ ครม.”

 

ตอบแบบนี้ แฟนคลับสะใจแน่ แต่คนที่ไม่ใช่แฟน คงอยากหาคนมาทำหน้าที่แทนท่านนายกฯคนนี้

ผ่าหลักประชาธิปไตย ไม่ได้ยึดแค่เสียงข้างมาก

ประเด็น “เสียงข้างมากต้องชนะเสมอ”  หรืออาจจะตีความจากคำสัมภาษณ์ของนายกฯว่า “เสียงข้างมากต้องถูกเสมอ” กลายเป็นประเด็นที่ต้องตั้งคำถามย้อนกลับได้เหมือนกันว่า “มันใช่อย่างนั้นจริงๆ หรือ”

หลายเรื่อง เสียงข้างมากชนะในสภา แต่ไปแพ้ในอีกขั้นตอนหนึ่ง

หลายเรื่อง เสียงข้างมากไม่ได้ถูกต้อง เพราะโดนองค์กรตรวจสอบที่เหนือขึ้นไป ชี้ว่า “ผิด”

 

ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน ก็เช่น การตราพระราชกำหนดในช่วงปลายรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นการตราพระราชกำหนดเพื่อเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายปราบปรามการซ้อมทรมาน โดยอ้างว่าไม่มีความพร้อมเรื่องอุปกรณ์บันทึกภาพขณะจับกุม

 

การตราพระราชกำหนดฉบับนี้ ถูกคัดค้านจากหลายฝ่าย แม้จะยังไม่ถึงขั้นโหวตในสภา เพราะมีคนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็ต้องถือว่า รัฐบาลมีเสียงข้างมาก ก็ลากไป คือ ลากการออกพระราชกำหนดไปจนได้

สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การออกพระราชกำหนดไม่ชอบด้วยกฎหมาย จริงๆ แล้วรัฐบาลต้องลาออก แต่ตอนนั้นเป็นรัฐบาลรักษาการ จึงทำเฉยๆ ลืมๆ กันไป

 

นี่คือตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า ผู้มีเสียงข้างมาก ไม่ได้ทำถูกเสมอไป เพราะการใช้ “พวกมากลากไป” ย่อมไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ทุกคนปรารถนา ด้วยเหตุนี้ การใช้อำนาจของเสียงข้างมาก ไม่ว่าจะลงมติอะไรก็ตาม ต้องมีหลักนิติธรรม และความชอบด้วยกฎหมายประกอบไปด้วย

 

แม้แต่การออกมติคณะรัฐมนตรีตามที่นายกฯอนุทินพูด ทุกเรื่องออกโดยเสียงข้างมาก แต่ไม่ได้หมายความว่า เสียงข้างมากจะชนะเสมอไป เพราะเมื่อถูกตรวจสอบโดยศาล หรือองค์​กรอิสระ เสียงข้างมากกลายเป็นฝ่ายผิด ต้องติดคุกก็เคยมีมาแล้ว

 

เช่น คดีหวยบนดิน หรือคดีแปลงสัญญาสัมปทานดาวเทียม ในยุครัฐบาลไทยรักไทยในอดีต

 

ด้วยเหตุนี้ สิ่งหนึ่งที่จะลืมไม่ได้เลยในระบอบประชาธิปไตย ก็คือ การให้เกียรติและเคารพเสียงข้างน้อย เพราะจริงๆ แล้ว เสียงข้างน้อยอาจเป็นฝ่ายถูกในที่สุดก็ได้ ทั้งในทางกฎหมายและความรู้สึก

 

ระวัง “พวกมากลากไป” เจอ Check & Balance

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เชษฐา ทรัพย์เย็น ในฐานะนักรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นว่า ปัญหาในเชิงจริยธรรมทางการเมือง ต้องตั้งคำถามว่า “ความถูกต้อง” วัดจากอะไร สิ่งที่เป็นรูปธรรมที่สุด คือ กฎหมาย

 

แต่คดี ฮั้ว สว. ต้องพิจารณาว่า มติ กกต.ถือเป็นที่สุดแล้วหรือยัง สถานะของคดี ณ เวลานี้ ในชั้น กกต. เสียงข้างมากสรุปแบบนี้ ก็ต้องถือว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีความผิด แต่คดียังไปต่อที่ชั้นศาลฎีกา ก็ต้องรอฟังการพิจารณาในชั้นศาลฎีกาว่าบทสรุปสุดท้ายจะเป็นอย่างไร เพราะในระบอบประชาธิปไตยมีระบบ Check and Balance ทุกขั้นตอน

 

ฉะนั้น หากให้ตอบตามหลักการ โดยไม่อิงกระแส ก็ต้องตอบว่า “เสียงข้างมาก ไม่ได้ถูกและชนะเสมอไป แต่อาจจะถูกกฎหมาย ณ เวลาหนึ่ง” แต่ฝ่ายที่ถือเสียงข้างมากก็ต้องระมัดระวังสิ่งที่เรียกว่า “พวกมากลากไป” การลงมติต่างๆ ไม่ว่าจะในสภา หรือในองค์กรอิสระ จึงต้องพิจารณาให้ดี นอกจากตัวบทกฎหมายแล้ว ยังต้องยึดหลักนิติรัฐ และนิติธรรมด้วย

ข่าวล่าสุด