นายพิธา กล่าวต่อว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ หากนายเดชรัตได้รับเลือกตั้ง จะเปรียบเสมือน “โดมิโนตัวแรก” หลังจากที่ผู้สนับสนุนเผชิญความผิดหวังทางการเมืองจากการยุบพรรคก้าวไกล ส่วนตัวเลขที่ กกต. คาดการณ์ผู้ออกมาใช้สิทธิไว้ที่ประมาณ 45% นั้น ตนมองว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำเกินไป ประชาชนชาวนนทบุรีต้องออกมาใช้สิทธิมากกว่า 50% เพื่อแสดงพลังและรักษาสิทธิเสียงของตนเอง ขอทุกคนอย่าเพิ่งหมดหวัง
ด้าน นายเดชรัต กล่าวระหว่างการหาเสียงว่า ตนมีเป้าหมายที่จะพัฒนาจังหวัดให้เป็น “นนทบุรีที่น่าอยู่ นนทบุรีที่นำหน้า และนนทบุรีที่เป็นของทุกคน” อย่างแท้จริง หากได้รับเลือกตั้ง งบประมาณ อบจ.นนทบุรี ประมาณ 3,200 ล้านบาทต่อปี จะต้องถูกใช้อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเสนอและจัดทำโครงการ
“เราเตรียมแผนงานสำหรับ 100 วันแรกไว้แล้ว ครอบคลุมการดูแลสุขภาพจิตของนักเรียน ครู และครอบครัว การเตรียมรับสถานการณ์น้ำเค็มหนุนสูง การกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในจังหวัด ตลอดจนมาตรการรับมือฝุ่น PM2.5 และการช่วยเหลือเกษตรกรลดการเผาโดยไม่เพิ่มต้นทุน นอกจากนี้ ตนยังมีแผนจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้ครอบครัวสามารถฝากดูแลผู้สูงอายุในช่วงที่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศได้ นโยบายเหล่านี้พร้อมดำเนินการได้ทันทีหากได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาบริหาร อบจ.นนทบุรี” นายเดชรัต กล่าวทิ้งท้าย