กองทัพอิสราเอล เปิดเผยว่า ทหารอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินในพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ในฉนวนกาซาเมื่อวันพุธ (19 มีนาคม) เพื่อขยายเขตความมั่นคง และสร้างแนวกันชนชั่วคราวระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ของฉนวนกาซา โดยทหารขยายการควบคุมพื้นที่ลึกเข้าไปในระเบียงเน็ตซาริม ที่เป็นแนวแบ่งระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ของฉนวนกาซา
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นโจมตีภาคพื้นดินครั้งแรกหลังข้อตกลงหยุดยิงเฟสแรกระหว่างอิสราเอลและฮามาสสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 1 มีนาคม และสองฝ่ายยังตกลงกันไม่ได้เรื่องการขยายเวลาหยุดยิง โดยอิสราเอลยืนยันให้หยุดยิงอีก 6 สัปดาห์ภายใต้ข้อตกลงเฟสแรก ขณะที่ฮามาสต้องการให้มีข้อตกลงหยุดยิงเฟสสอง
กองทัพอิสราเอลกลับมาเริ่มโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงเมื่อวันอังคารและต่อเนื่องในวันพุธ หลังจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศกลับมาสู้รบต่ออย่างเต็มกำลัง และการเจรจาหยุดยิงใด ๆ จะดำเนินควบคู่กันไประหว่างการสู้รบ พร้อมกับกล่าวหาว่า ฮามาสปฏิเสธทุกข้อเสนอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อิสราเอลประกาศด้วยว่า การโจมตีในขณะนี้พุ่งเป้ากดดันให้ฮามาสปล่อยตัวประกันที่เหลือ 59 คน ซึ่งคาดว่า 24 คนอาจเสียชีวิตแล้ว หลังจากถูกจับตัวไปฉนวนกาซาเมื่อเดือนตุลาคม 2566
ขณะที่ฮามาส ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่า การโจมตีของอิสราเอลเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่อันตราย และยืนยันว่า ฮามาสยังยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามกับอิสราเอลเมื่อเดือนมกราคม
นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขของฉนวนกาซา รายงานว่า ผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในช่วง 2 วันเพิ่มขึ้นเป็น 436 คน ซึ่งรวมถึงเด็ก 183 คน
การโจมตีครั้งใหม่ของอิสราเอลสร้างความโกรธแค้นให้กับครอบครัวของตัวประกัน และมีผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาชุมนุมที่ด้านนอกรัฐสภาเมื่อวันพุธ เพื่อแสดงความไม่พอใจที่เนทันยาฮูเลือกเดินหน้าการสู้รบเพียงเพื่อรักษาพรรคร่วมรัฐบาล และให้ความสำคัญกับการอยู่รอดทางการเมืองของตัวเองเหนือกว่าความมั่นคงของประเทศ และชีวิตของตัวประกันอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา