ย้อนไทม์ไลน์เหตุป่วนใต้รุนแรงใน 1 เดือน พบปืน 2 กระบอก โยง 11 คดี
19 ก.ย. 2569 | prisana_tha

ย้อนไทม์ไลน์เหตุการณ์ความรุนแรงชายแดนใต้ในรอบ 1 เดือน กอ.รมน.ภาค 4 พบอาวุธปืน 2 กระบอก เชื่อมโยงกับ 11 คดีรุนแรง
ข่าว
19 ก.ย. 2569 | prisana_tha

ย้อนไทม์ไลน์เหตุการณ์ความรุนแรงชายแดนใต้ในรอบ 1 เดือน กอ.รมน.ภาค 4 พบอาวุธปืน 2 กระบอก เชื่อมโยงกับ 11 คดีรุนแรง
KEY
POINTS
เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐ ระดมสมองและสรรพกำลัง ใช้ไม้นวมไม้แข็ง ก็ไม่มีทีท่าจะสงบลงโดยง่าย โดยล่าสุดเมื่อ 18 กันยายน 2569 เกิดเหตุลอบวางระเบิด และยิงซ้ำใส่รถบรรทุก 6 ล้อ ของเจ้าหน้าที่ อส. สุคิริน ที่นราธิวาส ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ณ บ้านบารูกายาอิง ต.ร่มไทร อ.สุคิริน จ. นราธิวาส ส่งผลให้มีกำลังพล เสียชีวิต 2 นาย และ บาดเจ็บ 16 ราย
จากการตรวจสอบเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม-19 กันยายน 2569 พบเหตุรุนแรงหลายครั้ง ทั้งการวางเพลิง วางระเบิด และโจมตีเป้าหมายของเจ้าหน้าที่ ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดเผยผลตรวจสอบอาวุธปืนจากเหตุปะทะบนเทือกเขาตะเว พบเชื่อมโยงเหตุความรุนแรงในพื้นที่รวม 11 คดี
- 22 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุป่วนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมกัน ทั้งการเผา วางระเบิด และเผายางรถยนต์ รวม 51 จุด แบ่งเป็น จ.นราธิวาส 22 จุด จ.ยะลา 18 จุด และ จ.ปัตตานี 11 จุด
- 28 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุลอบวางเพลิงอาคารที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลสาคอบน อ.มายอ จ.ปัตตานี ขณะที่พื้นที่ อ.ยะรัง พบการเผายางรถยนต์ 2 จุด
- 29 สิงหาคม 2569 คนร้ายพร้อมอาวุธสงครามบุกเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้าโกลบอล เฮ้าส์ สาขาปัตตานี ก่อนวางระเบิด 3 ลูก และนำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างประกอบระเบิด หรือ “โชเล่ย์บอมบ์” เข้ามาเตรียมก่อเหตุ
- 3 กันยายน 2569 เกิดเหตุลอบวางระเบิดบริเวณแผงโซลาร์เซลล์ของโรงงานสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ บ้านบาตัน ต.ดอน อ.เมือง จ.ยะลา
- 10 กันยายน 2569 คนร้ายลอบวางระเบิดรถจักรยานยนต์ ริมถนนสายนราธิวาส-ปัตตานี แรงระเบิดเกิดขึ้นขณะรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มายอ ผ่านพื้นที่
- 16 กันยายน 2569 คนร้ายลอบเผาทำลายกล้องวงจรปิด ในพื้นที่ 7 จุด ใน ต.ดอนไทร และ ต.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ส่งผลให้กล้องได้รับความเสียหายรวม 23 ตัว
- 18 กันยายน 2569 เกิดเหตุลอบวางระเบิดรถบรรทุก 6 ล้อของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (อส.) สุคิริน บนถนนในพื้นที่ ต.ร่มไทร อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ อส. เสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บ 16 นาย
พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายเข้าบังคับใช้กฎหมายบนเทือกเขาตะเว บริเวณรอยต่อ ต.บองอ อ.ระแงะ กับ ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2569 จนผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย คือ นายอูเช็ง เจ๊ะมิง และ นายอูเซ็ง มามะ พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนได้ 2 กระบอก
ผลตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และประวัติคดี พบว่าอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอก เคยถูกนำไปใช้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 เหตุการณ์
-อาวุธกระบอกแรกเป็นปืนเล็กกล AK102 ขนาด 5.56 มม. หมายเลขประจำปืนถูกขูดลบ พบข้อมูลเชื่อมโยง 5 เหตุการณ์ ได้แก่ เหตุยิงประชาชนเสียชีวิต 2 ราย ใน อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 , เหตุพยายามปล้นทรัพย์และยิงข่มขู่เจ้าของร้านขายของชำใน อ.แว้ง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 , เหตุลอบยิงฐานปฏิบัติการ มว.ฉก.นปพ.นราธิวาส 31 เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2566 , เหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่ อส.ชคต.เกียร์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2568 และเหตุวันที่ 9 กันยายน 2569 พบอาวุธปืนกระบอกนี้อยู่ข้างศพผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการบนเทือกเขาตะเว
-อาวุธกระบอกที่ 2 เป็นปืนเล็กกล M16 ขนาด 5.56 มม. หมายเลขประจำปืน 9116930 ตรวจสอบพบว่าเป็นปืนที่ถูกปล้นชิงไปจากเหตุโจมตีฐานปฏิบัติการพระองค์ดำ กองร้อยทหารราบที่ 15121 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2559
จากการตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงปืนกระบอกดังกล่าวกับเหตุรุนแรง 6 เหตุการณ์ ได้แก่ เหตุลอบยิงบนเทือกเขาตะเว วันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2563 , เหตุลอบยิงฐานปฏิบัติการ ชป.จรยุทธ์ ร้อย.ทพ.4514 อ.ตากใบ วันที่ 3 สิงหาคม 2564 ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 4 นาย , เหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ต.บองอ อ.ระแงะ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 , เหตุลอบวางระเบิดและยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน ฉก.ทพ.48 วันที่ 9 มีนาคม 2567 , เหตุลอบยิงและขว้างระเบิดใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย และ เหตุวันที่ 9 กันยายน 2569 ตรวจยึดปืนได้ข้างศพผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการบนเทือกเขาตะเว
พ.อ.เอกวริทธิ์ ระบุว่า ผลตรวจพิสูจน์อาวุธปืนและปลอกกระสุนถือเป็นข้อมูลสำคัญในการเชื่อมโยงพยานหลักฐาน เพื่อคลี่คลายคดีความรุนแรงที่เกิดขึ้นในอดีต โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวน เพื่อขยายผลตามกฎหมายต่อไป