เนชั่นทีวี

Business

"คลองหลวง" จากพื้นที่รอบกรุง สู่ทำเลที่ Developer จับตามอง

20 ก.ย. 2569 | apirak_pra

"คลองหลวง" จากพื้นที่รอบกรุง สู่ทำเลที่ Developer จับตามอง

เจาะลึกพฤติกรรมเมือง: เมื่อ "คลองหลวง" โซนตอนเหนือของกรุงเทพฯ กำลังขยับฐานะสู่ฮับเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่

เจาะลึกพฤติกรรมเมือง: เมื่อ "คลองหลวง" โซนตอนเหนือของกรุงเทพฯ กำลังขยับฐานะสู่ฮับเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่

KEY

POINTS

  • คลองหลวงได้เปลี่ยนจากพื้นที่ชานเมืองสู่ทำเลเศรษฐกิจศักยภาพสูง จากการเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางนวัตกรรม (อุทยานวิทยาศาสตร์), เมืองมหาวิทยาลัย และนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ทำให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยสูงและต่อเนื่อง
  • การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้มส่วนต่อขยาย (รังสิต-มธ.ศูนย์รังสิต) เป็นปัจจัยสำคัญที่เชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองและกระตุ้นมูลค่าอสังหาริมทรัพย์
  • ทำเลคลองหลวงดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่จากภาคเอกชน เช่น โครงการมิกซ์ยูส Central M ของ CPN และมีอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม (Rental Yield) ที่สูงถึง 5.0% - 6.85% ต่อปี

หากเอ่ยถึง “อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี” ในภาพจำของคนเมื่อสิบกว่าปีก่อน หลายคนคงนึกถึงภาพของพื้นที่เกษตรกรรม ผืนนาอันกว้างใหญ่ หรือเมืองชานเมืองที่ผู้คนใช้เป็นเพียงพื้นที่นอนหลับพักผ่อน (Bedroom Community) ก่อนจะเดินทางเข้าไปทำงานในใจกลางกรุงเทพมหานคร

 

ทว่าในปัจจุบัน กรอบความคิดเดิมๆ นั้นกำลังถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ด้วยอิทธิพลของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ การขยายตัวของผังเมือง และการไหลเข้าของทุนภาคเอกชน ได้เปลี่ยนผ่านกรุงเทพฯ และปริมณฑลจากระบบเมืองศูนย์กลางเดียว (Single-Core City) ไปสู่ “ระบบเมืองหลายศูนย์กลาง” (Polycentric City) ส่งผลให้คลองหลวงยกระดับตัวเองขึ้นเป็นย่านเศรษฐกิจ นวัตกรรม และที่อยู่อาศัยที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่ง จนกลายเป็นทำเลทองที่บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) ระดับแนวหน้าของประเทศกำลังจับตามองอย่างไม่วางตา

"คลองหลวง" จากพื้นที่รอบกรุง สู่ทำเลที่ Developer จับตามอง

พลวัตทางเศรษฐกิจ: ขุมพลัง 3 เสาหลักที่ทรงอิทธิพล

 

จุดเด่นเฉพาะตัวที่ทำให้คลองหลวงมีความแตกต่างจากพื้นที่รอบนอกอื่นๆ คือการเป็นศูนย์รวมของระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งถึง 3 มิติ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนดีมานด์ที่อยู่อาศัยอย่างสม่ำเสมอ

  • ศูนย์กลางนวัตกรรมและวิจัยระดับชาติ: คลองหลวงเป็นที่ตั้งของ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (Thailand Science Park) ภายใต้ สวทช. ซึ่งเป็นนิคมวิจัยเอกชนแห่งแรกของไทย ครอบคลุมศูนย์วิจัยแห่งชาติถึง 4 แห่ง (BIOTEC, MTEC, NECTEC, NANOTEC) ร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำกว่า 60 บริษัท รวมถึงพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ก่อให้เกิดกลุ่มบุคลากรนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญที่มีรายได้และกำลังซื้อสูงในพื้นที่

  • เมืองมหาวิทยาลัย (University Town): ทำเลนี้เป็นศูนย์รวมของสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำระดับประเทศ ทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และสถาบัน AIT ทำให้มีความหนาแน่นของประชากรวัยหนุ่มสาวและบุคลากรทางการศึกษา เกิดเป็น Resilient Demand หรืออุปสงค์ความต้องการที่อยู่อาศัยที่เสถียรและหมุนเวียนใหม่ในทุกๆ ปี

  • นิคมอุตสาหกรรมครบวงจร: การดำรงอยู่ของนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งเป็นฐานการผลิตระดับโลก ได้สร้างการจ้างงานมหาศาล เชื่อมโยงความต้องการที่อยู่อาศัยตั้งแต่ระดับพนักงานปฏิบัติการไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง

"คลองหลวง" จากพื้นที่รอบกรุง สู่ทำเลที่ Developer จับตามอง

โครงสร้างพื้นฐานระบบราง TOD และเมกะโปรเจกต์เปลี่ยนเมือง

 

ปัจจัยเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่ทำให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในคลองหลวงพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ โดยเฉพาะ โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม (ช่วงรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) ระยะทาง 8.84 กิโลเมตร ครอบคลุม 4 สถานีใหม่ (สถานีคลองหนึ่ง, สถานีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ, สถานีเชียงราก และสถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) ซึ่งปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ลงนามสัญญาและออกหนังสือเริ่มงานแล้ว โดยมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี พ.ศ. 2572

 

โครงการนี้จะเปิดประตูการเดินทาง เชื่อมต่อคลองหลวงเข้าสู่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับการวางผังพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (Transit-Oriented Development - TOD) เพื่อสร้างคอมมูนิตี้เชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยแบบเดินเท้า

 

นอกจากระบบรางแล้ว ภาคเอกชนยังโถมกำลังเข้ามาร่วมเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ทำเล โดยเฉพาะแผนลงทุนระดับเมกะโปรเจกต์ของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN บนที่ดินกว่า 750 ไร่ ติดถนนพหลโยธิน ในชื่อ Central M (ฟิวเจอร์ซิตี้) ซึ่งถูกวางโครงสร้างเป็น Retail-Led Mixed-Use Development ขนาดใหญ่ ที่รวมศูนย์การค้าระดับ Super Regional Mall อาคารสำนักงาน และพื้นที่สีเขียว ซึ่งคาดการณ์ว่าจะกลายเป็นฮับเชิงพาณิชย์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ที่มีศักยภาพสูงไม่แพ้โซนเมกาบางนาหรือเซ็นทรัลเวสต์เกต

 

ตัวเลขราคาประเมิน Yield ปล่อยเช่า และความมั่นคงด้านการจัดการน้ำ

 

ความร้อนแรงของทำเลคลองหลวง สะท้อนผ่านดัชนีทางเศรษฐศาสตร์อย่างชัดเจน แม้ราคาประเมินที่ดินจากกรมธนารักษ์ (รอบปี 2566-2569) ในจังหวัดปทุมธานีจะมีราคาสูงสุดอยู่ที่ 100,000 บาทต่อตารางวา แต่ราคาซื้อขายจริงในตลาด (Market Price) ย่านรังสิต-คลองหลวง ได้ทะยานสูงกว่าราคาประเมินไปแล้ว 20% ถึง 300% ตามความใกล้ชิดเส้นทางรถไฟฟ้า

 

ในมิติการลงทุน คลองหลวงถือเป็น "ทำเลทองคำ" สำหรับคอนโดมิเนียมปล่อยเช่า (Campus Condo) โดยมีอัตราผลตอบแทนจากการให้เช่า (Gross Rental Yield) เฉลี่ยสูงถึง 5.0% – 6.85% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงเทพฯ อย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่น คอนโดมูลค่า 1.8 ล้านบาท สามารถปล่อยเช่าในกลุ่มนักศึกษาและคนทำงานได้ถึง 9,000 บาท/เดือน สร้าง Cash Flow ที่สม่ำเสมอให้นักลงทุน

 

ขณะเดียวกัน ในประเด็นข้อกังวลเรื่องอุทกภัย ทำเลคลองหลวงได้ผ่านการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการน้ำ (Water Management Infrastructure) ร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ จัดทำระบบเชื่อมโยงแก้มลิงธรรมชาติและคลองซอยที่รองรับน้ำได้มหาศาลกว่า 14.82 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมเทคโนโลยีระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ สร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยเชิงนิเวศวิทยาแก่ผู้ซื้อและดีเวลลอปเปอร์ในระยะยาว

 

บทสรุปและบทบาทของ Developer ในการพัฒนาเมือง

 

ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า "คลองหลวง" ได้ยกระดับจากพื้นที่รองรับการขยายตัวของเมือง มาสู่การเป็นฮับเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างที่มีองค์ประกอบครบครัน ทั้งดีมานด์ที่แข็งแกร่ง โครงสร้างพื้นฐานระบบราง TOD และแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่มั่นคง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำให้เข้ามาปักหมุดโครงการใหม่ๆ แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง

 

หนึ่งในตัวอย่างการพัฒนาที่น่าสนใจในทำเลนี้คือโครงการ D:CRAFT (ดีคราฟต์) คลองหลวง โดย บ้านชาวไทย ที่ออกแบบพื้นที่ผสมผสาน (Mixed-Use Concept) เพื่อรองรับทั้งการใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อนไว้ในแห่งเดียว สอดรับกับยุทธศาสตร์การเติบโตของย่าน เช่นเดียวกับโมเดลการพัฒนาคุณภาพชีวิตภายใต้แนวคิด “DECODE The Good Life” ของโครงการ D:CODE (ดีโค้ด) ศรีนครินทร์ ในโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก ซึ่งต่างสะท้อนภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารในระยะยาว
.
ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่: [เว็บไซต์โครงการ]
 

ข่าวล่าสุด