เนชั่นทีวี

ข่าว

ไฟใต้โชนไม่พัก! 3 ขบวนการป่วนกดดันรัฐบาลอนุทิน ปมพูดคุยสันติสุข

20 ก.ย. 2569 | titayu_pur

ไฟใต้โชนไม่พัก! 3 ขบวนการป่วนกดดันรัฐบาลอนุทิน ปมพูดคุยสันติสุข

เจาะความจริงไฟใต้ ชายแดนใต้ยังโชนไม่พัก 3 ขบวนการเปิดศึกความรุนแรงเขย่ารัฐบาลอนุทิน หลังเลื่อนโต๊ะพูดคุยสันติสุข BRN-พูโล-มาราปาตานี ประสานเสียงส่งสัญญาณกดดันหนัก

เจาะความจริงไฟใต้ ชายแดนใต้ยังโชนไม่พัก 3 ขบวนการเปิดศึกความรุนแรงเขย่ารัฐบาลอนุทิน หลังเลื่อนโต๊ะพูดคุยสันติสุข BRN-พูโล-มาราปาตานี ประสานเสียงส่งสัญญาณกดดันหนัก

KEY

POINTS

  • เหตุรุนแรงชายแดนใต้ยังเกิดต่อเนื่อง: แม้ไร้ข่าวใหญ่แต่มีเหตุป่วนรายวัน หลังรัฐบาลสั่งเลื่อนการพูดคุยสันติสุขฯ จากเหตุสังหารทหารพราน 5 นาย จนนำไปสู่การป่วนใหญ่ 27 อำเภอ
  • 3 ขบวนการเคลื่อนไหวรุกหนัก: BRN, พูโล และมาราปาตานี ออกมารายย่อ ยื่นข้อเสนอทางการเมืองเขย่ารัฐบาล พร้อมมีข่าวลือสะพัดเรื่องการนัดพบปะเจรจาหลังฉากที่มาเลเซีย
  • กูรูมั่นคงแนะเร่งสร้างพื้นที่ปลอดภัย: พล.ท.ภราดร และ พล.อ.อักษรา เสนอวาระเร่งด่วนให้รัฐบาลสถาปนา "พื้นที่ปลอดภัย" ในวงกว้าง เพื่อตัดอำนาจต่อรองด้วยความรุนแรงของกลุ่มผู้เห็นต่างฯ

20 กันยายน 2569 สถานการณ์ ไฟใต้ ในพื้นที่ ชายแดนใต้ ยังคงร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่มีข่าวใหญ่บนหน้าสื่อ แต่กลุ่มผู้เห็นต่างฯ ยังคงเปิดปฏิบัติการก่อเหตุป่วนรายวันอย่างเป็นระบบ โดยการก่อเหตุระลอกใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อส่งสัญญาณกดดัน รัฐบาลอนุทิน อย่างหนัก ภายหลังจากที่ภาครัฐสั่งเลื่อนกระบวนการ เจรจาสันติสุข ออกไปอย่างไม่มีกำหนดเพื่อทวงถามความรับผิดชอบกรณีสังหารทหารพรานขณะที่ 3 ขบวนการใหญ่เดินหน้ายื่นข้อเสนอทางการเมืองสวนทางท่าทีรัฐบาล ท่ามกลางกระแสข่าวลือการเจรจาหลังฉาก และคำเตือนจากกูรูมั่นคงที่แนะให้เร่งสถาปนาพื้นที่ปลอดภัยหยุดยั้งความสูญเสีย

 

ความจริงจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่คนนอกพื้นที่อาจละเลยไปก็คือ ช่วงที่ไม่มีเหตุรุนแรงขนาดใหญ่เกิดขึ้น แท้จริงแล้วในพื้นที่ไม่ได้เงียบสงบ ยังคงมีเหตุร้ายรูปแบบต่างๆ เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าวดังไปทั่วประเทศเท่านั้น 

 

สาเหตุส่วนหนึ่ง อาจเป็นเพราะไม่ใช่เหตุรุนแรงขนาดใหญ่ ที่ก่อความสูญเสียอย่างกว้างขวาง กับสาเหตุอีกส่วนหนึ่งก็คือ มีข่าวอื่นใหญ่กว่ามากลบข่าวไฟใต้ 

 

หากปักหมุดนับจากวันที่ 22 สิงหาคม 69 ซึ่งเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบกระจายใน 27 อำเภอ จาก 37 อำเภอของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวนมากถึง 107 จุด หลายคนเข้าใจว่า นับจากนั้นสถานการณ์เงียบสงบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นประปราย ต่อเนื่อง ไม่หยุด

วันที่ 28 สิงหาคม 69 - เกิดเหตุลอบวางเพลิงอาคารที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล “สาคอบน” (อบต.สาคอบน) อ.มายอ จ.ปัตตานี และในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ยังเกิดเหตุเผายางรถยนต์ 2 จุด

 

วันที่ 29 สิงหาคม 69 - คนร้ายพร้อมอาวุธสงครามบุกเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า โกลบอล เฮ้าส์ สาขาปัตตานี วางระเบิด 3 ลูก และนำรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หรือ “รถโชเล่” ประกอบระเบิดเป็น “โชเล่บอมบ์” เข้าไปจอดในลานจอดรถข้างอาคาร หวังก่อเหตุใหญ่ แต่เจ้าหน้าที่เก็บกู้ได้ทัน

 

วันที่ 3 กันยายน 69 - ลอบวางระเบิดแผงโซลาร์เซลล์โรงงานสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์ บ้านบาตัน ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลา

 

วันที่ 10 กันยายน 69 - จุดระเบิดมอเตอร์ไซค์บอมบ์ ริมถนนสายนราธิวาส - ปัตตานี ใกล้ตลาดปาลัส แรงระเบิดทำให้รถตำรวจสายตรวจหุ้มเกราะของ สภ.มายอ ได้รับความเสียหาย ตำรวจบาดเจ็บ 4 นาย

 

วันที่ 16 กันยายน 69 - คนร้ายลอบเผาทำลายกล้องวงจรปิดในพื้นที่ อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี จำนวน 7 จุด รวมกล้องเสียหาย 23 ตัว

 

วันที่ 18 กันยายน 69 - วางระเบิดรถบรรทุกหกล้อของ อส.สุคิริน เหตุเกิดบนถนนในพื้นที่ ต.ร่มไทร อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ อส.เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 16 นาย 

 

ไฟใต้โชนไม่พัก! 3 ขบวนการป่วนกดดันรัฐบาลอนุทิน ปมพูดคุยสันติสุข  

 

เป็นที่น่าสังเกตว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งรัฐบาลไทยเรียกว่า “กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ” ออกมาสื่อสารรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะ รัฐบาลไทยสั่งเลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด หลังจากเกิดเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส คนร้ายสังหารทหารพรานถึง 5 นายในคราวเดียว ทั้งๆ ที่เป็นช่วงใกล้นัดพูดคุยสันติสุขรอบใหม่ ทำให้ “หัวหน้าการพูดคุยสันติสุขฯ” คุณฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สั่งเลื่อนกระบวนการพูดคุยฯ ออกไป เพื่อขอคำตอบจากฝ่าย BRN ว่าก่อเหตุรุนแรงขนาดนี้ทำไม ทั้งๆ ที่จะเริ่มกระบวนการพูดคุยรอบใหม่กันอยู่แล้ว 

 

แต่ดูเหมือนที่ผ่านมาจะไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการกลับมา มีแต่การเปิดปฏิบัติการโจมตีระลอกใหญ่ กระจายใน 27 อำเภอ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ครบ 1 เดือนหลังเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามีพอดี จากนั้นก็มีเหตุรุนแรงต่อเนื่องเรื่อยมา พร้อมๆ กับการออกมาสื่อสารของบรรดาแกนนำและโฆษกขบวนการแบ่งแยกดินแดน

 

เช็กท่าที 3 ขบวนการฯ “เสียงแตก…แต่พร้อมใจกดดัน”

 

โดยสรุปความเคลื่อนไหวและท่าทีของกลุ่มต่างๆ มารายงานดังนี้ 

 

1. นายกัสตูรี มะห์โกตา ประธานองค์การปลดปล่อยสหปาตานี หรือ PULO (พูโล) - ให้สัมภาษณ์สื่อมาเลเซียและสื่อไทย เรียกร้องให้ยกระดับกระบวนการพูดคุยสันติสุข เป็น "วาระแห่งชาติ" และต้องเปิดกว้างทุกกลุ่มมีส่วนร่วม ไม่ใช่จำกัดเฉพาะ BRN กลุ่มเดียว

 

2. นายอาบูฮาฟิซ อัลฮากิม โฆษกมาราปาตานี ซึ่งเป็นกลุ่มที่พูดคุยกับรัฐบาลไทยช่วงรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคุยกันอย่างยาวนาน 5 ปี - เรียกร้องให้รัฐบาลไทย “รีเซ็ต” กระบวนการพูดคุยสันติภาพใหม่ โดยตั้ง “คณะกรรมการถาวร” ขึ้นมา ไม่เปลี่ยนไปตามรัฐบาล และเปิดกว้างให้ทุกกลุ่มผู้เห็นต่างฯ เข้าร่วม ไม่ใช่จำกัดเฉพาะ BRN กลุ่มเดียวเท่านั้น เพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า BRN ไม่ใช่กลุ่มเดียวที่ควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ 100%

 

พร้อมกันนี้ยังเสนอให้ดึงตัวแทนชาติอาเซียน เข้ามาสนับสนุน หรือเป็นสักขีพยาน คล้ายโมเดล “มินดาเนา” ในฟิลิปปินส์ และ “อาเจะห์” ในอินโดนีเซีย

 

อย่างไรก็ดี แกนนำ “มารา ปาตานี” มองว่า เป้าหมาย “เอกราช” และ “ปกครองตนเอง” ไม่สามารถเป็นจริงได้ จึงควรลดเพดาน และหันมาจับมือกันสร้างพื้นที่ปลอดภัย ลดเหตุรุนแรง แล้วถามประชาชนในพื้นที่อย่างจริงจังว่าต้องการอะไรกันแน่

 

3. อดีตผู้นำระดับสูงของขบวนการ BRN ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ให้สัมภาษณ์สื่อมาเลเซียว่า หากรัฐบาลไทยปฏิเสธข้อเสนอเรื่อง “การปกครองตนเองเต็มรูปแบบ” สำหรับนราธิวาส ปัตตานี และยะลา BRN อาจกลับไปยึดเป้าหมายเดิมเรื่องเอกราชและการต่อสู้ด้วยอาวุธ โดยย้ำอุดมการณ์ว่า “มีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี หรือเป็นชะฮีด” (หมายถึง พลีชีพในหนทางของพระผู้เป็นเจ้า) 

 

ปูดตัวแทนรัฐบาลดอดหารือแกนนำ BRN 

 

เป็นที่น่าสังเกตว่า คำสัมภาษณ์ของอดีตแกนนำ BRN น่าจะเกิดขึ้นเพื่อตอบโต้ท่าทีของ นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าคณะพูดคุยฯ ฝ่ายไทย ที่เคยระบุก่อนหน้านี้ว่า ไทยไม่รับแนวคิดแบ่งแยกดินแดน หรือการจัดตั้งเขตปกครองตนเองที่แยกออกจากโครงสร้างรัฐเดิม แต่พร้อมหารือรูปแบบการบริหารที่เหมาะสม

 

สื่อมาเลเซียสำนักเดียวกัน ยังรายงานอ้างคำกล่าวของ อดีตแกนนำ BRN รายนี้ ว่า มีการพบกันระหว่าง “ตัวแทนของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล” กับตัวแทนของ BRN ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือเรื่องความมั่นคงและกระบวนการสันติภาพ

 

ข้อมูลที่อ้างนี้ ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม แต่เท่ากับเป็นการตอกหน้าฝ่ายไทย ว่า “หน้าฉากประกาศไม่เจรจา” แต่ “หลังฉากกลับส่งคนมาประสานงาน”

 

แบบนี้หรือไม่ที่ทำให้กลุ่มขบวนการเร่งก่อเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถกดดันรัฐบาลไทยได้นั่นเอง  

 

“ภราดร - อักษรา” ถามหา “พื้นที่ปลอดภัย” 

 

ทั้งๆ ที่ “กูรูดับไฟใต้” หลายคน เช่น พลโทภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึง พลเอก อักษรา เกิดผล อดีตหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ยุครัฐบาลประยุทธ์ ได้เสนอวาระเร่งด่วน ให้ฝ่ายความมั่นคงสถาปนา “พื้นที่ปลอดภัย” ในวงกว้างให้ได้มากที่สุด ขยายจำนวนอำเภอให้เยอะที่สุด เพื่อกดดันไม่ให้ฝ่ายขบวนการแบ่งแยกดินแดน ใช้การก่อเหตุรุนแรงต่อรองรัฐบาลไทย 

 

ไฟใต้โชนไม่พัก! 3 ขบวนการป่วนกดดันรัฐบาลอนุทิน ปมพูดคุยสันติสุข

ข่าวล่าสุด