สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะ รัฐบาลไทยสั่งเลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด หลังจากเกิดเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส คนร้ายสังหารทหารพรานถึง 5 นายในคราวเดียว ทั้งๆ ที่เป็นช่วงใกล้นัดพูดคุยสันติสุขรอบใหม่ ทำให้ “หัวหน้าการพูดคุยสันติสุขฯ” คุณฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สั่งเลื่อนกระบวนการพูดคุยฯ ออกไป เพื่อขอคำตอบจากฝ่าย BRN ว่าก่อเหตุรุนแรงขนาดนี้ทำไม ทั้งๆ ที่จะเริ่มกระบวนการพูดคุยรอบใหม่กันอยู่แล้ว
แต่ดูเหมือนที่ผ่านมาจะไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการกลับมา มีแต่การเปิดปฏิบัติการโจมตีระลอกใหญ่ กระจายใน 27 อำเภอ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ครบ 1 เดือนหลังเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามีพอดี จากนั้นก็มีเหตุรุนแรงต่อเนื่องเรื่อยมา พร้อมๆ กับการออกมาสื่อสารของบรรดาแกนนำและโฆษกขบวนการแบ่งแยกดินแดน
เช็กท่าที 3 ขบวนการฯ “เสียงแตก…แต่พร้อมใจกดดัน”
โดยสรุปความเคลื่อนไหวและท่าทีของกลุ่มต่างๆ มารายงานดังนี้
1. นายกัสตูรี มะห์โกตา ประธานองค์การปลดปล่อยสหปาตานี หรือ PULO (พูโล) - ให้สัมภาษณ์สื่อมาเลเซียและสื่อไทย เรียกร้องให้ยกระดับกระบวนการพูดคุยสันติสุข เป็น "วาระแห่งชาติ" และต้องเปิดกว้างทุกกลุ่มมีส่วนร่วม ไม่ใช่จำกัดเฉพาะ BRN กลุ่มเดียว
2. นายอาบูฮาฟิซ อัลฮากิม โฆษกมาราปาตานี ซึ่งเป็นกลุ่มที่พูดคุยกับรัฐบาลไทยช่วงรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคุยกันอย่างยาวนาน 5 ปี - เรียกร้องให้รัฐบาลไทย “รีเซ็ต” กระบวนการพูดคุยสันติภาพใหม่ โดยตั้ง “คณะกรรมการถาวร” ขึ้นมา ไม่เปลี่ยนไปตามรัฐบาล และเปิดกว้างให้ทุกกลุ่มผู้เห็นต่างฯ เข้าร่วม ไม่ใช่จำกัดเฉพาะ BRN กลุ่มเดียวเท่านั้น เพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า BRN ไม่ใช่กลุ่มเดียวที่ควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ 100%
พร้อมกันนี้ยังเสนอให้ดึงตัวแทนชาติอาเซียน เข้ามาสนับสนุน หรือเป็นสักขีพยาน คล้ายโมเดล “มินดาเนา” ในฟิลิปปินส์ และ “อาเจะห์” ในอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ดี แกนนำ “มารา ปาตานี” มองว่า เป้าหมาย “เอกราช” และ “ปกครองตนเอง” ไม่สามารถเป็นจริงได้ จึงควรลดเพดาน และหันมาจับมือกันสร้างพื้นที่ปลอดภัย ลดเหตุรุนแรง แล้วถามประชาชนในพื้นที่อย่างจริงจังว่าต้องการอะไรกันแน่
3. อดีตผู้นำระดับสูงของขบวนการ BRN ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ให้สัมภาษณ์สื่อมาเลเซียว่า หากรัฐบาลไทยปฏิเสธข้อเสนอเรื่อง “การปกครองตนเองเต็มรูปแบบ” สำหรับนราธิวาส ปัตตานี และยะลา BRN อาจกลับไปยึดเป้าหมายเดิมเรื่องเอกราชและการต่อสู้ด้วยอาวุธ โดยย้ำอุดมการณ์ว่า “มีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี หรือเป็นชะฮีด” (หมายถึง พลีชีพในหนทางของพระผู้เป็นเจ้า)
ปูดตัวแทนรัฐบาลดอดหารือแกนนำ BRN
เป็นที่น่าสังเกตว่า คำสัมภาษณ์ของอดีตแกนนำ BRN น่าจะเกิดขึ้นเพื่อตอบโต้ท่าทีของ นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าคณะพูดคุยฯ ฝ่ายไทย ที่เคยระบุก่อนหน้านี้ว่า ไทยไม่รับแนวคิดแบ่งแยกดินแดน หรือการจัดตั้งเขตปกครองตนเองที่แยกออกจากโครงสร้างรัฐเดิม แต่พร้อมหารือรูปแบบการบริหารที่เหมาะสม
สื่อมาเลเซียสำนักเดียวกัน ยังรายงานอ้างคำกล่าวของ อดีตแกนนำ BRN รายนี้ ว่า มีการพบกันระหว่าง “ตัวแทนของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล” กับตัวแทนของ BRN ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือเรื่องความมั่นคงและกระบวนการสันติภาพ
ข้อมูลที่อ้างนี้ ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม แต่เท่ากับเป็นการตอกหน้าฝ่ายไทย ว่า “หน้าฉากประกาศไม่เจรจา” แต่ “หลังฉากกลับส่งคนมาประสานงาน”
แบบนี้หรือไม่ที่ทำให้กลุ่มขบวนการเร่งก่อเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถกดดันรัฐบาลไทยได้นั่นเอง
“ภราดร - อักษรา” ถามหา “พื้นที่ปลอดภัย”
ทั้งๆ ที่ “กูรูดับไฟใต้” หลายคน เช่น พลโทภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึง พลเอก อักษรา เกิดผล อดีตหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ยุครัฐบาลประยุทธ์ ได้เสนอวาระเร่งด่วน ให้ฝ่ายความมั่นคงสถาปนา “พื้นที่ปลอดภัย” ในวงกว้างให้ได้มากที่สุด ขยายจำนวนอำเภอให้เยอะที่สุด เพื่อกดดันไม่ให้ฝ่ายขบวนการแบ่งแยกดินแดน ใช้การก่อเหตุรุนแรงต่อรองรัฐบาลไทย