ยันสัปดาห์หน้าไร้ซักฟอก! ภราดร ยันสภามีวาระปกติ รอเคลียร์เลื่อน พ.ย.
23 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ภราดร ยันสัปดาห์หน้าไร้อภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังประธานสภาบรรจุวาระปกติ แจงรัฐบาลถอยให้ 4 วันแต่ฝ่ายค้านเงียบ เร่งเจรจาขยับวันซักฟอก พ.ย.-ธ.ค.
ข่าว
23 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ภราดร ยันสัปดาห์หน้าไร้อภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังประธานสภาบรรจุวาระปกติ แจงรัฐบาลถอยให้ 4 วันแต่ฝ่ายค้านเงียบ เร่งเจรจาขยับวันซักฟอก พ.ย.-ธ.ค.
KEY
POINTS
23 ตุลาคม 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าศึก อภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ในสัปดาห์หน้าจะไม่มีการเปิดซักฟอกรัฐบาลอย่างแน่นอน เนื่องจาก ประธานสภา ได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมปกติเรียบร้อยแล้ว แม้รัฐบาลจะยอมถอยขยายเวลาให้ ฝ่ายค้าน เป็น 4 วัน แต่ยังไร้สัญญาณตอบรับจนตกลงกันไม่ได้ ส่งผลให้ รัฐบาล ต้องเปิดฉากเจรจาหารือเพื่อขยับกรอบเวลาการอภิปรายไปเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมต่อไป
ที่พระลานพระราชวังดุสิต นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า สัปดาห์หน้าไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน เพราะประธานสภาได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมปกติไปเรียบร้อยแล้ว
ส่วนที่รัฐบาลยอมให้ฝ่ายค้านอภิปราย 4 วัน นายภราดรกล่าวว่า หลังจากที่เจรจากัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาคนที่ 1 ในฐานะประธานการประชุม ได้ให้ตนไปสอบถามกับคณะรัฐมนตรีว่าสามารถขยับเพิ่มขึ้นอีก 1 วันได้หรือไม่ โดยหลังประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 26 ตุลาคมจบแล้ว สามารถให้เปิดประชุมต่อเพิ่มขึ้นอีก 1 วันได้หรือไม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีบอกว่าได้ และจะรีบมาประชุมให้ โดยนัดประชุม ครม. ที่สภา และกำหนดเฉพาะระเบียบวาระที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยล่าสุดคือได้ 4 วัน แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับจากฝ่ายค้าน
"จะมาบอกว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลปิดกั้นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ก็ขอบอกว่า ตามปกติที่ผ่านมาก็ 4 วัน ที่ฝ่ายค้านบอกว่าจำนวนชั่วโมงในการอภิปรายสมัยรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สูงที่สุดคือ 40-42 ชั่วโมง แต่เราเสนอว่า ถ้าฝ่ายค้านต้องการเท่าไหร่ เช่น 45 หรือ 48 ชั่วโมง ก็สามารถให้ฝ่ายค้านได้ ส่วนของรัฐบาลก็ลดหลั่นลงมา และเราก็จะใช้เวลาอย่างกระชับ แต่ก็ไม่ได้รับสัญญาณตอบรับ จนเป็นที่มาของประธานสภาออกระเบียบวาระการประชุม เพราะไม่สามารถตกลงกันได้" นายภราดร กล่าว
เมื่อถามว่า โอกาสที่จะเป็นเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมยังได้อยู่หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ก็คงต้องเจรจาพูดคุยกัน ซึ่งตนได้ชี้แจงกับที่ประชุมไปแล้วว่า เดือนพฤศจิกายนตารางของคณะรัฐมนตรีจะแน่นมาก โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์แรกหลังจากนายกฯ กลับจากต่างประเทศ และมีการประชุม ครม. สัญจรที่อุดรธานี รวมถึงงานพืชสวนโลก สัปดาห์ถัดไปก็เข้าใจว่ามีรัฐมนตรีหลายคนที่อยู่ในกลุ่ม 18 คนที่ถูกกล่าวหา อาจมีภารกิจต้องเดินทางไปประชุมต่างประเทศ เช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องเดินทางไปประชุมเอเปคล่วงหน้า และอาจมีหลายคนที่ไม่สะดวก
ส่วนสัปดาห์ที่ 3 ก็เป็นไปไม่ได้เพราะนายกฯ เดินทางไปประชุมเอเปค ส่วนสัปดาห์ที่ 4 จริง ๆ ก็ไม่อยากให้ล่วงเลยไปถึงขนาดนั้น เพราะฝ่ายค้านจะต่อว่ารัฐบาลได้ว่ารัฐบาลพยายามยื้อเวลาและทำให้ช้าไปอีก ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มีความประสงค์แบบนั้น จึงได้กำหนดให้เป็นสัปดาห์หน้า เพราะฉะนั้นก็ต้องมาเจรจากันอีกครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายนว่ามีความเป็นไปได้ในช่วงไหน
เมื่อถามว่า หากเป็นเดือนพฤศจิกายน โอกาสที่จะได้อภิปราย 5 วันมีน้อยใช่หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ข้อเสนอล่าสุดของฝ่ายค้าน ถ้าเป็นสัปดาห์หน้าเขาขอ 5 วัน แต่ถ้าเป็นเดือนพฤศจิกายนขอ 4 วัน เพราะฉะนั้นเราก็ดูเวลา 4 วัน รวมลงมติอีก 1 วัน เป็น 5 วัน