ขณะเดียวกัน นายวิวัฒน์ยังกล่าวถึงประเด็นการย้ายสถานศึกษา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อสงสัยที่นักศึกษาต้องการคำตอบ โดยตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการย้ายออกจากพื้นที่อุเทนถวาย เนื่องจากมองว่าสถานศึกษามีความพร้อมด้านการเรียนการสอน มีบุคลากรทางการศึกษา และมีพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอนสายช่างมาอย่างยาวนาน จึงต้องการทราบว่าทำไมจึงต้องย้ายไปเรียนที่อื่นด้วย
นายวิวัฒน์บอกว่า ประเด็นการย้ายสถานศึกษาเป็นเรื่องที่นักศึกษายังมีข้อสงสัย และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจน เนื่องจากนักศึกษาคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งในด้านการเรียน การใช้ชีวิต และโอกาสทางการศึกษา ยืนยันว่าการออกมาแสดงจุดยืนครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะนำประเด็นความรุนแรงมาเป็นเงื่อนไขในการต่อรองเรื่องสถานที่เรียน เพราะมองว่าทั้งสองประเด็นควรได้รับการพิจารณาแยกจากกัน
สำหรับความคืบหน้าในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายวิวัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้นมีการประสานเพื่อให้เกิดการพูดคุยหารือกันแล้ว และพร้อมที่จะนำประเด็นต่าง ๆ เข้าสู่การเจรจา โดยเห็นว่าการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นแนวทางที่ดี และอาจช่วยคลี่คลายปัญหาที่สะสมมาได้ ทั้งนี้ ยังมีรายละเอียดบางส่วนที่ต้องรอการพูดคุยและความชัดเจนจากผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเฉพาะแนวทางการแก้ไขปัญหาและการดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักศึกษา โดยในวันพรุ่งนี้ (22 ต.ค. 69) จะมีการนัดเจรจา 4 ฝ่าย ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เวลา 15.00 น. เพื่อหาข้อยุติ
ส่วนความคาดหวังต่อสถานการณ์ในอนาคต นายวิวัฒน์กล่าวว่า ต้องการเห็นสถานการณ์ดีขึ้น และไม่ต้องการให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนจากเหตุความรุนแรงอีก พร้อมหวังว่านักศึกษาทุกคนจะสามารถเข้าถึงสิทธิทางการศึกษาได้อย่างเหมาะสม ไม่ต้องเผชิญกับผลกระทบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยมองว่าการแก้ไขปัญหาควรคำนึงถึงอนาคตของนักศึกษาเป็นสำคัญ ไม่ใช่ปล่อยให้คนที่ต้องการเรียนหนังสือต้องแบกรับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้ก่อ
ส่วนความเชื่อมั่นต่อการทำงานของตำรวจในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงนั้น นายวิวัฒน์ระบุว่า การแสดงจุดยืนในวันนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อกดดันตำรวจ แต่ต้องการประกาศให้ชัดเจนว่าตนเองพร้อมยุติความรุนแรง และหวังว่าทุกฝ่ายจะหันมาพูดคุยกันอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยเห็นว่าการเจรจาและการร่วมมือกันเป็นหนทางที่จะช่วยสร้างอนาคตที่ดีขึ้นได้
“ทั้งอุเทนถวายและสถาบันคู่กรณีต่างมีประวัติแ ละความสำคัญในด้านการศึกษาสายช่าง หากสามารถลดความขัดแย้งและหันมาร่วมมือพัฒนาการศึกษา ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศมากกว่าการเผชิญหน้ากัน” นายวิวัฒน์กล่าว
เมื่อถามว่า แม้จะอยู่ที่เดิมหรือต้องย้ายไปเรียนที่ใหม่ก็จะเลิกตีกันใช่หรือไม่ นายวิวัฒน์บอกว่า “ครับ”
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศระหว่างการแสดงจุดยืนว่า กลุ่มนักศึกษาได้ถือกระดาษและป้ายที่เขียนข้อความสะท้อนถึงความตั้งใจในการยุติความรุนแรง อาทิ “ให้การกระทำพิสูจน์คำสัญญา” “อุเทนถวายขอโอกาสทำดีเพื่อสังคม” “ศักดิ์ศรีของช่างอยู่ที่ฝีมือไม่ใช่กำลัง” “รักษารากเหง้า เคารพศักดิ์ศรี” และ “เลิกตีกันตั้งแต่วันนี้” เพื่อสื่อสารถึงความต้องการเปลี่ยนแปลงภาพจำของนักศึกษาสายอาชีพช่าง และแสดงความพร้อมที่จะยุติความขัดแย้ง