เนชั่นทีวี

ข่าว

"เลขาฯ สุริยะ" ยัน "แทรกเตอร์ EV" 16 ล้านไม่จริง! ถ้าราคานี้รับไม่ได้ ราคาจริง 1-2 ล้าน คาดสื่อสารคลาดเคลื่อน

16 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

"เลขาฯ สุริยะ" ยัน "แทรกเตอร์ EV" 16 ล้านไม่จริง! ถ้าราคานี้รับไม่ได้ ราคาจริง 1-2 ล้าน คาดสื่อสารคลาดเคลื่อน

"เลขาฯ สุริยะ" ยัน "แทรกเตอร์ EV" 16 ล้านไม่จริง! ถ้าราคานี้รับไม่ได้ ราคาจริง 1-2 ล้าน คาดสื่อสารคลาดเคลื่อน ย้ำงบประมาณผ่านการตรวจสอบเข้ม

"เลขาฯ สุริยะ" ยัน "แทรกเตอร์ EV" 16 ล้านไม่จริง! ถ้าราคานี้รับไม่ได้ ราคาจริง 1-2 ล้าน คาดสื่อสารคลาดเคลื่อน ย้ำงบประมาณผ่านการตรวจสอบเข้ม

KEY

POINTS

  • สรวุฒิ ยันแทร็คเตอร์ EV คันละ 16 ล้านไม่จริง ชี้สื่อสารคลาดเคลื่อน ราคาจริงน่าจะ 1-2 ล้านบาท
  • ย้ำงบประมาณผ่านการตรวจสอบเข้ม ชี้โครงการเกิดจากความตั้งใจดีช่วยชาวนาลดต้นทุนค่าน้ำมัน
  • ชูประโยชน์ครบวงจรช่วยอบความชื้นเพิ่มราคาขายตันละ 2,000 บาท พร้อมปั่นตอซังเป็นปุ๋ยลดการเผา

จากกรณีชาวนาขอนแก่นชี้ซื้อ "รถเกี่ยวข้าว EV" ทำไมคันละ 16 ล้าน? "แก้ไม่ตรงจุด-ผลาญงบ 8 พันล้าน" แนะตั้งกองทุนช่วยค่าน้ำมัน-รถเกี่ยวทั่วไป แจกศูนย์ข้าวคุ้มกว่าจนเป็นกระแสดัง ต่อมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ ชี้ว่า รถเกี่ยวข้าว EV คุ้มค่าระยะยาว ยัน 16 ล้านดูแพง แต่ประหยัดน้ำมันหมื่นล้าน ตลอดอายุ 14 ปี

 

16 ตุลาคม 2569 นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมากล่าวถึงประเด็นการจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวและรถแทรกเตอร์ EV โดยยืนยันว่า ตัวเลขที่ระบุว่าคันละ 16 ล้านบาทนั้นไม่เป็นความจริง เพราะเป็นตัวเลขที่สูงเกินจริงมาก ซึ่งน่าจะเกิดจากการสื่อสารเฉพาะหน้าที่คลาดเคลื่อน ในความเป็นจริง การขออนุมัติตั้งงบประมาณของทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกรมการข้าว ต่างต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มงวดหลายขั้นตอน โดยแทรกเตอร์ไฟฟ้า EV จะต้องตั้งราคาให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกลไกตลาด ซึ่งเท่าที่ทราบ ราคาต่อคันน่าจะไม่เกิน 1-2 ล้านบาทอย่างแน่นอน   

 

"เลขาฯ สุริยะ" ยัน "แทรกเตอร์ EV" 16 ล้านไม่จริง! ถ้าราคานี้รับไม่ได้ ราคาจริง 1-2 ล้าน คาดสื่อสารคลาดเคลื่อน

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยัน "แทรกเตอร์ EV" 16 ล้านไม่จริง! ถ้าราคานี้รับไม่ได้ ราคาจริง 1-2 ล้าน คาดสื่อสารคลาดเคลื่อน

 

"เลขาฯ สุริยะ" ยัน "แทรกเตอร์ EV" 16 ล้านไม่จริง! ถ้าราคานี้รับไม่ได้ ราคาจริง 1-2 ล้าน คาดสื่อสารคลาดเคลื่อน

 

ย้ำโครงการเกิดจากความตั้งใจดี หวังบรรเทาความเดือดร้อนค่าน้ำมันแพง

 

นายสรวุฒิ กล่าวเน้นย้ำว่า “ถ้ามันเป็นคันละ 16 ล้านบาท ผมเองก็เป็นคนนึงที่รับไม่ได้ แต่มันไม่ใช่นะครับ ณ ปัจจุบันต้องยอมรับตรงจุดนี้ก่อน ซึ่งเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนในเวลาที่จำกัด ผมคิดว่าถ้าจะให้ดีต้องอธิบายเป็นขั้นเป็นตอน และพร้อมน้อมรับข้อแนะนำและความห่วงใยจากทุกฝ่าย ทั้งในโลกโซเชียลและสื่อต่างๆ”

นายสรวุฒิ อธิบายเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจดีของกรมการข้าว ที่ตระหนักถึงความลำบากของเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาที่ต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์สงครามระดับโลก ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก จนเกษตรกรแทบรับไม่ไหว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรกลทางการเกษตร เช่น รถแทรกเตอร์ เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรใช้เครื่องจักรในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมดินไปจนถึงการสูบน้ำ การนำรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาใช้งาน จะช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันดีเซลให้กับชาวนาได้อย่างตรงจุด

 

ชี้ประโยชน์ครบวงจร ช่วยอบความชื้นเพิ่มราคาขาย-ลดการเผาตอซัง

 

นายสรวุฒิ กล่าวต่อไปว่า หากโครงการนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง จะเกิดประโยชน์มหาศาลต่อพี่น้องชาวนา เพราะจะเข้ามาช่วยรองรับกระบวนการผลิตข้าวอย่างครบวงจร โดยจะมีเครื่องลดความชื้นสำหรับอบข้าว ช่วยให้เกษตรกรมีอำนาจในการต่อรองราคา ยืดอายุการส่งเข้าโรงสี หรือกระจายสินค้าสู่ตลาดได้ด้วยตนเอง ซึ่งเพียงแค่ขั้นตอนการอบลดความชื้น หากเกษตรกรทำได้เอง จะสามารถขายข้าวให้โรงสีได้สูงขึ้น โดยไม่ถูกหักค่าความชื้น คิดเป็นมูลค่าเพิ่มกว่าตันละ 2,000 บาท ซึ่งคุ้มค่าและยั่งยืนกว่าเงินชดเชยเยียวยาทั่วไปที่เรียกร้องกันอยู่ด้วยซ้ำ

"นอกจากนี้ แทรกเตอร์ไฟฟ้ารุ่นดังกล่าวยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์ย่อยสลายตอซัง เพื่อปั่นตอซังให้กลายเป็นปุ๋ยได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาย่อยสลายทางชีวภาพหรือใช้สารจุลินทรีย์ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเผาแปลงเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ" นายสรวุฒิ ระบุ

 

ชี้ไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน รองรับวิกฤตราคาน้ำมันในอนาคต

 

นายสรวุฒิ กล่าวสรุปในช่วงท้ายว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานใหม่ให้ได้ เพราะในระยะยาวทรัพยากรน้ำมันจะลดน้อยลงเรื่อยๆ หรือหากสงครามยืดเยื้อ การขุดเจาะน้ำมันที่อยู่ลึกและไกลขึ้นจะทำให้ต้นทุนสูงจนไม่คุ้มค่า และหากวันใดที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงถึงลิตรละ 100 บาท ประชาชนจะไม่มีทางเลือกเลย ประเทศไทยถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่มีความพร้อมในทุกด้าน หากไม่เริ่มปรับตัวและพัฒนารูปแบบพลังงานในห่วงโซ่อุปทานการผลิตอาหารตั้งแต่วันนี้ ก็ต้องเริ่มทำในวันข้างหน้าอยู่ดี ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลที่มีความปรารถนาดีต่อประชาชนและชาวนาต้องเร่งดำเนินการ

 

ข่าวล่าสุด