ย้ำโครงการเกิดจากความตั้งใจดี หวังบรรเทาความเดือดร้อนค่าน้ำมันแพง
นายสรวุฒิ กล่าวเน้นย้ำว่า “ถ้ามันเป็นคันละ 16 ล้านบาท ผมเองก็เป็นคนนึงที่รับไม่ได้ แต่มันไม่ใช่นะครับ ณ ปัจจุบันต้องยอมรับตรงจุดนี้ก่อน ซึ่งเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนในเวลาที่จำกัด ผมคิดว่าถ้าจะให้ดีต้องอธิบายเป็นขั้นเป็นตอน และพร้อมน้อมรับข้อแนะนำและความห่วงใยจากทุกฝ่าย ทั้งในโลกโซเชียลและสื่อต่างๆ”
นายสรวุฒิ อธิบายเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจดีของกรมการข้าว ที่ตระหนักถึงความลำบากของเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาที่ต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์สงครามระดับโลก ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก จนเกษตรกรแทบรับไม่ไหว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรกลทางการเกษตร เช่น รถแทรกเตอร์ เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรใช้เครื่องจักรในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมดินไปจนถึงการสูบน้ำ การนำรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาใช้งาน จะช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันดีเซลให้กับชาวนาได้อย่างตรงจุด
ชี้ประโยชน์ครบวงจร ช่วยอบความชื้นเพิ่มราคาขาย-ลดการเผาตอซัง
นายสรวุฒิ กล่าวต่อไปว่า หากโครงการนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง จะเกิดประโยชน์มหาศาลต่อพี่น้องชาวนา เพราะจะเข้ามาช่วยรองรับกระบวนการผลิตข้าวอย่างครบวงจร โดยจะมีเครื่องลดความชื้นสำหรับอบข้าว ช่วยให้เกษตรกรมีอำนาจในการต่อรองราคา ยืดอายุการส่งเข้าโรงสี หรือกระจายสินค้าสู่ตลาดได้ด้วยตนเอง ซึ่งเพียงแค่ขั้นตอนการอบลดความชื้น หากเกษตรกรทำได้เอง จะสามารถขายข้าวให้โรงสีได้สูงขึ้น โดยไม่ถูกหักค่าความชื้น คิดเป็นมูลค่าเพิ่มกว่าตันละ 2,000 บาท ซึ่งคุ้มค่าและยั่งยืนกว่าเงินชดเชยเยียวยาทั่วไปที่เรียกร้องกันอยู่ด้วยซ้ำ
"นอกจากนี้ แทรกเตอร์ไฟฟ้ารุ่นดังกล่าวยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์ย่อยสลายตอซัง เพื่อปั่นตอซังให้กลายเป็นปุ๋ยได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาย่อยสลายทางชีวภาพหรือใช้สารจุลินทรีย์ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเผาแปลงเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ" นายสรวุฒิ ระบุ
ชี้ไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน รองรับวิกฤตราคาน้ำมันในอนาคต
นายสรวุฒิ กล่าวสรุปในช่วงท้ายว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานใหม่ให้ได้ เพราะในระยะยาวทรัพยากรน้ำมันจะลดน้อยลงเรื่อยๆ หรือหากสงครามยืดเยื้อ การขุดเจาะน้ำมันที่อยู่ลึกและไกลขึ้นจะทำให้ต้นทุนสูงจนไม่คุ้มค่า และหากวันใดที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงถึงลิตรละ 100 บาท ประชาชนจะไม่มีทางเลือกเลย ประเทศไทยถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่มีความพร้อมในทุกด้าน หากไม่เริ่มปรับตัวและพัฒนารูปแบบพลังงานในห่วงโซ่อุปทานการผลิตอาหารตั้งแต่วันนี้ ก็ต้องเริ่มทำในวันข้างหน้าอยู่ดี ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลที่มีความปรารถนาดีต่อประชาชนและชาวนาต้องเร่งดำเนินการ