เนชั่นทีวี

ข่าว

"นันทนา" โอดถูกน้ำเงินเอาคืนขุดคุ้ย "ห้องจูปีเตอร์" ยันไร้โพย

19 ก.ย. 2569 | katchatapong_lee

"นันทนา" โอดถูกน้ำเงินเอาคืนขุดคุ้ย "ห้องจูปีเตอร์" ยันไร้โพย

"สว.นันทนา" โอดถูกน้ำเงินเอาคืนขุดคุ้ย "ห้องจูปีเตอร์" ยืนยันรวมตัวกันเปิดเผย-ไร้โพยฮั้ว - ย้ำบันได 4 ขั้นเปิดโปงแผนน้ำเงินกินรวบประเทศ

นางนันทนา นันทวโรภาส​ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวบนเวทีเสวนา "ตามรอยขบวนการโกง สว.67: โกง สว.จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ" ซึ่งจัดโดยสมัชชาสภาเที่ยงธรรม หรือ สทธ. ภาคีเครือข่ายเพื่อการปฏิรูปสถาบันนิติบัญญัติแห่งชาติ ภปน. และกลุ่ม สว.สำรอง ถึงกรณีที่ กกต.มีมติเสียงข้างมากส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคดีการฮั้ว สว. 77 คน จาก 229 คนว่า กกต.ควรจะมาจัดการสะสาง แต่ตนก็ไม่ได้เห็นว่า กกต.จะไปสะสาง แต่กลับไปส่งฟ้อง สว.สอบตก 40 คดี เหมือนภาษาจีนเรียกว่า เจี่ยะป้าบ่อสื่อ หรือ กินอิ่มไปอยู่ดีไม่ว่าดี 

 

นางนันทนา ยังย้ำถึงการการต่อสู้เรียกร้องของตนในการฮั้ว สว.ทั้งในสภา และนอกสภา ที่ตนเองพยายามคัดค้านวุฒิสภาในการเลือกกรรมการองค์กรอิสระ เพราะมี สว.ถึง 138 คน ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ถึงการได้มาโดยไม่สุจริต แต่กลับมาทำหน้าที่เลือกกรรมการองค์กรอิสระ ทั้ง กกต., ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ ที่มาตัดสินคดีฮั้ว สว. ซึ่งจะเป็นการต่างตอบแทนหรือไม่ แต่สิ่งที่ตนได้รับคือ การถูกประท้วง ถูกปิดไมค์ ด่าทอ และสกัดตนไม่ได้ ก็ร้องจริยธรรมตน จากการพูดคำว่า "คนขายหมู" ซึ่งสะท้อนความเหิมเกริม ที่ใช้เสียงข้างมากลากไป

นางนันทนา ยังระบุว่า หลังจากต่อสู้คดีฮั้ว สว.ของตน ตนก็กำลังถูกเอาคืนโดยกลุ่มสีน้ำเงิน ที่ไปขุดคุยเรื่องห้องจูปีเตอร์ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของผู้สมัครอย่างเปิดเผย โปร่งใส มีการเชิญ กกต. และสื่อมวลชนไป ซึ่งไม่ได้ปิดลับ และไม่ได้ทำลับ ๆ ล่อ ๆ หรือไปซ่อนตามโรงแรม และทำโพยกัน รวมถึงสื่อมวลชน ยังได้มารายงานข่าว แต่กลุ่มสีน้ำเงิน ก็ยังพยายามที่จะสแกนหามดมาให้ได้ ทั้งที่ช้างทั้งตัวอยู่ในห้องกลับมองไม่เห็น

 

นางนันทนา ยังเห็นว่า คำวินิจฉัยของ กกต.เป็นการฆ่าตัดตอน เพื่อไม่ให้ความผิดไปถึงผู้บงการ หรือ Last Boss ซึ่งเมื่อผลออกมา ทำให้ไม่ให้เกิดความเกี่ยวข้องกับกรรมการบริหารพรรค และการร้องยุบพรรคก็ไม่เกิดขึ้น โดยการฟ้อง สว.เพียงแค่ 26 คน ซึ่งก็ไม่ทำให้สมการในสภาเปลี่ยน เพราะในสภาเสียงข้างมากกว่า 150 เสียง ลบไป 26 คนยังเหลือ 124 คน ยังสามารถเลือกองค์กรอิสระ แก้รัฐธรรมนูญได้ และยังคงเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการทุกคณะ หรือแก้ไขกฎหมายได้ ซึ่งที่ยับเยิน คือ ร่างกฎหมายอากาศ ที่กลายเป็นอากาศสกปรก เมื่อออกมาจากวุฒิสภา แต่ก็ยังดีที่มีกกต.เสียงน้อย 2 คน ที่ออกมาทำให้สังคมเห็นว่า กระบวนการเลือกฮั้ว สว.เป็นขบวนการ ไม่ได้ทำกันเป็นรายบุคคล เป็นกระบวนการต่อภาพช้าง และเห็นว่า เป็นช้างทั้งตัว พร้อมยังบอกว่า ความหวังในคดีนี้ยังมีต่อ หลัง สว.สำรองได้ไปยื่นฟ้องตรงต่อศาล และคงต้องมีการร้องหลายศาลทั้งศาลฎีกา ศาลอาญา หรือศาลรัฐธรรมนูญ และหากจะพึ่งศาลไหนไม่ได้ คงต้องไปพึ่งศาลพระภูมิ

นางนันทนา ยังย้ำว่า กระบวนการทั้งหมดนี้ เป็นขบวนการโกง สว.ที่นำไปสู่การยึดวุฒิสภา และในวันที่ 28 กันยายนนี้ ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้ง ก็จะเห็นบันได 4 ขั้นกินรวบประเทศ ได้แก่ กาฮั้ว สว.เสียงข้างมาก เพื่อยึดสภาสูง, การยึดองค์กรอิสระผ่าน สว., การกินรวบบ้านใหญ่ เพื่อยึดสภาล่าง ผ่าน กกต.ที่จัดการเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาลควบคุมงบประมาณ และการบริหารราชการแผ่นดินแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งเป็นแผนการกินรวบประเทศ ที่เดินมาเกือบจะบรรลุเป้าหมายทุกขั้นตอนแล้ว ซึ่งหากสำเร็จ ก็จะเกิดความบิดเบี้ยวของกระบวนการยุติธรรม การตรวจสอบถ่วงดุลจะไม่เกิดขึ้นจริง การทุจริตจะงอกเงย เย้ยกฎหมาย ประชาชนจะเป็นเพียงผู้อาศัย ถูกบังคับให้อ่อนแอ กดให้จน และกู้มาแจก

 

นางนันทนา ยังเสนอทางออกปัญหาว่า จะต้องช่วยกันเปิดโปงขบวนการโกง สว.ทั้งเครือข่าย ให้ถึง Last Boss และนำมาแชร์ให้ประชาชนรับทราบ และช่วยกันฟ้องร้องต่อศาลฎีกา ศาลอาญา ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มอำนาจศาลในการจัดการกับผู้บงการ พร้อมขุดขบวนการโกงทุกหย่อมหญ้า อย่าให้คนโกงได้มีที่ยืน และต้องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน และ สสร.ต้องมาจากประชาชนเท่านั้น เพื่อสกัดการกินรวบประเทศ

ข่าวล่าสุด