เนชั่นทีวี

ข่าว

“กังฟู วสวรรธน์” ฟาดรัฐบาล ถอนหน้ากากรักชาติ แฉหั่นงบทหารชายแดน

07 ก.ย. 2569 | titayu_pur

“กังฟู วสวรรธน์” ฟาดรัฐบาล ถอนหน้ากากรักชาติ แฉหั่นงบทหารชายแดน

“กังฟูวสวรรธน์” ฟาดรัฐบาล ถอดหน้ากากรักชาติแล้ว! ผ่านการจัดงบทหารชั้นผู้น้อย ชี้งบกำลังพล เงินเยียวยา และเบี้ยเสี่ยงภัยทหารชายแดนยังขาดแคลน แต่งบนายพลกลับเพิ่มขึ้น

“กังฟูวสวรรธน์” ฟาดรัฐบาล ถอดหน้ากากรักชาติแล้ว! ผ่านการจัดงบทหารชั้นผู้น้อย ชี้งบกำลังพล เงินเยียวยา และเบี้ยเสี่ยงภัยทหารชายแดนยังขาดแคลน แต่งบนายพลกลับเพิ่มขึ้น

KEY

POINTS

  • แฉจัดงบเหลื่อมล้ำ: 'วสวรรธน์' ชี้งบกำลังพลทหารยังขาดอีกเกือบ 900 ล้านบาท แต่รัฐบาลกลับเลือกอนุมัติเพิ่มงบนายพล
     
  • หั่นงบอุปกรณ์จำเป็น: ตัดงบวิทยุสื่อสาร โดรน และงบซ่อมเฮลิคอปเตอร์ ซ้ำเติมความเสี่ยงทหารปฏิบัติงานพื้นที่ชายแดน
     
  • จี้เยียวยาคนหน้าแนว: เรียกร้องรัฐบาลเร่งจ่ายเบี้ยเลี้ยงและเงินเยียวยาตกหล่น ย้ำความมั่นคงคือชีวิตกำลังพล ไม่ใช่แค่คำพูดในสภา

7 กันยายน 2569 กังฟู วสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย เปิดหน้าอภิปรายงบประมาณกลางสภา ตั้งคำถามจี้ใจดำรัฐบาลถอนหน้ากากรักชาติ หลังพบการจัดงบกองทัพเหลื่อมล้ำ ปรับลดงบอุปกรณ์สวัสดิการทหารชายแดน แต่มุ่งเพิ่มงบส่วนอื่น พร้อมสะท้อนเสียงทหารตัวเล็กหน้าแนว ที่ยังขาดแคลนทั้งเบี้ยเลี้ยงและเงินเยียวยา เรียกร้องดูแลสวัสดิการชีวิตกำลังพลอย่างจริงใจ

 

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย อภิปรายร่างงบประมาณรายจ่าย โดยตั้งข้อสังเกตถึงการจัดสรรงบประมาณด้านความมั่นคง โดยเฉพาะงบกำลังพลและงบที่เกี่ยวข้องกับทหารซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง  

 

นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ในชั้นอนุกรรมาธิการและชั้นกรรมาธิการ พบว่ามีการปรับลดงบประมาณในบางรายการที่ควรได้รับการสนับสนุน ขณะที่บางรายการกลับได้รับการเพิ่มงบประมาณ โดยเฉพาะงบกำลังพล ซึ่งมีการเพิ่มงบตามมติคณะรัฐมนตรีประมาณ 425 ล้านบาท ขณะที่หน่วยงานชี้แจงว่ามีความต้องการงบประมาณที่แท้จริงประมาณ 1,300 ล้านบาท ส่งผลให้ยังขาดงบประมาณอีกเกือบ 900 ล้านบาท

“เรารู้ว่าขาด แต่จัดให้ไม่ครบ คำถามคือ แล้วจะเอาอะไรเป็นหลักประกันว่าทหารชั้นผู้น้อยที่ยืนอยู่หน้าแนวชายแดนจะได้รับการดูแลอย่างเพียงพอ”

นายวสวรรธน์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดูแลเบี้ยเลี้ยง เงินพิเศษ เงินที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงเงินเยียวยาทหาร โดยยืนยันว่ายังมีทหารอีกหลายรายที่ไม่ได้รับการเยียวยาจนถึงปัจจุบัน

 

พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการปรับลดงบครุภัณฑ์และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน ทั้งวิทยุสื่อสาร อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และงบซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ โดยย้ำว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของกำลังพล

 

โดยยกตัวอย่างพื้นที่เนิน 754 ภูโคกใหญ่ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญตามแนวชายแดน แต่ยังมีข้อจำกัดด้านระบบสื่อสาร

“ถ้าทหารที่อยู่หน้าแนวต้องการติดต่อครอบครัว แต่ถนนขาด การเดินทางเข้าออกต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองวัน พ่อแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกของเขาปลอดภัย นี่คือสิ่งที่งบประมาณต้องตอบให้ได้”

นายวสวรรธน์ยังกล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของอาสาสมัครทหารพราน นายโชคมงคล จากบ้านซำเม็ง อำเภอกันทรลักษ์ จากภาวะหัวใจล้มเหลว พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัว และย้ำว่าชีวิตของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจัง

 

พร้อมตั้งคำถามว่า “นี่คือการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณเพื่อความมั่นคงจริงหรือครับ?”

 

ช่วงท้าย นายวสวรรธน์กล่าวถึงกรณีที่เคยถูกวิจารณ์ว่าอภิปรายเพื่อ “สร้างกระแส” พร้อมตอบโต้ว่า ตนไม่ได้มายืนในสภาเพื่อสร้างกระแส แต่สะท้อนปัญหาจากพื้นที่จริงและเสียงของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าแนว

“ถ้าการเอาปัญหาจากหน้าแนวมาพูดในสภาเรียกว่าสร้างกระแส แล้วการจัดงบที่ไม่ตอบโจทย์คนหน้าแนว เราจะเรียกว่าอะไรครับ?”

นายวสวรรธน์ย้ำว่า ทหารชั้นผู้น้อยไม่ได้ต้องการคำพูดสวยหรู แต่ต้องการเบี้ยเลี้ยงที่ถึงมือ สวัสดิการที่ถึงจริง เงินเยียวยาที่ไม่ตกหล่น อุปกรณ์ที่ใช้งานได้ และรัฐบาลที่ไม่ทอดทิ้ง

 

พร้อมตั้งคำถามว่า สิ่งที่สะท้อนผ่านการจัดทำงบประมาณในครั้งนี้ กำลังทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่า “หน้ากากของคำว่ารักชาติ ยังสวมอยู่ หรือถูกถอดออกไปแล้ว?”

 

นายวสวรรธน์กล่าวว่า สำหรับคนหน้าแนว ความมั่นคงไม่ใช่คำพูดในสภา แต่คือชีวิตของกำลังพลที่ต้องได้รับการดูแลจริงจังทันที

 

ข่าวล่าสุด