ปัญหาที่ 2 ผลาญงบดึงทุนนอก ทิ้งผู้ประกอบการไทยในซัพพลายเชนใหม่
ภารกิจอีกด้านที่ BOI มีบทบาทสำคัญคือ การสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งแผนแม่บทอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้จัดให้ “อุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI” เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มุ่งพัฒนา โดยปีนี้รัฐบาลจัดสรรงบอุตสาหกรรม 213 ล้านบาท BOI ได้รับส่วนแบ่งไปสูงสุดถึง 142 ล้านบาทต่อปี แต่งบประมาณถึง 122 ล้านบาทกลับถูกนำไปใช้เป็นค่าเดินทางเพื่อชักชวนนักลงทุนต่างชาติ เหลืองบเพียง 4 ล้านบาทสำหรับการพัฒนาและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย ในขณะที่หน่วยงานที่มีหน้าที่พัฒนาเทคโนโลยีให้ธุรกิจไทยโดยตรงอย่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงอุตสาหกรรม กลับได้รับงบประมาณน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ปัญหาที่ 3 ตั้งตัวชี้วัด (KPI) หละหลวม และใช้ Data Center บังหน้าวิกฤต
นายวีระยุทธ ชี้ว่า การกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของ BOI ขาดความรัดกุม โดยตั้งเป้าดึงนักลงทุนเพียง 30 รายใน 5 ปี โดยไม่ระบุเงื่อนไขมูลค่าหรือประเภทการลงทุน และที่ผ่านมาสามารถดึงได้เพียง 16 ราย
นายวีระยุทธ ตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของรัฐบาลที่พยายามประกาศวิสัยทัศน์ดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ แท้จริงแล้วมีเพียง “Data Center” ซึ่งรัฐบาลกำลังใช้เป็นกำแพงเพื่อบดบังปัญหาใหญ่ของประเทศ ทั้งวิกฤตการขาดดุลการค้า การถดถอยของภาคการผลิต และปัญหาการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น
"การจัดงบประมาณและกำหนด KPI สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลมุ่งแต่สร้างภาพลักษณ์บนโซเชียลมีเดีย ไม่ได้มีความจริงจังกับการพัฒนาภาคการผลิตและผู้ประกอบการไทย การใช้งบกว่า 3 ใน 4 ไปอุดหนุนกิจการต่างชาติ และเจียดเงินอบรมแรงงานไทยเพียงคนละ 5 วัน จึงเป็นเหตุผลที่ไม่อาจเห็นชอบกับการจัดทำงบประมาณฉบับนี้ได้" วีระยุทธ กล่าว