เนชั่นทีวี

ข่าว

“วีระยุทธ” ซัดรัฐบาล จัดงบทอดทิ้งอุตสาหกรรมเก่า BOI ผลาญงบดึงทุนนอก ทิ้งผู้ประกอบการไทย

07 ก.ย. 2569 | prisana_tha

“วีระยุทธ” ซัดรัฐบาล จัดงบทอดทิ้งอุตสาหกรรมเก่า BOI ผลาญงบดึงทุนนอก ทิ้งผู้ประกอบการไทย

“วีระยุทธ” ซัดรัฐบาล จัดงบทอดทิ้งอุตสาหกรรมเก่า BOI ผลาญงบดึงทุนนอก ทิ้งผู้ประกอบการไทยในซัพพลายเชนใหม่ ตั้งตัวชี้วัดหละหลวม ใช้ Data Center บังหน้าวิกฤต

“วีระยุทธ” ซัดรัฐบาล จัดงบทอดทิ้งอุตสาหกรรมเก่า BOI ผลาญงบดึงทุนนอก ทิ้งผู้ประกอบการไทยในซัพพลายเชนใหม่ ตั้งตัวชี้วัดหละหลวม ใช้ Data Center บังหน้าวิกฤต

KEY

POINTS

  • “วีระยุทธ” ซัดงบปี 70 ล้มเหลว วิจารณ์รัฐบาลและ BOI จัดงบไม่ตอบโจทย์ยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย แถมเอื้อทุนต่างชาติมากกว่าผู้ประกอบการไทย
  • งบอุตสาหกรรม 4,600 ล้านถูกเทหนุน EV ต่างชาติ กว่า 76% ขณะที่งบพัฒนาทักษะแรงงานยานยนต์ไทยเหลือเพียง 52 ล้านบาท อบรม 15,000 คน
  • จวก BOI ทุ่มงบดึงทุนต่างชาติ-ชู Data Center ชี้งบ 122 ล้านบาทใช้เดินทางชักชวนนักลงทุน เหลือเพียง 4 ล้านบาทพัฒนาธุรกิจไทย พร้อมตั้ง KPI หละหลวม

7 กันยายน 2569  นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2570 (งบปี 70) วาระที่ 2 โดยวิจารณ์ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนของไทย ตลอดจนการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ล้มเหลวในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ และเอื้อประโยชน์ให้นักลงทุนต่างชาติมากกว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ

 

นายวีระยุทธ วิจารณ์ว่ารัฐบาลมีความย้อนแย้งในการวางยุทธศาสตร์กับการลงมือทำ กล่าวคือ ประกาศเป้าหมายนำไทยสู่ “ประเทศรายได้สูง” ภายใน 12 ปี คือต้องมีอัตราการเติบโตปีละ 5.4% สม่ำเสมอไม่สะดุด  ทว่าตลอด 3 ไตรมาสที่ผ่านมาผลงานของรัฐบาลภูมิใจไทยกลับไม่ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่กำหนดไว้เลย

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน

 

นอกจากนี้ ธนาคารโลก (World Bank) ยังประเมินว่า หากเศรษฐกิจยังเติบโตในระดับปัจจุบัน ไทยจะต้องใช้เวลาถึง 30 ปี หรือจนถึงปี 2599 ทางเดียวที่ไทยจะเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปีตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายก็ต้อง “สร้างอุตสาหกรรมใหม่”  ซึ่งมี BOI เป็นหน่วยงานหัวหอก แต่เมื่อกางรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณ กลับพบว่ารัฐบาลและ BOI มีปัญหาทั้งเชิงยุทธศาสตร์และการจัดงบประมาณ 3 ปัญหา

 

ปัญหาที่ 1 งบ 70 ไม่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเก่า

 

ในด้านการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจผ่านแผนแม่บทอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รัฐบาลจัดงบประมาณไว้ 4,600 ล้านบาท แต่งบกว่า 76% หรือราว 3,500 ล้านบาท กลับถูกนำไปใช้เพื่ออุดหนุนค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากต่างชาติ (EV) เพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อในขณะที่งบสำหรับพัฒนาแรงงานและผู้ประกอบการไทยกลับถูกละเลย โดยปีนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานได้งบประมาณพัฒนาทักษะยานยนต์ 52 ล้านบาท เพื่ออบรมแรงงาน 15,000 คน  ซึ่งนายวีระยุทธ ตั้งข้อสังเกตจากที่ได้ติดตามผลการดำเนินงานโครงการนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว (งบปี 2569) ได้รับจัดสรร 57 ล้านบาท ยังสามารถจัดอบรมแรงงานได้เพียง 5 วันต่อคนเท่านั้น  เมื่องบประมาณยิ่งลดลงก็ยิ่งเสี่ยงที่คุณภาพจะลดลงไปอีก ไม่สอดคล้องกับขนาดของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จ้างงานกว่า 600,000 คน ถือเป็นการทิ้งการยกระดับอุตสาหกรรมเดิมอย่างสิ้นเชิง

ปัญหาที่ 2 ผลาญงบดึงทุนนอก ทิ้งผู้ประกอบการไทยในซัพพลายเชนใหม่

 

ภารกิจอีกด้านที่ BOI มีบทบาทสำคัญคือ การสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งแผนแม่บทอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้จัดให้ “อุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI” เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มุ่งพัฒนา โดยปีนี้รัฐบาลจัดสรรงบอุตสาหกรรม 213 ล้านบาท BOI ได้รับส่วนแบ่งไปสูงสุดถึง 142 ล้านบาทต่อปี แต่งบประมาณถึง 122 ล้านบาทกลับถูกนำไปใช้เป็นค่าเดินทางเพื่อชักชวนนักลงทุนต่างชาติ เหลืองบเพียง 4 ล้านบาทสำหรับการพัฒนาและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย ในขณะที่หน่วยงานที่มีหน้าที่พัฒนาเทคโนโลยีให้ธุรกิจไทยโดยตรงอย่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงอุตสาหกรรม กลับได้รับงบประมาณน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

 

ปัญหาที่ 3 ตั้งตัวชี้วัด (KPI) หละหลวม และใช้ Data Center บังหน้าวิกฤต

 

นายวีระยุทธ ชี้ว่า การกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของ BOI ขาดความรัดกุม โดยตั้งเป้าดึงนักลงทุนเพียง 30 รายใน 5 ปี โดยไม่ระบุเงื่อนไขมูลค่าหรือประเภทการลงทุน และที่ผ่านมาสามารถดึงได้เพียง 16 ราย

 

นายวีระยุทธ ตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของรัฐบาลที่พยายามประกาศวิสัยทัศน์ดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ แท้จริงแล้วมีเพียง “Data Center” ซึ่งรัฐบาลกำลังใช้เป็นกำแพงเพื่อบดบังปัญหาใหญ่ของประเทศ ทั้งวิกฤตการขาดดุลการค้า การถดถอยของภาคการผลิต และปัญหาการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น

 

"การจัดงบประมาณและกำหนด KPI สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลมุ่งแต่สร้างภาพลักษณ์บนโซเชียลมีเดีย ไม่ได้มีความจริงจังกับการพัฒนาภาคการผลิตและผู้ประกอบการไทย การใช้งบกว่า 3 ใน 4 ไปอุดหนุนกิจการต่างชาติ และเจียดเงินอบรมแรงงานไทยเพียงคนละ 5 วัน จึงเป็นเหตุผลที่ไม่อาจเห็นชอบกับการจัดทำงบประมาณฉบับนี้ได้" วีระยุทธ กล่าว

ข่าวล่าสุด