เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : เฮกเซธใช้ข้ออ้าง "ภาพเซลฟี" ปลดนายพลระดับตำนาน หวังหาแพะรับบาปเหตุโจมตีอัฟกานิสถาน

07 ก.ย. 2569 | NATESAIY

ARTICLE : เฮกเซธใช้ข้ออ้าง "ภาพเซลฟี" ปลดนายพลระดับตำนาน หวังหาแพะรับบาปเหตุโจมตีอัฟกานิสถาน

ภาพ "เซลฟี" ข้อหาง่ายๆ ที่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ใช้เป็นข้ออ้างเพื่อปลดนายพล 4 ดาวผู้ได้รับการเคารพนับถืออย่างสูง เพียงเพื่อสร้าง "แพะรับบาป" สังเวยเหตุการณ์โจมตีสนามบินในอัฟกานิสถาน

หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานว่า พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เกิดความหมกมุ่นกับภาพถ่ายใบหนึ่งที่เขาเชื่อว่าเป็น "ภาพเซลฟี" จนนำไปสู่การปลดนายพล 4 ดาวผู้เป็นที่เคารพรักและได้รับการยกย่องว่าเป็น "นายพลระดับตำนาน" หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ว่อนอินเทอร์เน็ต


🔵 [เบื้องหลังภาพประวัติศาสตร์ที่ถูกตีความผิด]


ภาพต้นเรื่องคือภาพของ พลเอกคริสโตเฟอร์ โดนาฮิว วัย 57 ปี ซึ่งถูกบันทึกโดยช่างภาพของกองทัพในฐานะ "ทหารอเมริกันคนสุดท้าย" ที่ถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถาน ภาพโทนสีเขียวที่ถ่ายผ่านอุปกรณ์มองเห็นเวลากลางคืน (Night-vision device) เผยให้เห็นพลเอกโดนาฮิวกำลังขึ้นเครื่องบินลำสุดท้ายตามธรรมเนียมปฏิบัติของกองทัพบก

ภาพนี้ถูกถ่ายเมื่อเวลา 23.59 น. ของวันที่ 30 สิงหาคม 2021 เพียงหนึ่งนาทีก่อนถึงเส้นตายการถอนทหาร เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอนระบุว่า ภาพนี้กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เฮกเซธจะเข้าใจผิดคิดว่ามันคือภาพ "เซลฟี" และเริ่มจับจ้องประเด็นนี้


🔵 [ฉากหลัง: เหตุระเบิดสนามบินคาบูลและการเมืองสหรัฐฯ]


เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 4 วันหลังมือระเบิดฆ่าตัวตายกลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรักและซีเรีย (ISIS) โจมตีสนามบินนานาชาติฮามิด คาร์ไซ ในกรุงคาบูล คร่าชีวิตทหารสหรัฐฯ 13 นาย และชาวอัฟกันอย่างน้อย 170 คน โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำลังหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 ได้ฉวยจังหวะนี้วิจารณ์ประธานาธิบดี โจ ไบเดน อย่างรุนแรง โดยเรียกเหตุการณ์นี้ว่า "ช่วงเวลาที่น่าอับอายที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา" พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่มีผู้ใดถูกลงโทษ

ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ทรัมป์เองเป็นผู้บรรลุข้อตกลงกับกลุ่มตาลีบันเรื่องการถอนทหารสหรัฐฯ ปิดฉากสงครามเกือบสองทศวรรษที่เริ่มขึ้นหลังเหตุ 9/11 แต่ในอีก 18 เดือนต่อมา รัฐบาลอัฟกานิสถานล่มสลาย ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี หลบหนีออกนอกประเทศ กองกำลังอัฟกานิสถานแตกสลาย

พลเอกโดนาฮิวถูกเรียกตัวกลับกรุงคาบูลด่วนในวันที่ 17 สิงหาคม 2021 เขาต้องเผชิญหน้าและทำงานร่วมกับ คารี ฮัมดุลเลาะห์ มอคลิส ผู้บัญชาการตาลีบัน ซึ่งเคยเป็นเป้าหมายสังหารของหน่วยคอมมานโดสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2020 ทหารพลร่มรายหนึ่งจำคำพูดของพลเอกโดนาฮิวที่บอกกับแกนนำตาลีบันได้ว่า "คุณไม่ชอบผม และผมก็ไม่ชอบคุณ แต่เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน" ทั้งสองฝ่ายรู้ดีว่าภัยคุกคามแท้จริงคือกลุ่ม ISIS ที่เตรียมฉวยโอกาสโจมตีช่วงถอนทหาร


🔵 [ความวุ่นวายที่ 'แอบบีย์เกต' และโศกนาฏกรรม]


เพื่อป้องกันเหตุร้าย พลเอกโดนาฮิวขอให้กลุ่มตาลีบันที่ตั้งด่านรอบสนามบิน ช่วยคัดกรองพลเมืองสหรัฐฯ และพันธมิตร พร้อมสกัดกั้นมือระเบิด จุดที่เปราะบางที่สุดคือประตู "แอบบีย์เกต" (Abbey Gate) ซึ่งควบคุมโดยนาวิกโยธินสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พลเอกโดนาฮิวลงพื้นที่และพบชาวอัฟกันนับพันคนเบียดเสียดกัน เขาเตือนทหารว่าสถานการณ์เช่นนี้คือเป้าหมายชั้นดีของผู้ก่อการร้าย แม้เขาอยากจะปิดประตูแห่งนี้ในวันที่ 27 สิงหาคม แต่กองกำลังอังกฤษที่ต้องใช้ประตูนี้อพยพคนได้ร้องขอให้เปิดไว้ก่อน ซึ่งกระทรวงกลาโหมก็อนุมัติ

โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นจริงเมื่อเวลา 17.48 น. ของวันที่ 26 สิงหาคม แรงระเบิดสังหารนาวิกโยธิน 11 นาย แพทย์สนามทหารเรือ 1 นาย ทหารบก 1 นาย และชาวอัฟกันจำนวนมาก พลเอกโดนาฮิวซึ่งอยู่ที่กองบัญชาการอีกฟากของรันเวย์ได้ยินและสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน

เมื่อถึงวันที่ 30 สิงหาคม พลเอกโดนาฮิวขึ้นเครื่องบินลำสุดท้ายออกจากคาบูล และเมื่อถึงกาตาร์ เขาโทรหาภรรยาเพื่อบอกว่าพวกเขาปลอดภัยแล้ว ก่อนจะพบว่าภาพการขึ้นเครื่องบินของเขาถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ซึ่งเขาพูดสั้นๆ ว่า "แบบนี้ไม่ดีแน่"


🔵 [เฮกเซธกับวาระ 'ยกเครื่องกองทัพ' และการหาแพะรับบาป]


พีท เฮกเซธ ผู้ก้าวลงจากกองทัพหลังมีประวัติพฤติกรรมน่ากังขา มักอ้างว่าตนลาออกเพราะกองทัพมีนายพลล้นเกินและต้องการ "ยกเครื่องกองทัพครั้งใหญ่" (Clean house) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของทรัมป์ เมื่อเขารับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม นโยบายหลักคือการกวาดล้างนายทหารระดับสูง

เดิมที พลเอกโดนาฮิวคือตัวเต็งที่จะรับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดผสมยุโรปของ NATO (SACEUR) และผู้บัญชาการกองบัญชาการยุโรปของสหรัฐฯ (EUCOM) แทนพลเอกคริสโตเฟอร์ จี. คาโวลิ ที่จะเกษียณในฤดูร้อนปี 2025 เฮกเซธเองก็เคยเห็นด้วย จนกระทั่งทีมงานแจ้งว่า ทรัมป์กำลังต้องการคนมารับผิดชอบเหตุโจมตีในคาบูล

โจ แคสเปอร์ หัวหน้าคณะทำงานของเฮกเซธ พยายามปกป้องพลเอกโดนาฮิว ผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชนกว่า 20 ภารกิจ โดยอธิบายว่าภาพนั้นไม่ใช่เซลฟี นายพลไม่ได้เป็นคนเผยแพร่ และหน่วยนาวิกโยธินต่างหากที่รับผิดชอบประตูดังกล่าว ทว่าคำตอบของเฮกเซธมีเพียง "ผมไม่สนหรอก"

แม้หลายฝ่าย รวมถึงวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน จะพยายามรักษาพลเอกโดนาฮิวไว้ในฐานะนักยุทธศาสตร์คนสำคัญ แต่เฮกเซธยืนกรานที่จะปลดเขา แหล่งข่าวเผยว่า พลเอกโดนาฮิวเคยถามวุฒิสมาชิกโจนี่ เอิร์นสท์ ว่า "คุณคิดว่ารัฐมนตรีเฮกเซธจะยอมทำงานร่วมกับผมไหม?" ซึ่งเธอตอบตรงๆ ว่า "พูดตามตรงนะ... ไม่หรอก"

หลังจากเฮกเซธบ่ายเบี่ยงและเลื่อนการประชุมหลายครั้ง ในที่สุด พลเอกโดนาฮิวก็ตัดสินใจเกษียณอายุราชการในวันที่ 27 สิงหาคม ท่ามกลางการแสดงความเคารพจากเหล่าทหารที่เคยร่วมรบ

ข้อมูลจาก Daily Beast ระบุว่า จนถึงขณะนี้ เฮกเซธได้สั่งปลดหรือระงับการเลื่อนตำแหน่งนายทหารระดับสูงไปแล้วราว 80 นาย หรือคิดเป็น 10% ของนายทหารระดับสูงทั้งหมดในกองทัพสหรัฐฯ

ข่าวล่าสุด