แล้วทำไมคนอเมริกันรุ่นใหม่บางคนถึงยังอยากเป็นทหาร? คำถามนี้คงไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะย่อมขึ้นอยู่กับเหตุผลส่วนตัวของแต่ละบุคคล แต่เชื่อว่าจำนวนไม่น้อยมาจากครอบครัวทหารที่มีการปลูกฝังค่านิยมจากรุ่นสู่รุ่น บางคนอาจต้องการโอกาสเข้าถึงการศึกษา ขณะที่บางคนก็อาจหางานอื่นทำไม่ได้และต้องการรายได้รวมทั้งสวัสดิการที่มั่นคง เพื่อหวังปลดหนี้เงินกู้ยืมค่าเล่าเรียนระดับมหาวิทยาลัย
กองทัพสหรัฐฯ มี 2 ช่องทางหลักในการช่วยลดภาระหนี้ของกำลังพล คือ เงินช่วยชำระหนี้หากมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข (LRP) สูงสุด 65,000 ดอลลาร์หรือกว่า 2.1 ล้านบาท และแบบ PSLF ที่ช่วยยกหนี้คงเหลือหลังทำงานครบ 10 ปี หรือเทียบเท่ากับการชำระเงินกู้ไปแล้วประมาณ 120 งวด นอกจากนี้ในรอบปีงบประมาณที่ผ่านมา กองทัพยังปรับขึ้นเงินเดือนทหารทั้งระบบเฉลี่ย 4.5% และเพิ่มอีก 10% สำหรับทหารชั้นผู้น้อย ยังไม่นับกฎหมายงบประมาณกลาโหมปีนี้ที่เตรียมเพิ่มอีก 3.8%
🔵 [“รัฐบาลทรัมป์” ย้อนยุคภาพลักษณ์ทหาร]
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ผลที่เกิดขึ้นคือในปีที่ผ่านมากองทัพสหรัฐฯ มียอดรับสมัครกำลังพลสูงที่สุดในรอบ 15 ปี ขณะที่ในปีนี้กองทัพประกาศว่ามียอดผู้สมัครรับใช้ชาติครบตามที่ต้องการก่อนกำหนดถึง 2 เดือนที่ 61,500 นาย จากเป้าหมาย 61,000 นาย ตรงข้ามกับเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วที่ยอดรับสมัครต่ำกว่าเป้า
อย่างไรก็ตามปีนี้กองทัพบกได้ปรับเพิ่มเพดานอายุที่สามารถสมัครได้จากไม่เกิน 35 ปี เป็นไม่เกิน 42 ปี รวมถึงการยกเลิกข้อกำหนดให้ผู้ที่มีประวัติอาชญากรรมฐานครอบครองกัญชาหรืออุปกรณ์เสพยาเพียงครั้งเดียว หลังมีการประมาณการว่า 71% ของคนหนุ่มสาวชาวอเมริกันไม่ผ่านเกณฑ์ในการรับราชการทหาร จากปัจจัยด้านสุขภาพ น้ำหนัก การศึกษา ไปจนถึงประวัติอาชญากรรมด้วย
หลังถูกทรัมป์เลือกมารับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม “พีท เฮกเซธ” ได้ประกาศจะปรับภาพลักษณ์ให้กับทหารอเมริกันเสียใหม่ โดยวิจารณ์ว่าที่ผ่านมากองทัพไปเน้นอุดมคติทางการเมืองหรือ Woke จนเกินไป และจำเป็นต้องกลับมาสู่ "จรรยาบรรณนักรบ" แบบดั้งเดิม ด้วยการสั่งโกนหนวดเครา วิจารณ์ “นายพลลงพุง” ทดสอบสมรรถภาพร่างกายปีละ 2 ครั้ง และกลับมาใช้มาตรฐานร่างกายแบบเพศชายที่ผู้หญิงก็ไม่ได้รับการยกเว้น ต้องผ่านมาตรฐานนี้ด้วย ส่วนนายพลคนไหนที่คัดค้านหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เฮกเซธกล้าปลดมาแล้วนักต่อนัก เพราะมั่นใจว่าเขาเป็นคนโปรดของทรัมป์
ในด้านหนึ่งการมาเยือนของเรือ USS Abraham Lincoln สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-สหรัฐฯ ในด้านความมั่นคง ซึ่งสหรัฐฯ ยังคงเรียกไทยว่าเป็น “พันธมิตรตามสนธิสัญญา” แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาไทยจะถูกมองว่าใกล้ชิดกับจีนมากขึ้นก็ตาม แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ในขณะที่ทหารอเมริกัน Gen Z ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงภาพจำในยุคสงครามเย็น แล้วภาพลักษณ์ที่คนทั้งโลกมองประเทศไทย ทำไมถึงยังเหมือนเดิม?