เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : อิหร่านปั่น "ทรัมป์" ให้คลั่งก่อนเลือกตั้งกลางเทอม ระวังเจอพญาอินทรีไร้พ่าย

06 ก.ย. 2569 | NATESAIY

ARTICLE : อิหร่านปั่น "ทรัมป์" ให้คลั่งก่อนเลือกตั้งกลางเทอม ระวังเจอพญาอินทรีไร้พ่าย

โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดิ่งลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์จากพิษสงคราม อิหร่านกำลังใช้กลยุทธ์ "ปั่นให้คลั่ง" เพื่อกดดันทางการเมืองขั้นสุด... แต่นักวิเคราะห์เตือน นี่อาจเป็นหมากที่พลาดมหันต์ เพราะหากทรัมป์พ่ายศึกการเมือง เขาอาจหันมาทำศึกทหารแบบ "คนไม่มีอะไรจะเสีย!"

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังถูกเชื่อมโยงเข้ากับการเมืองภายในสหรัฐฯ อย่างแยกไม่ออก เมื่อสำนักข่าว Al-Jazeera รายงานอ้างอิงบทวิเคราะห์ของ ตริตา ปาร์ซี (Trita Parsi) รองประธานสถาบันวิจัยนโยบายต่างประเทศ Quincy Institute for Responsible Statecraft ในสหรัฐฯ ที่ออกโรงเตือนว่า กลยุทธ์ที่อิหร่านกำลังใช้กดดันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม (วันอังคารแรกของเดือนพฤศจิกายน) อาจส่งผลลบแบบไม่คาดคิด และเปิดทางให้สหรัฐฯ ตอบโต้ทางทหารอย่างบ้าคลั่ง


🔵 [กลยุทธ์ "ปั่นให้คลั่ง" ทุบเรตติ้งที่ดิ่งอยู่แล้ว]


ปาร์ซี ระบุว่า ยุทธศาสตร์ของอิหร่านที่พยายามสร้างความขัดแย้งและเพิ่มแรงกดดันต่อทรัมป์ในช่วงนี้ อาจส่งผลย้อนกลับและเป็นอันตรายร้ายแรงต่ออิหร่านเอง

ในมุมมองของอิหร่าน พวกเขาประเมินว่าทรัมป์กำลังพยายาม "ยื้อเวลา" และควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามเป็นศึกเต็มรูปแบบก่อนการเลือกตั้ง เพื่อรักษาคะแนนเสียงให้พรรครีพับลิกัน ดังนั้น อิหร่านจึงอาจตัดสินใจเปิดฉากชิงโจมตีและยกระดับความขัดแย้งก่อน เพื่อกดดันทางการเมืองขั้นสุด และหวังทุบคะแนนนิยมของทรัมป์ที่ปัจจุบันดิ่งลงไปแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ (ราว 32% - 33%) ให้จมมิด

 

🔵 [อันตรายจากผู้นำ "เป็ดง่อย"]


ทว่า ปาร์ซีมองอีกมุมหนึ่งว่า หากพรรครีพับลิกันเกิดพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งจนสูญเสียเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ทรัมป์จะกลายสภาพเป็นผู้นำรัฐบาล "เป็ดง่อย" ทันที

เมื่อถึงจุดนั้น ทรัมป์จะอยู่ในสภาวะไร้แรงกดดันทางการเมือง ไม่ต้องกังวลต่อผลการเลือกตั้งใดๆ อีกต่อไป สิ่งที่น่ากลัวคือ เขาอาจหันไปใช้ "อารมณ์และความโกรธเกรี้ยวมากกว่าสมอง" ในการสั่งตอบโต้ทางทหารอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม ซึ่งจะนำไปสู่ความเสี่ยงร้ายแรงระยะยาวสำหรับอิหร่าน
 


🔵 [แรงยุจาก "เนทันยาฮู"]


นอกจากการกดดันจากฝั่งอิหร่านแล้ว ทรัมป์ยังเผชิญกับแรงยุจากนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ที่พยายามโน้มน้าวให้ทรัมป์มองทิศทางสงครามและอนาคตของรัฐบาลอิหร่านไปในทางเดียวกัน

เนทันยาฮูอ้างว่า "ระบอบปกครองของอิหร่านในตอนนี้กำลังระส่ำระสาย ปั่นป่วน และอ่อนแออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พวกเขากำลังดิ้นรนสู้เพื่อความอยู่รอด" พร้อมชี้เป้าว่า สหรัฐฯ จะสามารถขจัดภัยคุกคามนี้ได้อย่างเด็ดขาดด้วยการโค่นล้มระบอบปกครองของอิหร่านให้สำเร็จ เขายังยกหลักฐานว่า การที่อิหร่านหันไปโจมตีเป้าหมายและพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาค แต่กลับไม่กล้าเปิดฉากโจมตีอิสราเอลโดยตรง เป็นเพราะอิหร่านตระหนักถึงศักยภาพและความเด็ดขาดของกองทัพอิสราเอล (IDF) เป็นอย่างดี

🔵 [สัญญาณ "สงครามยืดเยื้อ" สู่ปี 2570]


ขณะเดียวกัน สื่อใหญ่อย่าง The Wall Street Journal รายงานว่า ความเป็นไปได้ที่รีพับลิกันจะพ่ายศึกเลือกตั้งกลางเทอม ดูเหมือนจะสอดคล้องกับการเตรียมขยายเวลาสงคราม เมื่อ พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศขยายเวลาประจำการของกำลังพล 50,000 นาย ในตะวันออกกลางออกไปจนถึงปี 2570 เพื่อใช้เป็น "ทางเลือก" ในการดำเนินงาน

สถานการณ์นี้ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับเมื่อ 6 เดือนก่อน ที่สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน ซึ่งตอนนั้นเฮกเซธให้คำมั่นสัญญาว่า "จะมีการโจมตีที่รวดเร็วและเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าไปพัวพันในความขัดแย้งระยะยาว" แต่การขยายเวลาประจำการอย่างเงียบๆ ในตอนนี้ คือสัญญาณบ่งชี้ชัดเจนว่า ความขัดแย้งอาจยืดเยื้อลากยาวไปจนถึงปีหน้า

แน่นอนว่าหากสงครามยืดเยื้อ ชาวอเมริกันจะต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจที่ขยายตัว ทั้งราคาพลังงาน ปัญหาเงินเฟ้อ และผลกระทบต่อค่าครองชีพ
 


🔵 [คำขู่สะเทือนนิวยอร์ก สู่สงครามไร้รูปแบบ]


ความเสี่ยงไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องเศรษฐกิจ เพราะอาจลามไปถึงความปลอดภัยในชีวิตของชาวอเมริกันบนแผ่นดินแม่ พลโท โมฮัมหมัด เรซา นัคดี ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศกร้าวผ่านสถานีโทรทัศน์ "อัล เมยาดีน" (Al Mayadeen) ของเลบานอนว่า อิหร่านอาจยกระดับการเปิดศึกไปสู่ "สงครามไร้รูปแบบ" (Asymmetric Warfare)

พลโทนัคดีระบุชื่อเป้าหมายอย่างชัดเจนว่า จะเน้นการโจมตีไปที่ย่านการเงินอย่าง "แมนฮัตตัน" และถนน "วอลล์สตรีท" ในนครนิวยอร์ก เขาย้ำว่าที่ผ่านมาการสู้รบยังจำกัดอยู่แค่การยิงขีปนาวุธและโดรนตามปกติ แต่หากเข้าสู่โหมดสงครามไร้รูปแบบเมื่อใด การต่อสู้จะขยายวงกว้างไปทะลวงถึงศูนย์กลางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ทันที
 


🔵 [วิกฤตคลังแสง: สหรัฐฯ ร่อยหรอ vs อิหร่านเต็มสูบ]


ในขณะที่คำขู่ทวีความดุเดือด สื่อในสหรัฐฯ กลับรายงานข้อมูลที่น่ากังวลว่า ระบบป้องกันขั้นสูงและขีปนาวุธในคลังกระสุนของสหรัฐฯ กำลังร่อยหรอลงไปอยู่ในระดับที่ "วิกฤต"

สวนทางกับฝั่งอิหร่านที่ออกมายืนยันว่า คลังขีปนาวุธของตนยังคงมีความพร้อมและสมบูรณ์ เกินกว่า 90% โดยขีปนาวุธที่ถูกใช้ไปในภารกิจก่อนหน้านี้ได้รับการผลิตทดแทนเรียบร้อยแล้ว และตอกย้ำว่าที่ผ่านมา อิหร่านยังไม่ได้นำศักยภาพทางทหารขั้นสูงสุดออกมาใช้ด้วยซ้ำ!

ท้ายที่สุด หากสงครามครั้งใหม่หวนกลับมาปะทุขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ... โลกทั้งใบจะต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง ทั้งในมิติของภูมิรัฐศาสตร์โลกและวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

เมื่อเกมการเมืองภายในประเทศ ถูกนำมาผูกรวมกับยุทธศาสตร์การทหารระดับโลก คุณคิดว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยอมเสียคะแนนเสียงเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่ หรือจะเลือกเปิดศึกเต็มรูปแบบเพื่อกู้หน้าหากสูญเสียอำนาจในสภา?

ข่าวล่าสุด