จับอาการสลิ้งแตกกลางสภา ทางแยก “ส้ม-น้ำเงิน” สกัด ฮั้ว สว.
06 ก.ย. 2569 | prisana_tha

จับอาการสภาเดือดสลิ้งแตก “ส้ม-น้ำเงิน” ตัดขาด เดินเกมสกัดอภิปรายรายงานประจำปี กกต. ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะโยงถึงคดีฮั้ว สว.
ข่าว
06 ก.ย. 2569 | prisana_tha

จับอาการสภาเดือดสลิ้งแตก “ส้ม-น้ำเงิน” ตัดขาด เดินเกมสกัดอภิปรายรายงานประจำปี กกต. ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะโยงถึงคดีฮั้ว สว.
KEY
POINTS
ปรากฏการณ์สภาเดือด ทั้งปิดไมค์ ประท้วง ขอถอนคำพูดไม่สุภาพ ประกาศไม่นับญาติ รวมถึงสภาล่มเพื่อยืดเวลาให้เลื่อนพิจารณารายงานประจำปีของ กกต.ออกไป เนื่องจากเสี่ยงพาดพิงคดีฮั้ว สว. ในการประชุมสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อน 2 ปัญหา 2 สถานการณ์ใหญ่ อย่างเห็นได้ชัดเจน คือ
1. พรรคภูมิใจไทย ค่ายน้ำเงิน กับพรรคประชาชน ค่ายสีส้ม เผชิญหน้ากันอย่างชัดเจน และดูทรงจะไม่มีทางกลับมาร่วมงานกันได้อีกแล้วในระยะเวลาอันใกล้นี้
ในประชุมสภาวันพุธ(2 ก.ย.69) มีวิวาทะช่วงการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด สส.พรรคส้ม หลุดสบถ โดยมีคู่กรณีคือ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กับ สส.เชียงใหม่ พรรคส้ม
มาถึงการประชุมสภาวันพฤหัสบดี(3 ก.ย.69) เลื่อนญัตติด้วยวาจาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาพิจารณาก่อน เกิดวิวาทะ “ดึงดราม่า” ถึงขั้นตัดพี่ตัดน้องกลางสภา คู่กรณีคือ รองประธานสภาฯมัลลิกา คนเดิม กับ สส.รังสิมันต์ โรม
2. พรรคน้ำเงินเขี้ยวกว่า งานนี้คุมเกมสภา สกัดซักฟอกฮั้ว สว. โดยเลื่อนญัตติไฟใต้ขึ้นมาก่อนวาระพิจารณารายงาน กกต. โดยมีสมาชิกเข้าคิวอภิปรายล้น รวมถึงก่อนปิดสภาฯ พบว่าลีลาของประธานสภาฯโสภณ ซารัมย์ “ผมนั่งนานไม่ไหว” ขอประชุมต่อสัปดาห์หน้า ปิดแบบงงๆ ประชุมล่มเฉย ทำเอาฝ่ายค้านหัวเสีย และผวาไม่ได้อภิปรายรายงาน กกต. ก่อนลงมติ ฮั้ว สว. วันที่ 14 ก.ย.2569 และงานนี้หลายคนจับตาว่าวันที่ 10 ก.ย. 2569 ก็อาจไม่ได้อภิปราย
หากพิจารณาจากอาการทางการเมืองของ “ภูมิใจไทย” ต้องบอกว่า พยายามเสียบสกัด หรือเตะตัดขาทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ประเด็น ฮั้ว สว. ถูกขยายความเพิ่มอีกในช่วงโค้งสุดท้าย 10 วันสุดท้ายก่อน กกต.ลงมติชี้ขาดในวันที่ 14 ก.ย. 2569 โดยไม่ปล่อยให้สภาอภิปรายรายงาน กกต. เพราะจะถูกโยงไปถึงเรื่อง ฮั้ว สว.อย่างแน่นอน ขณะที่พรรคส้มลุยขยายผลในโซเชียลฯ ซึ่งเป็นงานถนัด
ฟากฝั่ง กกต. ก็เดินตามเกมที่วางไว้ คือ สับขาหลอก จนฝ่ายตรวจสอบทำอะไรไม่ถูก เพราะปล่อยหมัดน็อกไปแล้ว แต่ กกต.ยังไม่ล้ม สุดท้าย กกต.ก็ฉวยจังหวะ สื่อสารข้างเดียว โดยกกต.เดินเกมตามคาด ออกเอกสารข่าว “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” สอยอาญาผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ 28 คน แต่ในจำนวนนี้ไม่มีใครได้เป็น สส. จากนี้ต้องจับตาลีลา กกต. มีอะไรเพิ่มอีก โดยเฉพาะการรายงาน “หลักฐานสำคัญ” ที่รออยู่
พรรคส้มยังกรีฑาทัพ ออกมาถล่มต่อทางโซเชียลฯ และการให้สัมภาษณ์ แต่งานนี้ต้องระวัง “หลงเกมค่ายน้ำเงิน” ที่พยายามจูงให้พรรคส้มหลุดจากวงโคจรคดีฮั้ว สว. ที่เป็นจุดเปราะบางของตัวเอง หันมาทะเลาะกันเรื่องอื่นแทน ผลก็คือ คดีฮั้ว สว.ไม่ถูกพูดถึง กระแสลดลง ถูกเบี่ยงเบนความสนใจ ขณะที่การตอบโต้กันทางการเมือง จะบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย โดยค่ายน้ำเงินไม่มีอะไรจะเสีย ขณะที่พรรคส้ม ภาพลักษณ์ดีกว่า จะถูกดึงลงมาโต้เถียงเรื่องที่ไม่ได้เป็นสาระ เนื้อหาในหน้าข่าวเปลี่ยนไปจากฮั้ว สว. เป็นวิวาทะทางการเมือง และสุดท้ายสาระที่แท้จริงถูกลืม หรือถูกมองข้าม ส่งผลให้ประชาชนเบื่อหน่ายนักการเมืองทะเลาะกัน ซึ่งงานนี้พรรคส้มต้องระวังเพราะเสียมากกว่าได้