สถานการณ์การสู้รบลุกลามข้ามพรมแดนอย่างรุนแรง เมื่อกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีและส่งโดรนพลีชีพพุ่งเป้าโจมตีกรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยกองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียแถลงว่า สามารถยิงสกัดและทำลายขีปนาวุธ 2 ลูกรวมถึงโดรนกลางอากาศได้อย่างปลอดภัย ทว่าเศษซากขีปนาวุธได้ตกลงในหลายพื้นที่สำคัญ อาทิ นครมักกะฮ์, เจดดาห์, ทาอิฟ และราบิก ส่งผลให้สำนักงานป้องกันภัยพลเรือนซาอุฯ ต้องประกาศเตือนภัยฉุกเฉินให้ประชาชนหาที่หลบภัย
ขณะเดียวกัน นายยาห์ยา ซารี โฆษกทางทหารของกลุ่มฮูตี ได้ออกแถลงการณ์ย้ำเตือนไปยังสายการบิน เจ้าหน้าที่ และผู้โดยสาร ให้หลีกเลี่ยงการใช้งานท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด โดยระบุว่าสนามบินดังกล่าวยังคงเป็น "พื้นที่ไม่ปลอดภัย" และตกเป็น "เป้าหมายทางทหาร" อย่างต่อเนื่อง หลังจากสนามบินเพิ่งเปิดให้บริการบางส่วนภายหลังถูกโจมตีเสียหายเมื่อต้นเดือน
ในส่วนของวิกฤตทางมนุษยธรรมในเยเมน องค์กรสิทธิมนุษยชน Rasd รายงานว่า การปิดล้อมเมืองทาอิซอย่างเข้มงวดของกลุ่มฮูตีกำลังส่งผลให้ชีวิตของผู้ป่วยฟอกไต 1,110 ราย, ผู้ป่วยไอซียู 192 ราย และทารกในตู้อบอีก 154 ราย ตกอยู่ในภาวะอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากสถานพยาบาลและโรงพยาบาล 12 แห่งขาดแคลนเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องปั่นไฟและออกซิเจนทางการแพทย์อย่างรุนแรง ขณะที่โครงการอาหารโลก (WFP) ไม่สามารถส่งความช่วยเหลือเข้าไปถึงประชาชนราว 600,000 คนในพื้นที่ได้ ท่ามกลางการปะทะดุเดือดรอบทิศทางของเมืองอย่างต่อเนื่อง