มาคราวนี้ทางรัฐบาลกลางได้วางกำลังตำรวจกว่า 7 หมื่นนาย เสริมด้วยทหาร ในขณะที่ท้องถิ่นของแต่ละเมืองก็ประกาศมาตรการเคอร์ฟิวและห้ามการชุมนุมในบางพื้นที่ ส่วนห้างร้าน พิพิธภัณฑ์ และกิจกรรมใหญ่ๆ ก็ปิดหรือเลื่อนการจัดออกไป ถึงแม้ว่าบางจุดจะยังคงมีการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม มีการจับกุมผู้ละเมิดกฎหมายหลักร้อยคน และมีการยึดอาวุธพร้อมหน้ากากกันแก๊สได้ก็ตาม
🔵 [แรงกดดันส่งท้าย “รัฐบาลมาครง”]
รัฐบาลของประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครง คุ้นเคยกับการประท้วงเป็นอย่างดี เพราะเผชิญกับการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม “เสื้อกั๊กเหลือง” มาตั้งแต่ช่วงสมัยแรก ปี 2561-2562 ตามมาด้วยการชุมนุมต่อต้านมาตรการปฏิรูประบบบำนาญในปี 2562-2563 การประท้วงมาตรการควบคุมทางสังคมในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปจนถึงการประท้วงการเพิ่มอายุเกษียณราชการเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
แต่การประท้วงใหญ่รอบนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับรัฐบาลมาครง และเป็นหนึ่งในความท้าทายครั้งใหญ่หลวงของเขา เพราะเดิมทีการชุมนุมเป็นการเรียกร้องให้ยกเครื่องระบบการศึกษาของประเทศ ผสมโรงกับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ แต่ตอนนี้การประท้วงได้ถูกยกระดับกลายเป็นการกดดันให้มาครงยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนด