เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดบทวิเคราะห์ฉากทัศน์และผลลัพธ์การประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ

21 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

เปิดบทวิเคราะห์ฉากทัศน์และผลลัพธ์การประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ

วิเคราะห์ฉากทัศน์ประชุมสุดยอด "จีน-สหรัฐฯ" 24 ก.ย. นี้ "กฤษฎา บุญเรือง" สแกนปมขัดแย้งใหญ่ พร้อมเจาะกลยุทธ์ "ซุ่มโจมตี" บนโต๊ะเจรจา สหรัฐฯ งัดมาตรการคว่ำบาตรขู่ - จีนใช้ไพ่ไต้หวัน แร่แรร์เอิร์ธเป็นแต้มต่อ

วิเคราะห์ฉากทัศน์ประชุมสุดยอด "จีน-สหรัฐฯ" 24 ก.ย. นี้ "กฤษฎา บุญเรือง" สแกนปมขัดแย้งใหญ่ พร้อมเจาะกลยุทธ์ "ซุ่มโจมตี" บนโต๊ะเจรจา สหรัฐฯ งัดมาตรการคว่ำบาตรขู่ - จีนใช้ไพ่ไต้หวัน แร่แรร์เอิร์ธเป็นแต้มต่อ

KEY

POINTS

  • ซูมมิต 24 ก.ย.: จีน-สหรัฐฯ เตรียมเปิดการประชุมสุดยอดระดับรัฐพิธีที่วอชิงตัน คาดสยายเวลาสงบศึกและลดภาษีมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์
  • สยบข่าวลือสุขภาพ: ยืนยันข่าวลือ สี จิ้นผิง ป่วยหนักไม่เป็นความจริง ขณะที่ทรัมป์พร้อมใช้สไตล์เจรจาเน้นผลตอบแทนรุกหนัก
  • สงครามซุ่มโจมตี: จับตาจีนงัดไพ่ไต้หวันและขู่ตัดแรร์เอิร์ธ สู้กับสหรัฐฯ ที่เตรียมงัด Secondary Sanctions และผนึกบิ๊กเทคดันมาตรฐาน AI

21 กันยายน 2569 อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศ ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ "ประเมินฉากทัศน์และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในการประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ในวันที่ 24 กันยายน 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งถือเป็นการเดินทางไปเยือนเพื่อตอบแทนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เดินทางเยือนปักกิ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 โดยมี สกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ และ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ปูทางสรุปข้อตกลงขั้นสุดท้ายที่นิวยอร์ก

เปิดบทวิเคราะห์ฉากทัศน์และผลลัพธ์การประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ


อาจารย์กฤษฎา ได้ระบุถึง กำหนดการและกรอบเวลาการเยือน (Date & Timeline) ดังนี้

  • วันเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ: 24 กันยายน 2569 (เป็นการเยือนระดับ State Visit ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อตอบแทนการเยือนปักกิ่งของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569)

  • การหารือล่วงหน้า: สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีกำหนดพบหารือกับ เหอ ลี่เฟิง (He Lifeng) รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่นิวยอร์ก เพื่อสรุปข้อตกลงขั้นสุดท้ายก่อนการประชุมสุดยอด

1. ประเด็นความขัดแย้งล่าสุดจากฝั่งจีน (Friction Points)

  • การต่ออายุข้อตกลงสงบศึกทางการค้า และปัญหาแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earths): ฝั่งจีนต้องการขยายเวลาข้อตกลงสงบศึกทางการค้าออกไปจนสิ้นสุดวาระของประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ทีมเจรจาของสหรัฐฯ สนับสนุนการต่ออายุเพียง 6 เดือน ความขัดแย้งนี้เกิดจากความล่าช้าของปักกิ่งในการปฏิบัติตามข้อตกลงส่งออกแร่แรร์เอิร์ธ รวมถึงการจำกัดการส่งออกแร่ธาตุสำคัญ เช่น อิตเทรียม (Yttrium) ไปยังประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ อย่างญี่ปุ่น

  • ความล่าช้าในการส่งมอบสินค้าเกษตรและเครื่องบิน: การจัดซื้อตามข้อตกลงที่ปักกิ่งมีความคืบหน้าล่าช้า การสั่งซื้อถั่วเหลืองเพิ่งเริ่มกระเตื้องขึ้น ขณะที่ข้อตกลงซื้อเครื่องบินพาณิชย์จากโบอิ้ง (Boeing) ต้องสะดุดลงเนื่องจากความกังวลของจีนเกี่ยวกับความเสี่ยงในการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ ในระยะยาว

  • การแข่งขันด้าน AI และกรอบความมั่นคง (ทำไมทั้งสองฝ่ายจึงหวาดกลัว AI ในมุมที่ต่างกัน):


    
มุมมองของสหรัฐฯ (Existential & Capability Fear)

สหรัฐฯ กลัวการสูญเสียความโดดเด่นทางเทคโนโลยี (Technological Hegemony) และกังวลว่าจีนจะใช้ Advanced AI / Frontier Models ในทางการทหาร ไซเบอร์ออฟเฟนซีฟ หรือการสอดส่องประชาชน รวมถึงความกลัวเชิงความปลอดภัย (Existential Risk/Safety Controls) ที่ผู้นำซิลิคอนวัลเลย์พยายามเตือน จึงใช้เป็นข้ออ้างในการส่งออกการควบคุมชิปเซมิคอนดักเตอร์ (Advanced Chips & Compute Restrictions)

มุมมองของจีน (Containment & Regime Security Fear)

จีนไม่ได้กลัวตัวเทคโนโลยี AI เท่ากับกลัวการถูก "ปิดล้อมและตัดขาด" (Tech Decoupling) จากฮาร์ดแวร์ชั้นนำของสหรัฐฯ จีนมองว่าคำเรียกร้องเรื่อง AI Safety ของสหรัฐฯ เป็นเพียงฉากหน้าเพื่อสกัดกั้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ปักกิ่งยังกังวลเรื่อง "Ideological & Information Control" ว่าโมเดล AI ของฝั่งตะวันตกจะสั่นคลอนการควบคุมข้อมูลภายในประเทศ


 

อิหร่านและจุดยุทธศาสตร์ทางพลังงาน

ปักกิ่งยังคงทดสอบขีดจำกัดเรื่องมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านของสหรัฐฯ และการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการเจรจาล่าสุดของรัฐมนตรี หวัง อี้ กับผู้นำอิหร่านเพื่อสนับสนุนให้กลับเข้าสู่ข้อตกลงนิวเคลียร์ สะดุดลงชั่วคราว แต่สะท้อนถึงความพยายามของจีนในการวางตัวเป็นตัวกลางทางการทูต ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของตนเอง

 

2. สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการประชุม 

  • ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทางการค้า (Transactional Deliverables): การประกาศขยายเวลาข้อตกลงสงบศึกทางการค้าพร้อมการลดภาษีตอบแทนกันซึ่งครอบคลุมมูลค่าการค้าประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเน้นผ่อนปรนภาษีสินค้าเกษตร/พลังงานของสหรัฐฯ และปัจจัยการผลิตทางอุตสาหกรรมของจีน

  • การยกระดับกลไกการหารืออย่างเป็นทางการ: การอัปเดตความคืบหน้าของ "คณะกรรมการการค้า" และ "คณะกรรมการการลงทุน" สหรัฐฯ-จีน ที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อรองรับการแก้ไขข้อพิพาททางการค้าอย่างต่อเนื่อง

  • งานเลี้ยงอาหารค่ำระดับรัฐพิธีกับผู้นำเทคโนโลยี (VIP Guest List):

 

ยืนยันการเข้าร่วมฝั่งสหรัฐฯ ไวท์เฮาส์และแหล่งข่าวการเงิน ยืนยันการเข้าร่วมของ Tim Cook (อดีต CEO / ประธานบริหาร Apple), Sam Altman (CEO ของ OpenAI) และ Jensen Huang (CEO ของ Nvidia) รวมถึงนักธุรกิจชั้นนำรายอื่น เพื่อหารือเรื่องความเสี่ยง AI และห่วงโซ่อุปทาน


คณะผู้แทนฝั่งจีน คาดว่าจะนำโดยผู้บริหารระดับสูงจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่าง BYD ร่วมกับผู้บริหารรัฐวิสาหกิจและภาคการเงิน

เปิดบทวิเคราะห์ฉากทัศน์และผลลัพธ์การประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ

 

3. ประเด็นเหนือความคาดหมายและปัจจัยเสี่ยง (Surprises, Health & Ambush Tactics)


 3.1 สุขภาพและประเด็นส่วนตัวของผู้นำทั้งสอง (Leader Health Check)

  • สี จิ้นผิง (Xi Jinping)

กระแสข่าวลือเรื่องหลอดเลือดสมองและการล้มป่วยในการประชุม BRICS ที่นิวเดลีได้รับการยืนยันจากกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย (MEA) แล้วว่า ไม่เป็นความจริง (Fake Alert) โดยเหตุการณ์ในเวทีประชุมเป็นเพียงขัดข้องทางเทคนิคของหูฟังแปลภาษา และการขาดงานเลี้ยงค่ำเป็นการพักผ่อนตามปกติหลังจากเดินทาง

  • โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)

ไม่มีรายงานปัญหาด้านสุขภาพที่น่าวิตก แต่สไตล์การบริหารแบบฉับพลัน (Unpredictability) และกรอบการเจรจาแบบเน้นผลตอบแทนเฉพาะหน้า (Transactional Style) ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ปักกิ่งจับตาอย่างใกล้ชิด



 

3.2 เหตุการณ์ Black Swan ที่อาจเกิดขึ้นก่อนวันประชุม (17-24 ก.ย.2569)

  1. วิกฤตความตึงเครียดในทะเลจีนใต้/ช่องแคบไต้หวัน: การเฉียดชนของเรือลาดตระเวนหรือการซ้อมรบทางอากาศฉับพลันใกล้พื้นที่ OCA หรือทะเลจีนใต้ ซึ่งอาจถูกนำมาใช้เพิ่มอำนาจต่อรองก่อนโต๊ะเจรจา

  2. การยื่นศาล/มาตรการคว่ำบาตรกะทันหัน (Legal & Sanction Ambush): การประกาศเพิ่มรายชื่อบริษัทเทคโนโลยีจีนลงใน Entity List หรือการอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายน้ำมันอิหร่านในนาทีสุดท้ายโดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ
  3. การชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานพลังงานในฮอร์มุซ: หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยกระดับขึ้นจนกระทั่งเส้นทางส่งน้ำมันอัมพาต จีนอาจพลิกเกมด้วยการกดดันให้สหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงความมั่นคงทางทะเลร่วมกัน



3.3 การวิเคราะห์เจาะลึก: กลยุทธ์ "ซุ่มโจมตี" บนโต๊ะเจรจา (Ambush Strategies)

สิ่งที่จีนเตรียมใช้ซุ่มโจมตีสหรัฐฯ (China's Ambush Tactics)  

  • Taiwan Card Leverage: ฉวยโอกาสจากคำให้สัมภาษณ์ของทรัมป์ที่เคยระบุว่าการขายอาวุธให้ไต้หวันเป็น "ข้อต่อรอง" เพื่อบีบให้สหรัฐฯ ลงนามในถ้อยคำชี้แจงนโยบายจีนเดียว (One China Policy) ที่รัดกุมขึ้น หรือแลกกับการยอมขยายสัญญาจัดซื้อสินค้าเกษตร

  • Critical Mineral Squeeze: ขู่ว่าจะขยายการระงับการส่งออกแร่ยุทธศาสตร์ (Rare Earth Elements & Processing Tech) ไปยังพรรคพวกของสหรัฐฯ หากสหรัฐฯ ไม่ผ่อนปรนการส่งออกชิปประมวลผล AI

 

สิ่งที่สหรัฐฯ เตรียมใช้ซุ่มโจมตีจีน (US's Ambush Tactics)

  • Secondary Sanctions Threat: สหรัฐฯ เตรียมนำข้อมูลการดำเนินธุรกรรมทางการเงินระหว่างธนาคารจีนกับรัสเซียและอิหร่านมากางบนโต๊ะ เพื่อขู่ใช้นโยบาย Secondary Sanctions หากจีนไม่ยอมกดดันอิหร่านในเรื่องการเดินเรือ

  • Bipartisan AI Guardrail Pressure: สหรัฐฯ จะนำผู้บริหารเทคโนโลยี (Sam Altman, Jensen Huang, Tim Cook) เข้ามาร่วมในงานเลี้ยงรับรอง เพื่อสร้างแนวร่วมกดดันให้จีนต้องยอมรับมาตรฐานความปลอดภัย AI ระดับโลก (Global AI Governance Framework) ที่ออกแบบโดยสหรัฐฯ

ข่าวล่าสุด