จดหมายจากสภาคองเกรสจึงเป็นการส่งสัญญาณเตือนทั้งไทยและประเทศในภูมิภาคที่มีปัญหาสแกมเมอร์ เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีนเทาอย่างแนบแน่น ให้เร่งจัดการปัญหา หากยังเพิกเฉยหรือลอยตัว อาจถูกสหรัฐฯ ลงโทษทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นมาตรการภาษีหรือมาตรการกีดกันทางการค้าอื่นๆ
ทั้งนี้ มีรายงานว่าหน่วยงานรัฐของไทยได้พยายามส่งข้อมูลการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์อย่างจริงจังไปยังผู้มีอำนาจตัดสินใจในสหรัฐฯ ทั้งในสภาคองเกรสและทำเนียบขาว เพื่อไม่ให้เรื่องนี้กระทบต่อการเยือนนิวยอร์กของนายกฯ ไทยในเวที UNGA
🔵ช่วงเวลาทอง 180 วัน ชี้ชะตาความเชื่อมั่น
อาจารย์กฤษฎาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จดหมายของสภาคองเกรสฉบับนี้ กำหนดเวลาให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สรุปผลทางกฎหมายภายใน 180 วัน นับจาก 15 กันยายนที่ผ่านมา ฉะนั้น ช่วงเวลา 180 วันนี้คือ "ช่วงเวลาทอง" ที่ไทยต้องสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ มิฉะนั้นรายชื่อใน SDN List จะกลายเป็นจริง
สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม คือมาตรการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกของธนาคารไทย ว่าจะเริ่มระงับหรือปิดบัญชีของนิติบุคคลและบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงที่จะอยู่ในรายชื่อดังกล่าวหรือไม่ โดยไม่ต้องรอคำสั่งหรือแรงกดดันมากกว่านี้จากรัฐบาลสหรัฐฯ
หากรัฐบาลไทยใช้โอกาสนี้แสดงความบริสุทธิ์ใจ สั่งการให้ ปปง., ธนาคารแห่งประเทศไทย และ กสทช. ร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ในการตรวจสอบและตัดท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มสแกมเมอร์อย่างจริงจัง ก็จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา และเปลี่ยนสถานะของไทยจาก "ผู้สงสัย" ให้กลายเป็น "หุ้นส่วนความมั่นคงทางการเงิน" ของสหรัฐฯ ได้ เนื่องจากขบวนการหลอกลวงออนไลน์สร้างความเสียหายให้พลเมืองสหรัฐฯ และยุโรปนับแสนนับล้านคน
🔵บทพิสูจน์ภูมิรัฐศาสตร์ "สหรัฐฯ - จีน"
อาจารย์กฤษฎา ย้ำว่า การสร้างภาพจับกุมรายย่อย แต่ไม่กล้าแตะตระกูลใหญ่ ผู้มีอิทธิพลทางการเมือง หรือนักการเมือง จะไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้สหรัฐฯ และชาติตะวันตกได้เลย
เรื่องนี้เป็นบทพิสูจน์ที่ส่งผลถึง “ภูมิรัฐศาสตร์” ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ด้วย เพราะการที่สหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันเรื่องสแกมเมอร์อย่างหนัก แท้จริงแล้วคือกลยุทธ์ปิดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อบีบให้ไทยตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุง ทั้งอินเทอร์เน็ต, ไฟฟ้า, และระบบการฟอกเงิน ที่หล่อเลี้ยงเขตเศรษฐกิจสีเทาตามแนวชายแดน ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนและเครือข่ายอิทธิพลจีนนั่นเอง
ฉะนั้น ผู้นำไทยต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า "ประเทศไทยไม่ใช่ตู้ ATM หรือพื้นที่ปลอดภัยของอาชญากรรมข้ามชาติ” เพื่อไม่ให้ไทยเป็นเพียงเบี้ยบนกระดานสงครามเย็นยุคใหม่ในสายตาของมหาอำนาจโลก