ด้าน นายอัครนันท์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข้อพิพาทเรื่องเงินหรือที่ดินเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียคุณพ่อและเสาหลักของครอบครัว เราต้องไม่ปล่อยให้เด็กต้องเผชิญปัญหาเหล่านี้เพียงลำพัง สิ่งสำคัญคือการทำให้ครอบครัวเข้าถึงความช่วยเหลือและได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย
นายอัครนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ โดยต้องยึดหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมายเป็นสำคัญ พร้อมคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็ก ทั้งด้านการศึกษาและการดำเนินชีวิต
“การช่วยเหลือต้องไม่จบเพียงการรับเรื่องร้องเรียน แต่ต้องพยายามหาทางให้ผู้เดือดร้อนได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเด็กที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาของครอบครัว เราต้องดูแลทั้งเรื่องสิทธิ สวัสดิภาพ และโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้เด็กได้กลับไปใช้ชีวิตและเรียนหนังสือได้อย่างเต็มที่ เพราะเด็กทุกคนควรมีโอกาสเติบโตและมีอนาคตที่ดี แม้ครอบครัวจะกำลังเผชิญปัญหาก็ตาม” นายอัครนันท์ กล่าว