เนชั่นทีวี

Business

พลังงานปรับยุทธศาสตร์รับวิกฤตยืดเยื้อ แก้ 'หนี้กองทุนน้ำมัน' ทะลุแสนล้าน

07 ต.ค. 2569 | tananya_nak

พลังงานปรับยุทธศาสตร์รับวิกฤตยืดเยื้อ แก้ 'หนี้กองทุนน้ำมัน' ทะลุแสนล้าน

กระทรวงพลังงานปรับยุทธศาสตร์ บริหารจัดการหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทะลุ 100,000 ล้านบาท หลังเจอวิกฤตราคาน้ำมันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์-สงครามยืดเยื้อ ยันกองทุนฯ ยังมีสภาพคล่องไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม

กระทรวงพลังงานปรับยุทธศาสตร์ บริหารจัดการหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทะลุ 100,000 ล้านบาท หลังเจอวิกฤตราคาน้ำมันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์-สงครามยืดเยื้อ ยันกองทุนฯ ยังมีสภาพคล่องไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม

KEY

POINTS

  • กระทรวงพลังงานรับมือสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลกที่ยืดเยื้อ วางแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569 – 2572 ใหม่
  • สอดคล้องสถานการณ์มุ่งให้เกิดการพึ่งพาแหล่งพลังงานในประเทศ
  • ทบทวนการสนับสนุนเชื้อพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพใหม่ เพื่อเป็นกลไกช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากตลาดโลกที่มีความผันผวน

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการรับมือวิกฤตการณ์ราคาพลังงานแพงที่ส่งผลกระทบยืดเยื้อทั่วโลก โดยระบุว่า จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งอุปทาน (Supply) หลักพลังงานของโลก ส่งผลให้อุปทานน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากการสู้รบในพื้นที่และการขาดความสงบในเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ และช่องแคบยุทธศาสตร์ในทะเลแดง 

สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านเสถียรภาพพลังงานทั้งในด้านปริมาณและราคาที่ผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิอย่างประเทศไทย กระทรวงพลังงานจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Scenario) สมมติฐาน และการคาดการณ์ในการวางแผนพลังงานของประเทศใหม่ทั้งหมด โดยประเมินว่าแม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะเริ่มคลายตัวลงในอนาคต แต่ราคาน้ำมันจะไม่ปรับลดลงไปสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งพลังงานหลายแห่งได้รับความเสียหาย ต้องใช้เวลาฟื้นฟูบูรณะอีกยาวนาน

พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน

เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ยึดมั่นในนโยบาย “การพึ่งพาตนเอง” หรือการมุ่งเน้นใช้แหล่งพลังงานภายในประเทศที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน โดยกระทรวงพลังงานได้วางแนวทางรับมือในภาพรวมผ่านการเร่งรัดการสำรวจแหล่งปิโตรเลียม การเพิ่มกำลังการผลิตและการต่อสัญญาแหล่งก๊าซ ตลอดจนการกระจายความเสี่ยงในการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
 

ในส่วนของการบริหารจัดการราคาน้ำมัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้ทำการทบทวนการคาดการณ์ภายใต้สมมติฐานใหม่ และจัดทำ “แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569 – 2572” ซึ่งได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

พลังงานปรับยุทธศาสตร์รับวิกฤตยืดเยื้อ แก้ 'หนี้กองทุนน้ำมัน' ทะลุแสนล้าน

สาระสำคัญของแผนยุทธศาสตร์และการดำเนินงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบด้วย

1.    การปรับปรุงแนวทางรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมัน: กำหนดนิยามและเงื่อนไขของวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง มีการแยกบัญชีฐานะกองทุนฯ ระหว่างกลุ่มน้ำมันและ LPG ชัดเจน พร้อมกำหนดกรอบความต่างระดับราคาระหว่างเบนซินและดีเซล เพื่อเลือกรูปแบบการอุดหนุนที่ตรงเป้าหมายที่สุด โดยจะมีการทบทวนแนวทางการรักษาเสถียรภาพฯ และหลักเกณฑ์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

2.    หลักเกณฑ์การบริหารกองทุนฯ: วางกรอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขสำหรับเป็นแนวทางชดเชยเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ การเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนฯ เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลง ตลอดจนหลักเกณฑ์ในการบริหารจัดการเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะกองทุนฯ
 

พลังงานปรับยุทธศาสตร์รับวิกฤตยืดเยื้อ แก้ 'หนี้กองทุนน้ำมัน' ทะลุแสนล้าน

3.    การบริหารจัดการสภาพคล่องและการกู้เงิน: วางระบบคาดการณ์และบริหารสภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตที่อาจยืดเยื้อ พร้อมกำหนดแนวทางการกู้เงินเพื่อเสริมสร้างสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันฯ มีความเข้มแข็งและสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกตรึงราคาบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.    การทบทวนนโยบายอุดหนุนน้ำมันชีวภาพ: จากเดิมที่มีข้อกำหนดตามกฎหมายและบทเฉพาะกาลในการยกเลิกการอุดหนุน แต่จากวิกฤตการณ์พลังงานสากลและความจำเป็นในการลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานต่างประเทศ รัฐบาลจึงได้ทบทวนให้กลับมาส่งเสริมและอุดหนุนน้ำมันชีวภาพอีกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานระยะยาวภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม

พลังงานปรับยุทธศาสตร์รับวิกฤตยืดเยื้อ แก้ 'หนี้กองทุนน้ำมัน' ทะลุแสนล้าน

ทั้งนี้ ในการบริหารรักษาเสถียรภาพ จะมุ่งเน้นพิจารณาใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของชีวภาพ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ผลิตได้เองภายในประเทศจากผลผลิตทางการเกษตร เป็นการช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตลาดโลกที่มีความผันผวนสูง อีกทั้งภาครัฐสามารถบริหารจัดการราคาขายปลีกในประเทศให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เป็นการช่วยสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศได้อย่างยั่งยืนแนวทางหนึ่ง  

สำหรับการกู้เงินถือเป็นเพียงการศึกษาแนวทางรองรับวิกฤตในทุกมิติเท่านั้น และจะเลือกใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย หรือกรณีสิ้นไร้ไม้ต่อจริง ๆ เท่านั้น เนื่องจากภาระดอกเบี้ยจากการกู้ยืมจะกลายเป็นภาระผูกพันระยะยาวของประชาชน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนและผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่า กองทุนน้ำมันฯ ยังสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ให้อยู่ในกรอบได้ โดยจะไม่กู้เงินถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เพราะทุกครั้งที่กู้ยืมจะมีภาระดอกเบี้ยตามมา การกู้เงินยังไม่ใช่ทางออกในเวลานี้

พลังงานปรับยุทธศาสตร์รับวิกฤตยืดเยื้อ แก้ 'หนี้กองทุนน้ำมัน' ทะลุแสนล้าน

สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันในช่วงฤดูหนาวไปจนถึงปลายปีและต้นปีหน้า กระทรวงพลังงานประเมินว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกน่าจะผ่านจุดสูงสุด (Peak) มาแล้วจากเดิมที่เคยพุ่งสูงชันจนเกิดอาการราคาช็อก แม้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามจะยังคงยืดเยื้อก็ตาม

ทั้งนี้ ขั้นตอนตามกฎหมายหากในอนาคตจำเป็นต้องมีการกู้เงินจริงๆ สำนักงานกองทุนฯ จะต้องจัดทำตัวเลขเสนอให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) พิจารณาความเห็นชอบก่อน จากนั้นจึงเสนอตามขั้นตอนไปยังคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามลำดับ 

“กระทรวงพลังงาน มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ใหม่นี้อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจ ให้ประเทศไทยมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ ในราคาที่เป็นธรรมและมีเสถียรภาพ ท่ามกลางกระแสความผันผวนของวิกฤตการณ์พลังงานโลก” โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวสรุป

ข่าวล่าสุด