เนชั่นทีวี

Business

สรรพากรโกยภาษี 11 เดือน ทะลุ 2.16 ล้านล้าน คาดทั้งปีเกินเป้า 4-5 หมื่นล้าน

25 ก.ย. 2569 | tananya_nak

สรรพากรโกยภาษี 11 เดือน ทะลุ 2.16 ล้านล้าน คาดทั้งปีเกินเป้า 4-5 หมื่นล้าน

สรรพากรโกยภาษี 11 เดือน ทะลุ 2.16 ล้านล้าน คาดทั้งปีเกินเป้า 4-5 หมื่นล้าน ผลจาก VAT นำเข้า - ภาษีเงินได้นิติบุคคลธุรกิจพลังงาน ตั้งเป้าปี 70 ทะลุ 2.5 ล้านล้าน

นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บภาษีสะสม 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 (เดือนตุลาคม 2568 ถึงสิงหาคม 2569) ว่าสามารถจัดเก็บได้ 2,162,122 ล้านบาท คิดเป็น 88.35% ของประมาณการรายได้ทั้งปีงบประมาณที่ 2,447,100 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 144,373 ล้านบาท หรือ​  7.2% และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 77,236 ล้านบาท หรือ​ 3.7% โดยภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจัดเก็บได้สูงกว่าปีก่อนและสูงกว่าประมาณการทุกประเภท 

อธิบดีกรมสรรพากรชี้ว่า​ การจัดเก็บรายได้ที่เกินเป้าหมายมาจาก 2 ส่วนหลักอย่าง ภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการนำเข้าและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยยอมรับว่าไม่ได้รู้สึกยินดีเนื่องจากเป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศที่เติบโตขึ้น และภาษีเงินได้นิติบุคคลจากผลประกอบการปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจพลังงานและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีกำไรจริงในครึ่งปีแรก ทั้งนี้ ยอดสะสม 11 เดือนของการนำเข้าอยู่ที่ 380,000 ล้านบาท และการจัดเก็บในประเทศอยู่ที่ประมาณ 600,000 ล้านบาท

สรรพากรโกยภาษี 11 เดือน ทะลุ 2.16 ล้านล้าน คาดทั้งปีเกินเป้า 4-5 หมื่นล้าน
 

ขณะที่ผลการจัดเก็บเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 จัดเก็บได้ 977,632 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 98,294 บาท หรือ 11.2% และสูงกว่าประมาณการ 53,955 ล้านบาท หรือ 5.8% ซึ่งเป็นผลจากการใช้ Data Analytics และ Digital Technology ประกอบกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ทำให้การบริโภคและการลงทุนขยายตัว พร้อมคาดว่าผลการจัดเก็บในเดือนกันยายน 2569 จะทำให้ทั้งปีงบประมาณสูงกว่าปีก่อนและสูงกว่าประมาณการ โดยทั้งปีจะเกินเป้าที่วางไว้ราว 40,000-50,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2% และตั้งเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2570 ไว้ที่ประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท

ส่วนการขยายฐานภาษีและการนำเทคโนโลยีมาตรวจสอบทำให้สามารถสำรวจผู้มีหน้าที่เสียภาษีนอกระบบในช่วง 11 เดือน นำผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น 173,579 ราย สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ 149,026 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการออนไลน์ 56,091 ราย สูงกว่าเป้าหมายที่ 55,125 ราย และภาพรวมผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5% ต่อปี จากฐานผู้เสียภาษีเดิมกว่า 12 ล้านราย และมีผู้เสียภาษีรายใหม่เพิ่มขึ้นราว 170,000 ราย 
 

ด้านนโยบายภาษี กรมสรรพากรได้ออกมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามนโยบายของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องหลายมาตรการ แบ่งเป็น

1. มาตรการภาษีที่ส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ เช่น มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ โดยการขยายระยะเวลาการให้หักรายจ่ายการลงทุนและการใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax ได้ 2 เท่า, มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุน Digital Transformation ของ SMEs
         
2. มาตรการภาษีที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เช่น มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษา, มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการกีฬา โดยการขยายระยะเวลาการให้หักลดหย่อนและหักรายจ่ายการบริจาคให้แก่องค์กรกีฬาระดับประเทศและระดับจังหวัดผ่านระบบ e-Donation ได้ 2 เท่า
          
3. มาตรการภาษีที่ส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาสังคม เช่น การปรับปรุงมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม [Social Enterprise (SE)] โดยเพิ่ม
สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่ผู้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมและกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม
          
4. มาตรการภาษีที่ส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมให้ครัวเรือนใช้พลังงานทดแทน โดยการให้หักลดหย่อนค่าซื้อและค่าติดตั้ง Solar Rooftop ได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท, มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอนุรักษ์พลังงาน โดยการให้หักค่าใช้จ่ายและรายจ่ายการลงทุนในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงหรือวัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (ฉลาก 5 ดาว) ได้ 1.5 เท่า 
          
5. มาตรการภาษีที่ส่งเสริมและสนับสนุนการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม เช่น มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้องานศิลปะ โดยการให้หักลดหย่อนค่าซื้องานศิลปะด้านทัศนศิลป์ได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทในแต่ละปีภาษี 
         
ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศกรมสรรพากรในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบ Committee on Fiscal Affairs (CFA) ของ OECD เป็นหน่วยงานแรกของประเทศไทยที่ได้รับ Technical Opinion จาก Working Party ภายใต้คณะกรรมการของ OECD นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังมีความก้าวหน้าในการยกระดับความร่วมมือกับต่างประเทศอีกหลายประการ เช่น

การลงนามในความตกลงพหุภาคีเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล GloBE Information Return [Multilateral Competent Authority Agreement on the Exchange of GloBE Information (GIR MCAA)] เพื่อใช้ในการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม (Top-Up Tax) 

การเข้ารับการประเมินการรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลภาษีที่ได้รับจากต่างประเทศโดยคณะผู้ประเมินจาก Global Forum on Transparency and Exchange of Information for Tax Purposes ของ OECD ซึ่งผ่านการประเมินและได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาการดำเนินการต่อไป

การลงนามบันทึกความเข้าใจ [Memorandum of Understanding (MOU)] ระหว่างกรมสรรพากรกับ National Tax Service (NTS) สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกัน การพัฒนาบุคลากร และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

ด้านการพัฒนาบริการดิจิทัล กรมสรรพากรสามารถพัฒนาบริการดิจิทัลได้ตรงตามความต้องการของผู้เสียภาษี  ดังจะเห็นได้จากมีผู้ใช้บริการดิจิทัลต่าง ๆ เพิ่มขึ้นดังนี้

e-Filing คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 96.05 ของการยื่นแบบแสดงรายการภาษีทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 94.52 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่กรมสรรพากรเชื่อมโยงข้อมูล กับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Pre fill) ผ่านระบบ D-MyTax

e-Tax Invoice & e-Receipt มีผู้ประกอบการใช้บริการ 22,259 ราย เพิ่มขึ้นจาก ปี 2568 จำนวน 4,719 ราย คิดเป็นร้อยละ 26.90 ครอบคลุมสถานประกอบการ 207,965 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 8,810 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 4.42

e-Withholding Tax มีผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายใช้บริการ 20,240 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 2,755 ราย คิดเป็นร้อยละ 15.76 

นอกจากนั้น ยังมีการเปิดบริการดิจิทัลใหม่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เช่น ขยายบริการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน Open API ให้รองรับแบบ ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91, ภ.ง.ด.54, ภ.พ.30 และ ภ.พ.36 ขยายบริการ e-Stamp Duty สำหรับตราสารที่เป็นกระดาษ (อ.ส.4, อ.ส.4ก และ อ.ส.4ข) ผ่านเว็บไซต์และ Open API เปิดบริการ e-Filing สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมรดก (ภ.ม.60)”
    
อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการปฏิบัติราชการดังกล่าวยืนยันถึงความตั้งใจแน่วแน่ของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรทุกคนในการปฏิบัติพันธกิจ จัดเก็บภาษีตรงเป้า นโยบายตรงกลุ่ม บริการตรงใจ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ว่า “องค์กรชั้นนำที่จัดเก็บภาษีอย่างโปร่งใส  เป็นธรรม ด้วยนวัตกรรมและบุคลากรคุณภาพ เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการคลัง

ข่าวล่าสุด