นายชูเกียรติ กล่าวว่า MEA มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเข้าใจถึงข้อจำกัดด้านเงินลงทุน ความรู้ และการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม จึงดำเนินโครงการ MEA Energy Plus เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงทั้งองค์ความรู้และเงินสนับสนุน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา ตลอดจนผู้ผลิตและผู้จำหน่ายอุปกรณ์ เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
สำหรับโครงการระยะที่ 2 ได้เพิ่มเทคโนโลยีที่ให้การสนับสนุนอีก 2 ประเภท ได้แก่ ตู้แช่เย็นและปั๊มความร้อน (Heat Pump) จากเดิมที่สนับสนุนเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์และอุปกรณ์ปรับความเร็วรอบมอเตอร์ (VSD) ทำให้ครอบคลุมอุปกรณ์ทั้งหมด 4 ประเภท โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการพิจารณาจะได้รับเงินสนับสนุนในการเปลี่ยนอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง สูงสุดร้อยละ 30 ของราคาอุปกรณ์ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ
ภายในงานมีการแนะนำโครงการและหลักเกณฑ์การขอรับเงินสนับสนุน การนำเสนอศักยภาพการประหยัดพลังงานของเทคโนโลยีที่โครงการสนับสนุน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพบเครือข่ายผู้ผลิตและผู้จำหน่าย เพื่อรับข้อมูลประกอบการเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับธุรกิจ รวมถึงสมัครเข้าร่วมโครงการได้ภายในงาน
MEA ขอเชิญชวนผู้ประกอบการที่สนใจตรวจสอบคุณสมบัติ เงื่อนไข และสมัครออนไลน์ได้ที่ www.meaenergyplus.com โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัคร พร้อมใช้โปรแกรมช่วยคำนวณผลประหยัดและประเมินเงินสนับสนุนเบื้องต้น เพื่อประกอบการวางแผนลงทุน โดยมีเจ้าหน้าที่จาก มจธ. ซึ่งเป็นที่ปรึกษาโครงการ คอยดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอน