วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 เรามาทำความรู้จัก "จ๊อบ-สามารถ เจนชัยจิตรวนิช" จากหัวหอกต้านแชร์ลูกโซ่ ก้าวสู่เส้นทางการเมือง ในนาม "พรรคพลังประชารัฐ" (พปชร.)
โดย นายสามารถ เคยแนะนำตัวเองผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว "สามารถ เจนชัยจิตรวนิช"
"จ๊อบ-สามารถ เจนชัยจิตรวนิช" เกิดวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2526 เริ่มต้นมีชื่อเสียงจากการช่วยเหลือผู้เสียหายจากคดีแชร์ลูกโซ่หลายคดีจนได้รับแต่งตั้งเป็นประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ปี 2557 พร้อมเขียนหนังสือ 3 เล่มด้วยกัน ได้แก่
แชร์ลูกโซ่ทำลายชาติแสนล้าน,
แชร์ลูกโซ่ โลภหรือหลอก
และครบรอบขวบปีสมาพันธ์
ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงสังคมจากการทำงานด้านนี้ และเป็นผู้ผลักดันให้แก้กฎหมายแชร์ลูกโซ่ เพิ่มโทษกับผู้กระทำความผิด จนทำให้กลายเป็นวาระชาติ
ต่อมาในปี 2562 "จ๊อบ-สามารถ" ตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเมืองด้วยการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ได้รับบทบาทหน้าที่หลากหลาย อาทิ กรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ, อนุกรรมการติดตามการหาเสียงพรรคพลังประชารัฐ
และผู้อำนวยการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของ กลุ่มสามมิตร ที่นำโดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ยังอยู่ใต้ชายคาของพลังประชารัฐ ทำให้ได้ทำงานใกล้ชิดกับสมศักดิ์มากยิ่งขึ้น
ต่อมามีการตั้งครม.ขึ้นมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติกรรม และ "จ๊อบ-สามารถ" เองที่แม้จะไม่ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส.ก็ได้รับตำแหน่งผู้ช่วย รมต. ทำให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เนื่องจากออกมาให้ข่าว และแสดงความคิดเห็นในหลายประเด็นอยู่เสมอ
และในระหว่างนี้ เขายังมีบทบาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในกิจกรรมส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ เพื่อ ปลุกจิตสำนึกและ สร้างความตระหนักรู้ เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เรียกว่าแชร์ลูกโซ่ ให้ประชาชนสามารถปกป้องทรัพย์สินของตนเองจากการถูกหลอกลวงหรือฉ้อฉลไป
แต่เส้นทางการเมืองก็ต้องสะดุด เมื่อปี 2564 มีข่าวออกมาว่า "จ๊อบ-สามารถ" ส่งคนสนิทไปเรียนและสอบแทนในหลักสูตรภาษาอังกฤษ ระดับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำให้พรรคพลังประชารัฐปลดเขาออกจากทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี, ผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ, คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล, คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดการฉ้อโกงประชาชนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ และห้ามไม่ให้ใช้ตราเครื่องหมายพรรค
ก่อนที่เขาจะกลับมาชี้แจงหลังข่าวนี้ซาลงไปสักพัก ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า คำสั่งมหาวิทยาลัยรามคำแหงทำให้ตัวเองไม่มีความผิดทางวินัยนักศึกษาและไม่ถูกตัดสิทธิ์ เพราะเรื่องสอบสวนไม่มีมูล จึงต้องยุติเรื่องขั้นตอนการตรวจสอบของมหาวิทยาลัย สาเหตุที่ใช้เวลานาน เพราะคณะกรรมการสอบสวนได้สืบ หาข้อมูลจากหลายบุคคลสอบพยานหลายสิบปากเพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ล่าสุดเมื่อปี 2566 กลับมามีบทบาทอีกคร้ัง ในฐานะรองโฆษกรัฐบาล กลายมาเป็นกระบอกเสียงสำคัญในประเด็นข่าวต่าง ๆ และทำงานใกล้ชิดกับ "บิ๊กป้อม" ประวิตร วงษ์สุวรรณ จนได้ชื่อว่า เป็นโทรโข่งประจำตัว
นอกจากนี้ยังมีผลงานใหญ่ล่าสุดอย่างการชักชวน "นายวัน อยู่บำรุง อดีต ส.ส.บางบอน" ลูกชายของ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเพื่อไทย" เข้ามาอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ หลังจากมีประเด็นการไปให้กำลังใจ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมธานี
ต่อมาชื่อของ "จ๊อบ-สามารถ เจนชัยจิตรวนิช" ได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. เสนอเรื่องถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้ปลด นายสามารถ พ้นเก้าอี้ รองโฆษกพรรคฯ มีผลตั้งแต่วันนี้ (18 ต.ค. 2567) เป็นต้นไปหลังปรากฏ คลิปเสียงปริศนา การสนทนาระหว่าง "บอสพอล" นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด กับชายคนหนึ่ง ที่มีการระบุชื่อย่อ "นักการเมือง ส." หรือ "เทวดา ส." ซึ่งต่อมา "นายสามารถ" ยืนยันว่าไม่ใช่เสียงตัวเอง และจะฟ้องกลับผู้ที่กล่าวหาทำให้เสื่อมเสียงชื่อเสียง
ล่าสุด วันที่ 25 พฤษจิกายน 2567 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายจับ จ๊อบ-สามารถ เจนชัยจิตรวนิช พร้อมแม่ ข้อหาฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ สรุปรวบรวมพยานหลักฐาน
จากเส้นทางเงิน มีการโอนเงินจากบอสพอล และพบเงินในบัญชีแม่นาย "จ๊อบ-สามารถ" นับ 100 ล้านบาท
จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ และเข้าตรวจค้นจับกุมที่บ้านพักเช้าวันนี้ (25 พ.ย.67) แต่ไม่พบตัวนายสามารถ ส่วนแม่ถูกคุมตัวไว้แล้ว
ล่าสุดมีรายงานว่า "จ๊อบ-สามารถ" ถูกจับกุมที่จ.เชียงราย แล้ววันนี้ (25 พ.ย.67)
ภาพและข้อมูลจากเพจเฟสบุ๊ก "สามารถ เจนชัยจิตรวนิช"