เนชั่นทีวี

ข่าว

ววน. ชู ทุนวัฒนธรรม ปั้นเมืองรอง ยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ยั่งยืน

06 พ.ย. 2569 | titayu_pur

ววน. ชู ทุนวัฒนธรรม ปั้นเมืองรอง ยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ยั่งยืน

ดร.ถวิลวดี ฉายภาพเปรียบ ทุนวัฒนธรรม ดั่งรากแก้วขับเคลื่อน เมืองรอง สู่ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประยุกต์ใช้ AI สื่อสารคนรุ่นใหม่โดยไม่ทิ้งรากเหง้า

ดร.ถวิลวดี ฉายภาพเปรียบ ทุนวัฒนธรรม ดั่งรากแก้วขับเคลื่อน เมืองรอง สู่ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประยุกต์ใช้ AI สื่อสารคนรุ่นใหม่โดยไม่ทิ้งรากเหง้า

KEY

POINTS

  • เปรียบทุนวัฒนธรรมเป็นรากแก้ว: ววน. ขับเคลื่อน 11 โครงการวิจัย ดึงอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นยกระดับเศรษฐกิจเมืองรองให้แข็งแกร่ง
  • 4 กลุ่มงานขับเคลื่อนครบวงจร: ครอบคลุมการวิเคราะห์อัตลักษณ์, การสร้างมูลค่าสินค้า, การสื่อสารผ่านเยาวชน และการผลักดันสู่นโยบายระดับจังหวัด
  • ใช้ AI สื่อสารไม่ทิ้งรากเหง้า: ประยุกต์ใช้ AI เข้าถึงคนรุ่นใหม่ พร้อมวางแผนจัดทำปฏิทินท่องเที่ยววัฒนธรรมกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดปี

6 พฤศจิกายน 2569 ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์ ววน. เปิดเผยผ่านรายการขอเวลานอก ทางเนชั่นทีวี ถึงความคืบหน้าโครงการวิจัยบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชน โดยชูแนวคิดนำ ทุนวัฒนธรรม เปรียบเสมือนรากแก้วต้นไม้ใหญ่ มาประยุกต์ยกระดับ เมืองรอง 11 โครงการ เพื่อเปลี่ยนคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นมูลค่า การขับเคลื่อนครั้งนี้มุ่งสร้าง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการดึงเยาวชนร่วมสื่อสาร จัดทำปฏิทินท่องเที่ยว และประยุกต์ใช้ AI เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่เพื่อความยั่งยืน

 

ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์และเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โครงการวิจัยเรื่อง "การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์" เปิดเผยผ่าน “รายการขอเวลานอก” ทางเนชั่นทีวี ถึงความคืบหน้าของโครงการวิจัยฯ ว่า ปัจจุบันมีโครงการวิจัยรวมทั้งสิ้น 11 โครงการ จัดแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ประกอบด้วย

  1. กลุ่มศึกษาสังเคราะห์ภาพรวมและมิติอัตลักษณ์ เน้นการวิเคราะห์ข้อมูลภาพรวม ศึกษาอัตลักษณ์ ทุนวัฒนธรรม และผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม มุ่งตอบโจทย์ว่าหากดำเนินการแล้วจะเกิดผลลัพธ์อย่างไร โดยมีมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบหลัก

     
  2. กลุ่มเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมเป็นมูลค่าเศรษฐกิจ มุ่งสร้างรายได้ให้ชุมชนผ่านสินค้าทางวัฒนธรรม และสร้างกลไกยกระดับเชิงสถาบัน เช่น พิพิธภัณฑ์และงานหัตถกรรมท้องถิ่น โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชได้เข้าไปดำเนินการยกระดับ “งานช่างถม” เมืองนครศรีธรรมราช ตลอดจนสร้างพิพิธภัณฑ์ต้นแบบเพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาช่างศิลป์ท้องถิ่นที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญหาย

     
  3. กลุ่มการสื่อสารทางวัฒนธรรม ถือเป็นคานงัดสำคัญ ทำหน้าที่เปลี่ยน “คุณค่า” ให้เป็น “มูลค่า” โดยให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นนักสื่อสารวัฒนธรรมท้องถิ่น ถ่ายทอดเรื่องราวในย่านวัฒนธรรมผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย สื่อกระแสหลัก และสื่อกระแสรอง เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง

     
  4. กลุ่มการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย มุ่งพัฒนานักบริหารจัดการทุนวัฒนธรรมระดับสูง ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 2 โดยนำผู้บริหารภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชน และสื่อมวลชน มาร่วมเป็นนักวิจัยเชิงนโยบายเพื่อนำไปปฏิบัติจริงในพื้นที่ อาทิ นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ที่นำความรู้ไปจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ ขับเคลื่อนผ่านทุนวัฒนธรรม “โปงลาง” และ “ธุง” หรือผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูที่นำเรื่อง “ต้นฉนวน” ไปต่อยอดเป็นผ้าย้อมสีฉนวน สู่นโยบายของจังหวัด

 

 

ดร.ถวิลวดี บุรีกุล  

ดร.ถวิลวดีอธิบายถึงแนวคิดการพัฒนางานวิจัยว่า การสร้างความเข้มแข็งต้องเริ่มจากฐานราก เปรียบเสมือน “ต้นไม้ใหญ่” ที่มีรากแก้วเป็นทุนวัฒนธรรมระดับชาติ และ “รากแขนง-รากฝอย” เป็นทุนวัฒนธรรมถิ่นที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ

 

ส่วนลำต้นคือกระบวนการมีส่วนร่วม การสื่อสาร และการเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่กิ่ง ใบ และยอด นั่นคือการเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและกลุ่มคนที่ขับเคลื่อนพื้นที่ได้จริง

“ประวัติศาสตร์และฐานรากมีความสำคัญมาก ถึงได้มีงานวิจัยที่ต้องเข้าใจฐานรากและประวัติศาสตร์ เพื่อที่จะเป็นฐานข้อมูลที่จะเชื่อมไปสู่จุดอื่น ๆ”

“ทุนในย่านก็คือรากแขนง รากแก้ว ฉะนั้นในแต่ละย่านเราก็พยายามที่จะพัฒนาให้ย่านเขาเกิดขึ้นมาได้ ในหลายที่หลายประเทศ ‘ย่าน’ ก็มีความสำคัญ แล้วถ้าเกิดคนในย่านเห็นความสำคัญ มันก็จะทำให้ย่านนั้นเจริญได้ เช่น เราไปญี่ปุ่น เราไปเมืองนั้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ย่านนั้นย่านนี้มันก็เกิด แล้วสุดท้ายมันเกิดเศรษฐกิจที่ดีขึ้นมาได้”

นอกจากนี้ ดร.ถวิลวดี ยังชี้ให้เห็นถึงความหลากหลายของเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งสามารถนำมาจัดทำเป็น “ปฏิทินการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมได้ตลอดทั้งปี” อาทิ ประเพณีบุญสารทเดือนสิบ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช หรือเทศกาลโคมแสนดวง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่สามารถหาทดแทนกันได้

 

สำหรับทิศทางการสื่อสารในยุคปัจจุบัน ได้นำ AI (ปัญญาประดิษฐ์) เข้ามาช่วยยกระดับรูปแบบการสื่อสารใหม่ ๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้คนที่หลากหลาย

 

อย่างไรก็ตาม ดร.ถวิลวดี ยืนยันจุดยืนสำคัญว่า “เราใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อการสื่อสารที่เข้าถึงผู้คนที่แตกต่างกัน โดยจะไม่ยอมให้ AI มาครอบงำ และที่สำคัญคือต้องไม่ทิ้งรากเหง้าทางวัฒนธรรมเดิมของเรา”

 

อนึ่ง โครงการวิจัยเรื่อง "การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์" นำทีมขับเคลื่อนโดย ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ (Promoting Committee: PC) และ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์และเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. (PD) ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญเรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม”

ข่าวล่าสุด