นอกจากยุทธศาสตร์ทั้ง 3 ด้านแล้ว ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการปลดล็อกกลไกสำคัญอีกหลายประเด็น เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ ได้แก่ การสังคายนาระบบบัญชีนวัตกรรมไทย - เร่งรัดกระบวนการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมให้มีความรวดเร็วและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้งานจริงของหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ
การรวมกลุ่มจัดตั้ง Consortium Holding Company - ยกระดับการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้ง ของมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน สู่รูปแบบกลุ่มกิจการร่วมค้า เพื่อเปิดทางให้หลากหลายมหาวิทยาลัยสามารถนำผลงานวิจัยมาร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพร่วมกันได้ โดยจะทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการเชื่อมโยงการลงทุนร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และโครงการ NIA Venture ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปเมื่อเร็วๆ นี้
การวางมาตรฐานเศรษฐกิจควอนตัม (Quantum Economy) - ขับเคลื่อนคณะกรรมการเศรษฐกิจควอนตัมเพื่อรองรับความร่วมมือกับนานาชาติ โดยประเทศไทยจะมุ่งเน้นการกำหนดมาตรฐานด้านออปติกควอนตัม (Optic Quantum) ซึ่งมีขนาดกะทัดรัดและสอดรับโดยตรงกับการพัฒนาชิปโฟโตนิกส์ ภายใต้แผนงาน Siam Silica
“ในภาพรวมวันนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติหลักการของกรอบนโยบายสำคัญครบทั้ง 3 ส่วน คือ กรอบนโยบาย อววน., ร่างกรอบนโยบายของคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และกรอบนโยบายของคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เพื่อหลอมรวมทิศทางการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียว และทำให้ทุกภาคส่วนเห็นภาพชัดเจนว่า กรอบนโยบายนี้คือภารกิจที่ทั้ง 10 กระทรวงภายใต้สภานโยบาย อววน. จะต้องบูรณาการความร่วมมือและขับเคลื่อนไปด้วยกัน” นายยศชนัน กล่าว