เนชั่นทีวี

ข่าว

ดรามา "กัมพูชา เคลมโบเดีย" ตั้งแต่ชุดไทย, โขน, มวยไทย ยันสงกรานต์!

22 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

ดรามา "กัมพูชา เคลมโบเดีย" ตั้งแต่ชุดไทย, โขน, มวยไทย ยันสงกรานต์!

ดรามาไม่จบ! สรุปปม "กัมพูชา เคลมโบเดีย" ตั้งแต่ชุดไทย Miss Universe Cambodia 2026, โขน, มวยไทย ยันสงกรานต์! ซัดพฤติกรรมบิดเบือนข้อมูลสร้าง Digital Footprint

ดรามาไม่จบ! สรุปปม "กัมพูชา เคลมโบเดีย" ตั้งแต่ชุดไทย Miss Universe Cambodia 2026, โขน, มวยไทย ยันสงกรานต์! ซัดพฤติกรรมบิดเบือนข้อมูลสร้าง Digital Footprint

KEY

POINTS

  • สวมสิทธิ์ชุดไทย: "กัมพูชา" นำภาพฟิล์มกระจกไทยสมัย ร.5 ไปบิดเบือนอ้างสิทธิ์ และแก้ข้อมูลบนวิกิพีเดียต่อเนื่อง
  • ย้อนประวัติศาสตร์เคลม: กัมพูชาเคยอ้างสิทธิ์ โขน, มวยไทย, ลิซ่า, สงกรานต์, วรรณกรรม 22 เรื่อง ไปจนถึงอาหารไทยและภาพยนตร์แม่นาค
  • รมว.ยันไม่กระทบ UNESCO: รมว.ซาบีดา ชี้กัมพูชานั่งบอร์ดมรดกวัฒนธรรมฯ ไม่กระทบ ลุ้นสิ้นปี 2569 ได้เฮขึ้นทะเบียน "ชุดไทย" เป็นมรดกโลก

22 กันยายน 2569 การที่ "กัมพูชา" นำชุด หรือภาพการแต่งกายแบบไทยไปนำเสนอว่าเป็นวัฒนธรรมกัมพูชา ยังไม่มีฐานข้อมูลทางการที่นับได้ว่าการ "เคลมชุดไทย" เกิดขึ้นทั้งหมดกี่ครั้ง แต่กัมพูชาเริ่มหันมาแต่งชุดไทยมากขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2561 ช่วงที่ละครบุพเพสันนิวาสของไทยกำลังโด่งดัง และเริ่มมีกระแสการกล่าวอ้างชุดไทยมากขึ้นในช่วงปี 2565 จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเวทีการประกวดนางงามของกัมพูชา ในปี 2565 เริ่มมีการปลุกกระแสรักชาติ กรณี Miss International Cambodia 2022 มีการสวมชุดที่มีลักษณะชุดไทยและโพสต์ว่าเป็นชุดประจำชาติกัมพูชา รวมถึงใช้ในการถ่าย VTR ส่งประกวดที่ญี่ปุ่น และอีกหลายเวทีที่เวลานางงามกัมพูชาใส่ชุดประจำชาติจะเคลมการแต่งตัวเป็นชุดไทย 


จนล่าสุดปีนี้ 2569 เวที Miss Universe Cambodia 2026 ก็ได้เคลมชุดไทยและอ้างอิงภาพถ่ายฟิล์มกระจกของไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ไปบิดเบือนข้อมูล ถือเป็นการละเมิดที่กระทรวงวัฒนธรรมไม่อาจจะปล่อยผ่านได้


นอกจากนั้น ช่วงที่ไทยยื่นข้อมูลขอขึ้นทะเบียนชุดไทยให้กับยูเนสโก ทางกัมพูชาก็ได้ดำเนินการเสนอขอขึ้นทะเบียน "พิธีแต่งงานของกัมพูชา" เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของยูเนสโก และพยายามสอดไส้ชุดไทยเข้าไปในพิธีเพื่อจะเคลมเป็นของกัมพูชา

ดรามา "กัมพูชา เคลมโบเดีย" ตั้งแต่ชุดไทย, โขน, มวยไทย ยันสงกรานต์!

งานนี้ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้ตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ไม่มีการสอดแทรกหรือแอบอ้างชุดไทยตามที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์แต่อย่างใด แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง เพราะทางกัมพูชาพยายามที่จะใส่ข้อมูลบิดเบือนลงในโลกโซเชียลเพื่อให้เป็นดิจิตอลฟุตปริ้น และมีการเข้าไปแก้ไขข้อมูลในวิกิพีเดียอยู่บ่อยครั้ง สร้างความสับสนให้หลายคนที่ไม่ทราบข้อเท็จจริง


และเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กัมพูชาได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ.2003 ขององค์การยูเนสโก ซึ่งมีวาระในปี 2569-2573 ว่า การพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมของ UNESCO เป็นการดำเนินงานในรูปแบบพหุภาคี หลายคนเป็นกังวลใจว่า แบบนี้จะส่งผลกระทบต่อการยื่นขึ้นทะเบียนชุดไทยและมวยไทยหรือไม่

 

"ซาบีดา ไทยเศรษฐ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันว่า การเข้ามาเป็นคณะกรรมการของกัมพูชา ไม่ได้มีผลหรือว่ากระทบสิทธิต่อการยื่นเสนอรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมของไทยโดยเฉพาะชุดไทยหรือว่ามวยไทยที่กำลังกังวลอยู่ ณ ขณะนี้  เนื่องจากการดำเนินการของ UNESCO มีขั้นตอนการพิจารณาที่เป็นหลักสากลและมีกรอบที่ชัดเจน ไทยมีการส่งข้อมูลครบถ้วนทุกประการ ไม่มีความน่ากังวลหรือว่าเป็นห่วงแต่อย่างใด การตัดสินใจใดๆ ของคณะกรรมการประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพังไม่สามารถตัดสิน เพิกถอน หรือ ยกเลิกได้ แต่เป็นมติร่วมของคณะกรรมการทั้งหมด 24 ประเทศ สิ้นปีนี้ เดือนธันวาคมเตรียมฟังข่าวดียูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนชุดไทยได้เลย

"ซาบีดา ไทยเศรษฐ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

เรื่องต่าง ๆ ที่ "กัมพูชา" ไม่ได้เคลมแค่ชุดไทย แต่เคลมวัฒนธรรมตลอดมา

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กัมพูชา ยังเคลมวัฒนธรรมไทยในเรื่องอื่นๆอีกมากมาย เช่น  การแสดงโขน และระบำ ระหว่างไทยกับกัมพูชาเกิดขึ้นต่อเนื่อง จากความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอุษาคเนย์ โดยฝั่งกัมพูชามักอ้างว่าการแสดงหน้ากากอย่างละโคนโขน  หรือนาฏศิลป์ต่าง ๆ เป็นมรดกจากยุคขอมโบราณ 100% และเป็นต้นกำเนิดของโขนไทย 


ขณะเดียวกัน มีอินฟลูเอนเซอร์กัมพูชา หรือสื่อบางสำนักนำภาพการแต่งกายชุดไทย หรือท่ารำไปตัดต่อและอ้างสิทธิ์ ชาวโซเชียลฯกัมพูชาทนไม่ไหว ติดแฮชแท็ก #itiscombodiaculture  ยัน “โขน” เป็นการแสดงและวัฒนธรรมของชาวกัมพูชา ไม่ใช่ของคนไทย แถมยังบอกด้วยว่า ประเทศไทยก๊อปปี้การแสดงโขนมาจากประเทศกัมพูชา แต่ในที่สุด ยูเนสโก ได้ประกาศขึ้นทะเบียน "โขน" เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในปี พ.ศ. 2561


ต่อจากการเคลมเรื่องโขนและระบำ ในปี 2566 กัมพูชายังเคลม "มวยไทย" เป็น "มวยกุนขแมร์" ในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์  ซึ่ง “กัมพูชา” อ้างสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพ และจะไม่ใช้ชื่อ “มวยไทย” เป็นชื่อกีฬาที่จะบรรจุในการแข่งขัน แต่จะขอใช้ชื่อ “กุนขแมร์” แทน พร้อมประกาศว่ามวยไทยนั้นมีต้นตำรับมาจากกุนขแมร์


ซึ่งไทยก็ได้ตอบโต้ด้วยการประกาศขอถอนตัวออกจากการแข่งขันกีฬาประเภทนี้ ด้วยเหตุผลว่าเจ้าภาพขอเปลี่ยนชื่อกีฬาโดยพลการ รวมถึงกุนขแมร์ก็ยังไม่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจากสหพันธ์กีฬานานาชาติ งานนี้ไม่ใช่แค่ไทยแต่ยังมีอีก 5 ประเทศที่ไม่ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันกุนขแมร์ด้วย เรื่องมวยไทยยังมีดรามาลามไปนักมวยอย่าง “บัวขาว บัญชาเมฆ” ว่าเป็นชาวกัมพูชา จนบัวขาวต้องออกมายืนยันว่าตนเองเป็นคนไทย

“บัวขาว บัญชาเมฆ”

 

ในปี 2564 นักร้องดัง "ลิซ่า ลลิษา มโนบาล"  ได้ออกซิงเกิ้ลเดี่ยวครั้งแรก มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ชาวกัมพูชาบางกลุ่มสร้างกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ของกัมพูชาอ้างว่า ความสำเร็จระดับโลกของลิซ่าเป็นเพราะมีสายเลือดเป็นคนกัมพูชาไม่ใช่คนไทย ในหลายๆ งานแสดง หรือมิวสิกวิดีโอที่ "ลิซ่า" นำความเป็นไทยไปนำเสนอ เช่น การสวมชุดไทยประยุกต์ หรือชุดลายธงชาติไทย ฝั่งกัมพูชาก็มักจะเข้ามาคอมเมนต์เคลมว่าเป็นศิลปะ วัฒนธรรม หรือธงชาติของกัมพูชา รวมถึงประเด็นท่ารำต่างๆ ด้วย

"ลิซ่า ลลิษา มโนบาล" 


วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 มีกระแสข่าวในโลกโซเชียลอีกว่า กัมพูชาสอดไส้แนบวรรณกรรมไทย 22 รายการขึ้นทะเบียนมรดกโลกต่อยูเนสโกไปเรียบร้อย โดยไทยไม่คัดค้าน โดยรายชื่อวรรณกรรมถูกแต่งขึ้นโดยชาวไทย แต่ถูกกัมพูชานำไปขึ้นทะเบียนต่อยูเนสโก ในหัวข้อ 'มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ Cultural heritage of Cambodia' วรรณกรรมไทยเหล่านี้ถูกกัมพูชาเคลมเป็นของตนเองเพื่อใช้ในการแสดง Royal Ballet of Cambodia  โดยกัมพูชาอ้างว่ารายชื่อวรรณกรรมเหล่านี้ได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ตั้งแต่ปี 2522-2545 จากละครเรื่อง "พระทอง นางนาค" (ละครพื้นบ้าน ที่ถูกเขียนขึ้นเมื่อปี 2473) ในสมัยของ สมเด็จพระสีสุวัถถิ์ มุนีวงศ์ งานนี้กระทรวงวัฒนธรรมได้ทำการยื่นตรวจสอบและส่งหลักฐานให้กับทางยูเนสโกดำเนินการตามขั้นตอน


กระแสความขัดแย้งทางวัฒนธรรมบนโลกออนไลน์ระหว่างชาวเน็ตไทยและกัมพูชา เกี่ยวกับที่มาและสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องและดุเดือดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย จากเดิมที่กัมพูชาเรียกเทศกาลปีใหม่ของตนว่า "โจลชนัมทเม็ย" (Chaul Chnam Thmey) แต่ต่อมาได้หันมาใช้คำว่า "Moha Sankranta" (มหาสงกรานต์) ตามแบบไทยเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยว ฝ่ายกัมพูชาเคยมีกระแสโปรโมตโดยอ้างเหตุผลทางประวัติศาสตร์แปลกๆ เช่น การอ้างว่า ขูดกำแพงปราสาทพบว่ามีคำว่า "สงกรานต์" หรือพยายามระบุว่า ต้นตำรับที่แท้จริงมาจากฝั่งตน สร้างความไม่พอใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลของไทยเป็นอย่างมาก 


แต่ในที่สุด ปี 2566 ยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียน  “สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival)” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ มีผลสมบูรณ์ และไม่ถูกกระทบจากการเสนอของประเทศอื่น

ดรามา "กัมพูชา เคลมโบเดีย" ตั้งแต่ชุดไทย, โขน, มวยไทย ยันสงกรานต์!


ยังไม่นับรวมอาหารไทย อย่างข้าวเหนียวมะม่วง ผัดไทย ห่อหมก และยังมีภาพยนตร์ แม่นาคพระโขนง ที่ถูกกัมพูชาเคลม ซึ่งไทยและกัมพูชานอกจากเรื่องเคลมวัฒนธรรมแล้ว ยังมีปัญหาความขัดแย้งในเรื่องของพรมแดนกันมาตลอด ทั้งเรื่องเขาพระวิหาร มาจนล่าสุดปีนี้ที่มีการปะทะกันที่ปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือนธม และโบราณสถานตามแนวชายแดน งานนี้หลังจากบูรณะเสร็จสิ้น ทางกระทรวงวัฒนธรรมเดินหน้าขอขึ้นทะเบียนทั้งหมดทันที


จากเรื่องราวที่กัมพูชาได้พยายามเคลมวัฒนธรรมของไทย ทำให้คนไทยหลายคนถึงกับแซวกลับว่านี่ไม่ใช่ Cambodia แต่เป็นประเทศ “เคลมโบเดีย” หรือเปล่า?

ข่าวล่าสุด