เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดประสบการณ์ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" พาดำดิ่งผ่าน LearningVR

19 ก.ย. 2569 | katchatapong_lee

เปิดประสบการณ์ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" พาดำดิ่งผ่าน LearningVR

เปิดประสบการณ์ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" พาดำดิ่งผ่าน VR ในโครงการ ‘ทะเลไทยในโลกเสมือน’ คลังชีวิตใต้น้ำ เชื่อมการเรียนรู้สู่การอนุรักษ์

เปิดประสบการณ์ดำดิ่งใต้ทะเลไทยด้วย VR ในโครงการ 'ทะเลไทยในโลกเสมือน' คลังชีวิตใต้น้ำ

โครงการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เสมือนจริง (Learning VR) ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) หนึ่งในนิทรรศการที่จัดแสดงภายในงาน "ลาดกระบังนิทรรศน์ 2026" กำลังพาผู้คนดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลไทยได้โดยไม่ต้องลงน้ำแม้แต่หยดเดียว ลองจินตนาการว่าคุณกำลังยืนอยู่กลางแนวปะการังสีสันสดใส มีปลาการ์ตูนแหวกว่ายอยู่ตรงหน้าในระยะใกล้ชิดจนแทบเอื้อมมือแตะได้ ทุกรายละเอียดคมชัดราวกับอยู่ในที่นั้นจริง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องใส่ชุดดำน้ำ ไม่ต้องกลั้นหายใจ และไม่ต้องเดินทางไปถึงชายฝั่งแม้แต่ก้าวเดียว นี่คือประสบการณ์ที่โครงการ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" กำลังพยายามส่งมอบให้กับคนไทยทุกคน ผ่านการนำเทคโนโลยี VR มาจัดเก็บและถ่ายทอดความหลากหลายของปลา ปะการัง และทรัพยากรทางทะเลไทย ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ให้กลายเป็น "คลังชีวิตใต้ท้องทะเล" ที่ไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลา

เปิดประสบการณ์ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" พาดำดิ่งผ่าน LearningVR

เปิดประสบการณ์ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" พาดำดิ่งผ่าน LearningVR

รศ.ดร. อนัญญา เจริญพรนิพัธ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศชายฝั่ง ทะเล และการจัดการทรัพยากรประมง หัวหน้าโครงการ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" เล่าถึงจุดเริ่มต้นของโครงการมาจากข้อจำกัดของการศึกษาระบบนิเวศใต้ทะเลแบบเดิม ที่ต้องอาศัยการดำน้ำสำรวจซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและเข้าถึงยาก ขณะที่สิ่งมีชีวิตหลายชนิดกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ เมื่อประกอบกับยุคที่เทคโนโลยี AI และดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทีมงานจึงเห็นโอกาสในการจำลองระบบนิเวศใต้ทะเลให้อยู่ในรูปแบบเสมือนจริง เพื่อสื่อสารความรู้ให้ทั่วถึงโดยไม่ต้องลงน้ำจริง ทั้งหมดนี้ดำเนินงานภายใต้กรอบของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ที่มุ่งจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ทะเลพื้นถิ่นหายากทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ไปยังเครือข่ายโรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศ

กระบวนการสร้างโลกใต้ทะเลเสมือนจริงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลธรรมชาติ สภาพแวดล้อม แหล่งที่อยู่อาศัย และภาพถ่ายสัตว์น้ำลงในฐานข้อมูล ก่อนส่งต่อให้ฝ่ายอาร์ต สถาปนิก และนักออกแบบอุตสาหกรรมขึ้นโมเดล 3 มิติ แล้วจึงส่งต่อให้ทีมวิศวกรโรโบติกส์และนักพัฒนาซอฟต์แวร์นำเข้าสู่ระบบ Immersive VR หัวใจสำคัญของกระบวนการนี้คือขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้อง ที่รศ.ดร. อนัญญา ควบคุมรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวด ทั้งสัดส่วนลำตัว ตำแหน่งครีบ รูปแบบหาง และสเกลเทียบกับฉากปะการัง เพื่อไม่ให้คลาดเคลื่อนจากจินตนาการของนักออกแบบ นอกจากนี้ยังต้องหาจุดสมดุลระหว่างความสมจริงของโมเดลกับขีดความสามารถในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์และแว่น VR เพราะยิ่งรายละเอียดสูง ภาระการประมวลผลก็ยิ่งมากตามไปด้วย

เปิดประสบการณ์ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" พาดำดิ่งผ่าน LearningVR

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง VR กับสื่อการเรียนรู้แบบเดิมคือการเปลี่ยนจาก "การดูภาพ" สู่ "การมีประสบการณ์ร่วม" (Immersive Experiential Learning) ในอดีตการเรียนเรื่องระบบนิเวศทางทะเลอาศัยหนังสือหรือภาพถ่ายสองมิติ ซึ่งไม่สามารถถ่ายทอดสรีระ ท่วงท่าการว่ายน้ำ หรือตำแหน่งที่อยู่อาศัยจริงได้ชัดเจน ขณะที่ VR ให้มิติสามมิติเสมือนได้ลงไปอยู่ใต้น้ำจริง เห็นปลาการ์ตูน ปลาสลิดหิน หรือปลาเทวดาแหวกว่ายรอบแนวปะการังในระยะใกล้ชิดกว่าที่นักดำน้ำจริงบางครั้งยังเข้าไม่ถึง และยังถ่ายทอดภาพขึ้นจอขนาดใหญ่ให้ผู้ชมคนอื่นเรียนรู้ไปพร้อมกันได้ ทำให้ใช้งานได้ทั้งในห้องเรียน พิพิธภัณฑ์ และพื้นที่จัดกิจกรรมสาธารณะ

เปิดประสบการณ์ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" พาดำดิ่งผ่าน LearningVR

ปัจจุบันโครงการฯ เลือกพื้นที่นำร่องหลัก 2 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ซึ่งนำซอฟต์แวร์ไปติดตั้งในห้องแล็บ Metaverse AI ของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนคร และจังหวัดกระบี่ ที่ร่วมกับเทศบาลเมืองกระบี่จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ใต้ทะเลอันดามัน ด้วยการจำลองระบบนิเวศของ "เรือหลวงเกล็ดแก้ว" เรือปลดประจำการที่จมกลายเป็นแนวปะการังเทียมบริเวณเกาะพีพี เพื่อให้นักเรียน ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้สัมผัสโลกใต้ทะเลเสมือนก่อนดำน้ำจริง แผนขยายผลต่อไปคือกระจายสื่อการเรียนรู้นี้สู่โรงเรียนในเครือข่าย อพ.สธ. ทั่วประเทศ และพื้นที่ห่างไกลทะเลอย่างภาคเหนือ-อีสาน เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้เด็กที่ไม่เคยเห็นทะเลจริง "อย่างเด็กที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคเหนือ เขาไม่เคยเจอทะเลเลย แต่ถ้าเทศบาลเอาซอฟต์แวร์ตัวนี้ไปเปิดให้นักเรียนดูก็จะเป็นคุณูปการอย่างมหาศาลเลยกับความคิดและโลกทัศน์ของเด็ก" รศ.ดร.อนัญญา กล่าว

 

เป้าหมายของโครงการฯ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การให้ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่มุ่งสร้าง "ความรู้สึกผูกพันกับทะเลไทย" เพราะเมื่อผู้เรียนได้เห็นทั้งความงดงามและความเปราะบางของระบบนิเวศด้วยตนเอง ย่อมนำไปสู่จิตสำนึกการอนุรักษ์ในระยะยาว สำหรับทิศทางในอนาคตข้างหน้า โครงการตั้งเป้าพัฒนาระบบให้รองรับการโต้ตอบ (Interactive) ที่สมบูรณ์ขึ้น เมื่อผู้เรียนชี้อุปกรณ์ไปยังสัตว์ทะเล เช่น ปลาหูช้าง ปลาหมอทะเล หรือปลาสิงโต ระบบจะแสดงชื่อวิทยาศาสตร์ ลักษณะทางชีววิทยา และแหล่งที่อยู่อาศัยขึ้นทันที เสมือนคลังข้อมูลดิจิทัลในตัว พร้อมวางแผนเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ VR ออกสู่แพลตฟอร์มเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงฐานข้อมูลธรรมชาติทางทะเลไทยได้สะดวกและยั่งยืน

 

"อยากให้คนเข้าใจในบริบทของงานที่เราทำ แล้วเห็นภาพว่าใต้ทะเลมันสวยแบบนี้ ทำให้อาจารย์อยากสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเข้ามาท่องในโลกใต้ทะเลอันสวยงาม ถ้าเราดูผ่านแว่น VR แล้วเราเลือกไปที่ตัวปลา สมมุติปลาหูช้าง ก็บอกชื่อวิทยาศาสตร์ ลักษณะ แหล่งที่อยู่อาศัยมาหมดเลยได้ข้อมูลเหมือนเป็นฐานข้อมูลของคนที่จะเข้าไปศึกษา" รศ.ดร.อนัญญา กล่าว

 

หัวใจของโครงการ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" จึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยี VR มาใช้กับการศึกษาเท่านั้น แต่คือการใช้เทคโนโลยีเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความรู้ ประสบการณ์ และการอนุรักษ์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ทะเลไทยสามารถดำรงอยู่ได้ทั้งในธรรมชาติและในความทรงจำของคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน 

 

ข่าวล่าสุด