สำหรับโครงการ “เพาะดี กินดี” ดำเนินงานโดยบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด และมูลนิธิรักษ์ไทย ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ลำพูน และพะเยา โดยมีเกษตรกรกว่า 1,700 ครัวเรือนเข้าร่วมโครงการ ผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเกษตรแบบผสมผสาน การใช้สารอารักขาพืชอย่างถูกต้องปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ การผลิตตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และการวางแผนการผลิตตามแนวคิด “ตลาดนำการผลิต” ส่งผลให้เกิดวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกพืชอาหารปลอดภัย 16 กลุ่ม และได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP แล้วกว่า 600 แปลง
ในส่วนของความก้าวหน้าของโครงการสะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม โดยกลุ่มปลูกผักสลัดบ้านห้วยตอง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ข้อมูลผลตอบแทนการขายผลผลิตทางการเกษตร ราคาขายเพิ่มขึ้น 25% ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น 33.3% และมีรายได้เพิ่มขึ้น 66.7% ขณะที่กลุ่มปลูกหอมญี่ปุ่น อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ราคาขายเพิ่มขึ้น 46.7% ผลผลิตเพิ่มขึ้น 37.5% และมีรายได้เพิ่มขึ้น 101.7% ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกตามแนวทางเกษตรฟื้นฟู และการอารักขาพืชอย่างมีประสิทธิภาพมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับผลผลิตสู่มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สร้างอาหารปลอดภัย เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและชุมชนอย่างยั่งยืน
นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญของภาคเหนือ โดยมีเกษตรกรรายย่อยเป็นกำลังหลักในการผลิตอาหารและพืชเศรษฐกิจที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม เกษตรกรกำลังเผชิญทั้งความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จังหวัดเชียงใหม่จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเสริมองค์ความรู้ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การยกระดับมาตรฐานและมูลค่าสินค้า การรวมกลุ่ม ตลอดจนการเชื่อมโยงตลาดและการเข้าถึงแหล่งทุน โดยเฉพาะโครงการเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนปลอดดอกเบี้ยแก่กลุ่มอาชีพและวิสาหกิจชุมชน ดำเนินงานโดยกระทรวงมหาดไทย ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มรายได้ให้เศรษฐกิจฐานราก เพื่อนำไปพัฒนาและต่อยอดอาชีพ
เวทีสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบาย องค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี แหล่งทุน และประสบการณ์จากพื้นที่จริง เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพและมูลค่าผลผลิต มีตลาดและรายได้ที่มั่นคง พร้อมก้าวสู่การเกษตรที่เข้มแข็งและยั่งยืนของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ
ทางด้านนางสาววรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนและบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับซินเจนทา ความยั่งยืนไม่ได้เกิดจากนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำให้นวัตกรรมสามารถเข้าถึงและสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของบริษัท ‘Breakthroughs for farmers, in every field™’ โครงการเพาะดี กินดีจึงสะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการผลิตที่เหมาะสม ช่วยยกระดับคุณภาพผลผลิต เพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพ และสร้างความมั่นคงให้กับภาคการเกษตรในระยะยาว มีความหวังว่าเวทีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดองค์ความรู้และขยายความร่วมมือสู่เกษตรกรในวงกว้างต่อไป
ขณะที่คุณกสิณา โอฬารริกสุภัค ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ มูลนิธิรักษ์ไทย ให้ข้อมูลว่า สิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของโครงการไม่ใช่เพียงตัวเลขผลลัพธ์ แต่คือการได้เห็นเกษตรกรมีความมั่นใจในการพัฒนาตนเอง กล้าปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต รวมกลุ่มบริหารจัดการ และสามารถเชื่อมโยงกับตลาดได้มากขึ้น ความสำเร็จเหล่านี้เกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องของเกษตรกร ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และผู้รับซื้อ เวทีวิชาการครั้งนี้จึงเป็นโอกาสในการส่งต่อประสบการณ์จากพื้นที่จริง สร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรและคนรุ่นใหม่ พร้อมรวบรวมข้อเสนอแนะเพื่อนำไปต่อยอดการพัฒนาเกษตรกรรายย่อยและสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ เราตั้งเป้าที่จะให้เกษตรกรผลิตอาหารที่เป็นมิตรและมีความยั่งยืนพร้อมกับการดูแลเรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ชุมชนปรารถนาอยู่แล้ว เนื่องจากจะทำให้พื้นที่บ้านของเกษตรกรมีความยั่งยืนและสามารถอยู่ได้ชั่วลูกชั่วหลาน
ทั้งนี้ บริษัท ซินเจนทา เป็นบริษัทเทคโนโลยีการเกษตรชั้นนำที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ก้าวล้ำเพื่อเกษตรกรในทุกพื้นที่ เพื่อช่วยตอบสนองความต้องการของเกษตรกรรมยุคใหม่ ด้วยการใช้นวัตกรรมที่ล้ำสมัยและขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายด้านความยั่งยืนในการเพิ่มผลผลิตโดยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซินเจนทาช่วยให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกพืชผลที่แข็งแรง ทนทาน และสามารถหล่อเลี้ยงประชากรโลกที่กำลังเติบโต ควบคู่ไปกับการปกป้องและฟื้นฟูโลก