นี่คือเสียงเตือนล่าสุดในเรื่องที่อดีตอาจถูกมองเป็นการมองโลกในแง่ร้าย แต่เมื่อคำเตือนออกมาจาก “คนใน” นี่จึงกลายเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนระดับโลก เพราะในโลกของทุนนิยม องค์กรต่างๆ ย่อมต้องแข่งขันกันพัฒนาสินค้าให้ดีที่สุดและเร็วที่สุดเพื่อครองความเป็นผู้นำตลาด แต่เมื่อสินค้านั้นคือเอไอ ความเร็วจึงไม่เท่ากับความถูกต้อง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้จะทำแค่ในบริษัทใดบริษัทหนึ่งไม่ได้ แต่ต้องเป็นการจับมือกันในระดับอุตสาหกรรมทั้งโลก ร่วมกับการกำหนดมาตรฐานโดยภาครัฐ
🔵 [“บิ๊กเอไอ” ประสานเสียง]
ล่าสุดซีอีโอของสองบริษัทเอไอชั้นนำทั้งแอนโทรปิกและโอเพนเอไอได้ออกมาประสานเสียงเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาเอไอ โดยดาริโอ อาโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอนโทรปิกมองว่า การชะลอไม่ได้หมายถึงการหยุดฝึกโมเดลหรือหยุดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่หมายถึงการเปิดโอกาสให้บริษัทต่างๆ มีเวลาเพียงพอในการปรับโมเดลของตน อาโมเดอีได้เสนอ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การตรวจสอบโมเดลโดยองค์กรอิสระตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา, ให้บริษัทเอไอร่วมกันกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในระหว่างรอการบังคับใช้กฎหมาย, และการออกกฎหมายในระดับนานาชาติ เพื่อช่วยให้มนุษย์มีเวลาเพิ่มขึ้นอีก 1–2 ปี
ส่วนแซม อัลต์แมน ซีอีโอของโอเพนเอไอก็ได้กล่าวในการประชุมภายในของบริษัทว่าพร้อมพิจารณาชะลอการพัฒนาระบบเอไอ โดยอาจปรับจังหวะการพัฒนาให้สอดคล้องกับเจ้าอื่น และในเวลาเดียวกันก็ผลักดันให้มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของเอไอระดับชาติในสหรัฐฯ นอกจากนี้คำเตือนที่ออกมาเกี่ยวกับความเสี่ยงของเอไอยังทำให้เขาเปลี่ยนใจไม่นำบริษัทเข้าตลาดหุ้นภายในปีนี้ตามกระแสข่าวที่ออกมาตั้งแต่ช่วงกลางปี แต่อัลต์แมนก็ย้ำว่านี่ไม่ใช่การที่บริษัททำตามแรงกดดันแต่อย่างใด