เนชั่นทีวี

ข่าว

ถอดรหัส “ญัตติฮ็อต!” มาสคอต “บันเทิงธิปไตย”? ฝ่ายค้านล็อกเป้า 18 รัฐมนตรี แบ่ง 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ ถล่ม “ระบอบสีน้ำเงิน”

11 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

ถอดรหัส “ญัตติฮ็อต!” มาสคอต “บันเทิงธิปไตย”? ฝ่ายค้านล็อกเป้า 18 รัฐมนตรี แบ่ง 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ ถล่ม “ระบอบสีน้ำเงิน”

ถอดรหัส “ญัตติฮ็อต!” มาสคอต “บันเทิงธิปไตย”? ฝ่ายค้านล็อกเป้า 18 รัฐมนตรี แบ่ง 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ ถล่ม “ระบอบสีน้ำเงิน” ตอกย้ำ ครม. มีปัญหาเกินครึ่ง หวังฟาดกระแสคนเบื่อรัฐบาล

ถอดรหัส “ญัตติฮ็อต!” มาสคอต “บันเทิงธิปไตย”? ฝ่ายค้านล็อกเป้า 18 รัฐมนตรี แบ่ง 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ ถล่ม “ระบอบสีน้ำเงิน” ตอกย้ำ ครม. มีปัญหาเกินครึ่ง หวังฟาดกระแสคนเบื่อรัฐบาล

KEY

POINTS

  • ถ้อยคำรุนแรงส่งสัญญาณ: ฝ่ายค้านใช้คำแรง ล็อกเป้าที่ดินเขากระโดง กระทบชิ่ง “ไชยชนก-บุรีรัมย์”   
  • ขยายวงซักฟอกมากสุด: ยื่นถล่ม 18 รมต. ตอกย้ำ ครม. มีปัญหาเกินครึ่ง หวังฟาดกระแสคนเบื่อรัฐบาล   
  • แบ่ง 4 กลุ่มพุ่งเป้า: ล็อกเป้าสายฮั้ว สว., สายตรงครูใหญ่, ขุนพลยึดพื้นที่ และกลุ่มเทคโนแครต
     

11 ตุลาคม 2569 ถึงวันนี้ “คอการเมือง” คงได้ติดตามข่าวการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน และได้รับทราบเนื้อหา “ข้อกล่าวหา” ในญัตติไปเกือบหมดแล้ว สิ่งหนึ่งที่พูดตรงกันคือ “แรงจริงๆ” แต่บางคน โดยเฉพาะฝั่งรัฐบาลและผู้สนับสนุน กลับด้อยค่าว่าเป็นแค่ “วาทกรรม” ซึ่งฝ่ายค้านก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง 

 

สำหรับรายการ “ข่าวข้นคนข่าว” มองว่า รูปแบบการยื่นญัตติของฝ่ายค้านเป็นการ “ส่งสัญญาณทางการเมือง” หลายประการ ไม่ใช่แค่การใช้คำรุนแรงเท่านั้น โดยมีข้อสังเกตสำคัญดังนี้   

 

ถอดรหัส “ญัตติฮ็อต!” มาสคอต “บันเทิงธิปไตย”? ฝ่ายค้านล็อกเป้า 18 รัฐมนตรี แบ่ง 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ ถล่ม “ระบอบสีน้ำเงิน”

 

ถอดรหัส “ญัตติฮ็อต!” มาสคอต “บันเทิงธิปไตย”? ฝ่ายค้านล็อกเป้า 18 รัฐมนตรี แบ่ง 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ ถล่ม “ระบอบสีน้ำเงิน”

 

1. ถ้อยคำรุนแรงกว่าที่คาด สไตล์พรรคส้ม-แทรกประเด็น “เขากระโดง”

 

การใช้ถ้อยคำที่รุนแรงสะท้อนสไตล์ “พรรคส้ม” ที่ขายภาพการเมืองใหม่และคนรุ่นใหม่ ทว่าบางถ้อยคำและบางข้อกล่าวหา ต้องรอดูว่าจะเชื่อมโยงกับการบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร เช่น คำว่า “เนรคุณ” หรือ “ไร้ความกตัญญู” ที่ใช้กล่าวหา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และ “กล่องดวงใจบุรีรัมย์”   

หลายฝ่ายคาดเดาว่าจะมีการพูดพาดพิงถึงปัญหาส่วนตัวหรือไม่ หรือความหมายของฝ่ายค้านคือการไม่รู้คุณแผ่นดิน ตามที่เขียนไว้ในญัตติว่า หาประโยชน์หรือทำธุรกิจบนที่ดินหลวง ซึ่งย่อมหมายถึงประเด็น “ที่ดินเขากระโดง” อย่างแน่นอน การอภิปรายรอบนี้จึงมีประเด็นที่ดินเขากระโดงพ่วงมาด้วย

 

ถอดรหัส “ญัตติฮ็อต!” มาสคอต “บันเทิงธิปไตย”? ฝ่ายค้านล็อกเป้า 18 รัฐมนตรี แบ่ง 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ ถล่ม “ระบอบสีน้ำเงิน”

 

2. ล็อกเป้า “รมต.สามแม่ครัว-เทคโนแครต” ฉายภาพหนุนระบอบน้ำเงิน

 

ฝ่ายค้านล็อกเป้ากลุ่ม “รมต.สามแม่ครัว” และ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อฉายภาพ “เทคโนแครตหนุนระบอบน้ำเงิน” ต้องไม่ลืมว่า “หัวหน้าเท้ง” (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ) ได้ตั้งธีมการซักฟอกไว้ว่า “ระบอบน้ำเงินเป็นอาชญากรรมที่บ่อนทำลายและอยู่ตรงข้ามกับระบอบประชาธิปไตย”   

 

ฝ่ายค้านจึงพยายามอภิปรายให้เห็นภาพ “ทั้งเครือข่ายขบวนการน้ำเงิน” ซึ่งประกอบด้วยแกนหลัก ขุนพล องค์กรที่ถูกครอบงำ และเทคโนแครตที่เข้ามาสนับสนุน โดยเทคโนแครตบางคนเป็นตัวแทนของกลุ่ม “อนุรักษ์นิยม” และบางคนเชื่อมต่อกับ “รัฐพันลึก” ซึ่งจะกลายเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญให้สังคมได้เห็น “ภาพทั้งภาพ” และ “อันตราย” ของระบอบน้ำเงิน  

 

ถอดรหัส “ญัตติฮ็อต!” มาสคอต “บันเทิงธิปไตย”? ฝ่ายค้านล็อกเป้า 18 รัฐมนตรี แบ่ง 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ ถล่ม “ระบอบสีน้ำเงิน”

 

3. พุ่งเป้า “ภูมิใจไทย” หัวขบวนระบอบน้ำเงิน

 

ใช้พล็อต “ฮั้ว สว.” นำร่องฝ่ายค้านเลือก ล็อกเป้าเฉพาะ “รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย” เนื่องจากเป็นหัวขบวนของ “ระบอบน้ำเงิน” โดยใช้ข้อมูลกรณี “ฮั้ว สว.” เป็นแก่นของพล็อตเรื่องในการอภิปรายเพื่อกระจายการซักฟอกให้ลามไปทั้งระบอบ ได้แก่

 

  • แกนหลัก มันสมอง: บุรีรัมย์
  • ขุนพล มือทำงาน: แกนนำพรรคภูมิใจไทย   
  • ตัวแสดงหน้าฉาก: นำโดยนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ที่ฝ่ายค้านระบุว่าเป็นเหมือนหุ่นเชิด   
  • องค์กรที่สยายปีกครอบงำ: วุฒิสภา และองค์กรอิสระ
  • เครื่องมือ: ใช้นิติสงครามฟาดฟันศัตรูทางการเมือง กลุ่มคุมทิศทาง: เทคโนแครตจากค่ายอนุรักษ์นิยม (รมต.สามแม่ครัว + เทคโนแครต) 
  • คุมทิศทางเศรษฐกิจและแก้เกมกฎหมาย
  • ฐานค้ำยัน: รัฐพันลึกโอบอุ้ม

 

ถอดรหัส “ญัตติฮ็อต!” มาสคอต “บันเทิงธิปไตย”? ฝ่ายค้านล็อกเป้า 18 รัฐมนตรี แบ่ง 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ ถล่ม “ระบอบสีน้ำเงิน”

 

4. ขยายวงซักฟอก 18 รมต. สูงสุดในประวัติศาสตร์ กระทบกระแสความเชื่อมั่น   

 

การขยายวงอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ถึง 18 คนจาก 35 คน มีเป้าหมายเพื่อตอกย้ำว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้มีปัญหาเกินกว่าครึ่ง และไม่สมควรอยู่ในตำแหน่งอีกต่อไป โดยหวังให้สอดรับกับความรู้สึกของประชาชนที่กำลังเบื่อหน่าย ไม่ไว้วางใจ ไม่เชื่อมือ ไม่เชื่อถือ และมองว่ารัฐบาลกำลังกินรวบประเทศ   

 

ถอดรหัส “ญัตติฮ็อต!” มาสคอต “บันเทิงธิปไตย”? ฝ่ายค้านล็อกเป้า 18 รัฐมนตรี แบ่ง 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ ถล่ม “ระบอบสีน้ำเงิน”

 

กรณีตัวอย่างสะท้อนกระแสความไม่เชื่อมั่น   

  • ผลสำรวจ: นอร์ทแบงค็อกโพล
  • ปัญหาน้ำท่วม: กรณีปลดย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง แต่กระแสตีกลับจนชาวบ้านถล่ม มท.1 แทน   
  • โกงสอบท้องถิ่น: แม้นายกรัฐมนตรีจะเคยประกาศว่า “โกงบนหัวผม” แต่กลับทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายต้องปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหาสำคัญที่เป็นคีย์แมนของคดี จนถูกมองว่าเป็น “มวยล้ม” การปล่อยตัวผู้ต้องหาในช่วงนี้พอดี ยิ่งตอกย้ำความไม่เชื่อใจของประชาชนว่ารัฐบาลจะเอาจริงกับปัญหาการทุจริต ท้ายที่สุดทุกอย่างจึงสอดรับว่าเป็นเพียงแค่การแสดง

 

5. เจาะยุทธศาสตร์ 18 รัฐมนตรี แบ่ง 4 กลุ่มงานละเอียด

 

การยื่นญัตติซักฟอก 18 รัฐมนตรีพรรคน้ำเงินรวดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นยุทธศาสตร์ “งานละเอียด” ของค่ายคนรุ่นใหม่ที่พุ่งเป้าถล่มเพื่อหวังผลทางการเมืองอย่างรอบด้าน โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้   

 

กลุ่ม 1: พัวพันคดีฮั้ว สว. – ดึงมาเฉพาะรัฐมนตรีคนสำคัญ โดยบางคนที่มีชื่อถูกกล่าวหาในคดีแต่ไม่สำคัญ ก็ไม่ได้ถูกนำมาใส่ไว้ในญัตติ   

 

กลุ่ม 2: สายตรงครูใหญ่ / สายตรงปราสาทสายฟ้า – มี 2 คนที่เคยรับราชการที่บุรีรัมย์และสนิทสนมกับครูใหญ่ คือ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม บทบาทของทั้งคู่ โดยเฉพาะ รมว.ยุติธรรม คาดว่าจะมีตั๋วฝากจากบ้านใหญ่หลายเรื่อง จึงจะมีการอภิปรายแฉลบไปถึง “ครูใหญ่” แน่นอน   

 

จุดเชื่อมโยง: เชื่อมกับ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งแม้อยู่ในกลุ่มฮั้ว สว. แต่มีข้อกล่าวหาเชื่อมโยงการสั่งการ “ตัวละครลับ - ตัวแทนบ้านใหญ่บุรีรัมย์” ในคดีจัดสอบท้องถิ่นก่อนเกิดการโกงสอบครั้งมโหฬาร ตามที่ กมธ.กฎหมายฯ ของ นายรังสิมันต์ โรม เคยปูดไว้ จึงจะมีการอภิปรายกระทบชิ่งถึง “ครูใหญ่” ผ่านทาง “รัฐมนตรีสายตรงปราสาทสายฟ้า”   

 

กลุ่ม 3: ขุนพลภูมิใจไทย – มีทั้ง “เลือดแท้” และ “เลือดใหม่” ระดับแกนนำคุมพื้นที่ เพื่อดิสเครดิตและเปิดทางให้พรรคส้มตีเมืองขึ้นในพื้นที่เป้าหมาย   

  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกฯ): คุมพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พรรคส้มมีโอกาสเจาะได้มากที่สุดรองจากภาคตะวันออกและ กทม.
  • นายทรงศักดิ์ ทองศรี (รองนายกฯ): คุมพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะอีสานเหนือ ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวหากพรรคส้มต้องการเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก   
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น (รมว.ทรัพยากรฯ): คุมพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคส้ม

 

กลุ่ม 4: รัฐมนตรีเทคโนแครต – รัฐมนตรีสายวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาค้ำยันภาพลักษณ์และกลไกของรัฐบาล

 

 

ข่าวล่าสุด