เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดแฟ้ม DSI ยุค ยุทธนา แพรดำ ลุยคดีหมื่นล้าน STARK-ดิไอคอน

23 ก.ย. 2569 | titayu_pur

เปิดแฟ้ม DSI ยุค ยุทธนา แพรดำ ลุยคดีหมื่นล้าน STARK-ดิไอคอน

ย้อนผลงาน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI กับการลุยคดีพิเศษหมื่นล้าน ทั้ง STARK, หุ้น MORE, หมอบุญ, ดิไอคอน ถึงเครือข่ายยาเสพติด ยึดทรัพย์ฟอกเงินสะเทือนทุนใหญ่

ย้อนผลงาน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI กับการลุยคดีพิเศษหมื่นล้าน ทั้ง STARK, หุ้น MORE, หมอบุญ, ดิไอคอน ถึงเครือข่ายยาเสพติด ยึดทรัพย์ฟอกเงินสะเทือนทุนใหญ่

KEY

POINTS

  • กวาดล้างอาชญากรรมตลาดทุนหมื่นล้าน: ส่งฟ้องคดี STARK 1.4 หมื่นล้าน, สกัดความเสียหายหุ้น MORE 4.5 พันล้าน และสรุป 342 แฟ้มฟ้องคดี "หมอบุญ" เสียหายกว่า 1.4 หมื่นล้าน
  • ชนทุนใหญ่-คนดัง-เว็บพนันหมื่นล้าน: ฟ้องยกแก๊ง "ดิไอคอน" 19 ราย ไม่เว้นดาราดัง พร้อมลุยทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ เงินหมุนเวียนรวมกว่า 20,000 ล้านบาท
  • ปราบยาเสพติดข้ามชาติ-ยึดทรัพย์: สกัดจับยาไอซ์ล็อตใหญ่ 2.4 ตัน มูลค่ากว่า 3 พันล้าน พร้อมยึดยาบ้าหลายสิบล้านเม็ด เดินหน้าอายัดทรัพย์สินคืนแผ่นดินเต็มรูปแบบ

23 กันยายน 2569 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ นำทีม DSI ลุยปราบปราม คดีพิเศษ และอาชญากรรมทางเศรษฐกิจระลอกใหญ่ตลอดช่วงเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการในคดีระดับหมื่นล้าน ทั้ง STARK, หุ้น MORE, หมอบุญ และ ดิไอคอน รวมถึงกวาดล้างเว็บพนันออนไลน์ หวังทลายโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติ ควบคู่การยึดอายัดทรัพย์สินและสกัดจับ ยาเสพติด ล็อตใหญ่ระดับตัน เพื่อคืนความยุติธรรมสู่สังคม

 

หากถอดเรื่องการเมืองและการโยกย้ายออกไปก่อน แล้วเปิดดูเฉพาะ “แฟ้มคดี” ในช่วงที่ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ ทำหน้าที่ตั้งแต่รักษาราชการแทนอธิบดี จนขึ้นเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างเต็มตัว จะพบสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างชัด

 

คดีที่ผ่านมือ DSI ในช่วงเวลานี้จำนวนไม่น้อย ไม่ใช่คดีเล็ก แต่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเงินระดับพันล้านถึงหมื่นล้าน นักธุรกิจรายใหญ่ บุคคลที่มีชื่อเสียง เครือข่ายพนันออนไลน์ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ไปจนถึงเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ และหลายคดีถูกผลักไปถึงขั้น “ส่งสำนวนให้อัยการ–จับกุมผู้ต้องหา–ติดตามทรัพย์สิน–อายัดทรัพย์สิน” ไม่ได้จบอยู่เพียงการตั้งเรื่องสอบสวน

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ 

 

STARK : จากคดีตลาดทุนหมื่นล้าน สู่การส่งฟ้อง 11 ราย

 

หนึ่งในคดีแรก ๆ หลัง พ.ต.ต. ยุทธนา ขึ้นรักษาราชการแทนอธิบดี DSI คือคดี STARK DSI ระบุความเสียหายในคดีอาญาประมาณ 14,778 ล้านบาท ผู้เสียหาย 4,704 ราย โดย พ.ต.ต. ยุทธนา ทำหน้าที่หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน และคณะสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 11 ราย ก่อนส่งสำนวนให้อัยการเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 ต่อมาอัยการยื่นฟ้องผู้ต้องหาครบทั้ง 11 ราย ขณะที่ DSI และ ปปง. ติดตามยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท

 

ที่น่าสนใจคือ ในช่วงที่ DSI แถลงความคืบหน้าคดีเมื่อปี 2567 ผู้ต้องหาทั้ง 11 รายถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำระหว่างรอการพิจารณาของศาล เป็นภาพหนึ่งที่สะท้อนว่า เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการแล้ว ขนาดธุรกิจหรือฐานะทางเศรษฐกิจไม่ได้ทำให้คดีหยุดเดิน

MORE : เงิน 4,500 ล้านบาท กับการสกัดความเสียหายในตลาดหุ้น

 

อีกหนึ่งคดีตลาดทุนขนาดใหญ่คือกรณีหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE แม้คดีจะเริ่มต้นก่อนที่ พ.ต.ต. ยุทธนา จะขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดี แต่การดำเนินการและมาตรการสำคัญในคดีมีความคืบหน้าต่อเนื่องในช่วงที่เขาบริหาร DSI คดีนี้มีการบูรณาการระหว่าง DSI ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปปง. ตำรวจสอบสวนกลาง และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย

 

DSI ระบุว่า การดำเนินการร่วมกันสามารถระงับยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดกับบริษัทหลักทรัพย์ 10 แห่ง รวมประมาณ 4,500 ล้านบาท พร้อมใช้มาตรการทางแพ่งตามกฎหมายฟอกเงิน ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าว

 

พ.ต.ต. ยุทธนา เคยกล่าวถึงคดี MORE ว่า เป็นรูปแบบหนึ่งของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่อาศัยความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับกลไกการซื้อขายหลักทรัพย์ และจำเป็นต้องใช้การทำงานร่วมกันหลายหน่วยงานเพื่อรับมือ MORE จึงเป็นอีกแฟ้มสำคัญของ DSI ในมิติ “ตลาดทุน” คู่กับ STARK คดีหนึ่งเป็นความเสียหายของบริษัทจดทะเบียนและผู้ลงทุนจำนวนมาก อีกคดีสะท้อนปัญหาการใช้กลไกซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งอาจสร้างความเสียหายระดับหลายพันล้านบาทต่อระบบบริษัทหลักทรัพย์

 

“หมอบุญ” : เสียหายกว่า 14,000 ล้านบาท ส่งสำนวน 342 แฟ้ม

 

อีกคดีที่สะเทือนวงการธุรกิจและการแพทย์ คือคดีของ นพ. บุญ วนาสิน กับพวก DSI รับโอนคดีเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานผู้เสียหายกว่า 605 ราย ความเสียหายตามที่ DSI ระบุ 14,246 ล้านบาท เพียงหนึ่งเดือนต่อมา คณะสอบสวนสรุปสำนวนจำนวน 342 แฟ้ม เอกสารกว่า 130,000 แผ่น พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 16 ราย โดยขณะนั้นจับกุมตัวเข้าสู่สำนวนได้แล้ว 13 ราย ส่วนอีก 3 รายอยู่ระหว่างติดตามตัว

 

หลังจากนั้น DSI ยังประสานต่างประเทศติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนี โดยเดือนเมษายน 2568 สามารถรับตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีไปยังประเทศจีนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยเพิ่มเติมได้อีก 1 ราย

 

“ดิไอคอน” : มีคนดังอยู่ในสำนวน แต่ DSI เดินหน้าส่งครบ 19 ราย

 

คดี The iCON Group เป็นอีกคดีที่สังคมจับตามองเป็นพิเศษ เพราะนอกจากผู้บริหารบริษัทแล้วยังมีบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงเข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้ต้องหา

 

ในช่วงแรกของคดี ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวบุคคลมีชื่อเสียง 3 ราย และถูกนำตัวเข้าเรือนจำระหว่างการดำเนินคดี ทั้งนี้ การจับกุมและการฝากขังช่วงดังกล่าวเกิดขึ้นในชั้นการสอบสวนของตำรวจ ก่อนที่คดีจะถูกโอนมาเป็นคดีพิเศษ

 

เมื่อ DSI รับสำนวนต่อเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ภายใต้การบริหารของ พ.ต.ต. ยุทธนา คดีมีเอกสารถึง 348,209 แผ่น พยานบุคคลกว่า 8,000 ปาก ผู้เสียหาย 7,875 ราย ความเสียหาย 1,644 ล้านบาท

 

DSI ใช้เวลา 54 วันก่อนสรุปสำนวน มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาครบ 19 ราย ใน 5 ข้อหา และดำเนินการในส่วนการติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินควบคู่กันไป

 

สาระสำคัญของคดีนี้จึงไม่ใช่ว่าใครเป็น “ดารา” หรือ “คนดัง”

 

แต่คือเมื่อบุคคลใดเข้ามาอยู่ในสำนวน บุคคลนั้นก็ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาจากพยานหลักฐานเช่นเดียวกับผู้ต้องหารายอื่น โดยที่สุดแล้วความผิดหรือความบริสุทธิ์ย่อมเป็นเรื่องที่ศาลเป็นผู้วินิจฉัย

 

เว็บไซต์พนันออนไลน์ : เงินหมุนเวียนตั้งแต่หลักพันล้านถึง “สองหมื่นล้าน”

 

อีกด้านหนึ่งที่ DSI ในยุคนี้เดินหน้าค่อนข้างต่อเนื่องคือ “เว็บไซต์พนันออนไลน์–บัญชีม้า–ฟอกเงิน” เดือนเมษายน 2567 DSI นำกำลังทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่มีบัญชีผู้เล่นมากกว่า 100,000 บัญชี และเงินหมุนเวียนกว่า 2,000 ล้านบาท

 

เดือนตุลาคมปีเดียวกัน เปิด Operation Shutdown Backlink ค้น 11 จุดใน 3 จังหวัด ขยายผลเครือข่ายบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่ง DSI ระบุกระแสเงินหมุนเวียนกว่า 20,000 ล้านบาท

 

ต่อมาเครือข่าย “แม่มนต์” DSI ส่งสำนวนพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 38 ราย และยึดอายัดทรัพย์กว่า 500 ล้านบาทส่งให้ ปปง. พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน

 

และในปี 2569 Operation Gameflow ยังตรวจค้น 10 จุดใน 4 จังหวัด จากเครือข่ายพนันที่มีเงินหมุนเวียนมากกว่า 1,000 ล้านบาท โดย DSI ระบุว่าพยานหลักฐานบางส่วนมีความเชื่อมโยงถึงบุคคลในแวดวงการเมือง ซึ่งยังต้องเป็นไปตามกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

 

“ยาเสพติด” จากงานข่าวสู่ของกลางระดับล้านเม็ด

 

ภาพของ DSI ในช่วงท้ายของการบริหาร พ.ต.ต. ยุทธนา ยังเห็นการลงน้ำหนักกับคดียาเสพติดอย่างชัดเจนขึ้น

 

มิถุนายน 2568 DSI สนธิกำลังกองทัพเรือและ ป.ป.ส. ยึดยาไอซ์เตรียมส่งออกประมาณ 2.4 ตัน ซึ่ง DSI ประเมินมูลค่าปลายทางในต่างประเทศกว่า 3,000 ล้านบาท

 

มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่บูรณาการจับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ พร้อมยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด ตามข้อสั่งการของอธิบดี DSI

 

เดือนกรกฎาคม DSI และ ป.ป.ส.ขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ หลังตรวจยึดเฮโรอีน 24 กิโลกรัม

 

26 สิงหาคม 2569 ปฏิบัติการร่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยึดยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด มูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท

 

และเพียงหนึ่งสัปดาห์ต่อมา วันที่ 3–4 กันยายน 2569 DSI สนธิกำลังหน่วยความมั่นคงสกัดเครือข่ายริมแม่น้ำโขง จับผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้าอีก 6 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 180 ล้านบาท

 

วันที่ 7 กันยายน DSI ยังส่งสำนวนคดีพิเศษเครือข่ายลำเลียงเฮโรอีนข้ามชาติ ซึ่งมีปลายทางทั้งออสเตรเลียและไต้หวันให้อัยการพิจารณาต่อ

 

“ยุทธนา แพรดำ” กับภาพของ DSI ในช่วงเกือบ 3 ปี

 

แน่นอนว่า ไม่มีคดีใดเป็นผลงานของอธิบดีเพียงคนเดียว เบื้องหลังทุกคดีมีพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ หน่วยปฏิบัติการ อัยการ ปปง. ป.ป.ส. ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก

 

แต่เมื่อมองในฐานะ “ผู้นำองค์กร” ตั้งแต่ช่วงรักษาราชการแทนอธิบดีปลายปี 2566 ต่อเนื่องจนเป็นอธิบดีเต็มตัว สิ่งที่เห็นจากแฟ้มคดีคือ DSI ในช่วงดังกล่าวเข้าไปทำคดีที่มีคู่กรณีหลากหลายมาก

 

ตั้งแต่นักธุรกิจระดับประเทศ ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน บุคคลที่มีชื่อเสียง เครือข่ายพนันเงินหมุนเวียนหลักหมื่นล้าน องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จนถึงเครือข่ายยาเสพติดที่ของกลางนับกันเป็น “ล้านเม็ด” และ “ตัน”

 

หลายคดีจบชั้นสอบสวนด้วยการส่งสำนวนให้อัยการ หลายคดีมีการจับผู้ต้องหา หลายคดีมีการตามผู้ต้องหากลับจากต่างประเทศ และหลายคดีเดินคู่กับการยึดและอายัดทรัพย์ ไม่ใช่เพียงดำเนินคดีอาญาอย่างเดียว

 

นี่คือภาพผลงานทางคดีที่เกิดขึ้นภายใต้การบริหารของ “พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ” ส่วนคดีใดจะลงเอยด้วยคำพิพากษาอย่างไร เป็นอีกขั้นหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม และผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยทุกคนยังต้องได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

 

แต่สิ่งหนึ่งที่อ่านได้จาก “แฟ้มคดี” คือในช่วงเวลานี้ DSI ไม่ได้มีเฉพาะคดีที่เป็นข่าวหลายเรื่องถูกเดินต่อจนถึงขั้นส่งสำนวน จับกุมผู้ต้องหา และติดตามทรัพย์สินได้จริง

ข่าวล่าสุด