“หนู” ไม่อยู่ใครกดปุ่ม อ่านเกมลึกเหตุเปลี่ยนตัวอธิบดีดีเอสไอ เป็น “ปิยะ รักสกุล”
23 ก.ย. 2569 | prisana_tha

“หนู” ไม่อยู่ใครกดปุ่ม อ่านเกมลึกเหตุเปลี่ยนตัวอธิบดีดีเอสไอ เป็น “ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล” ทั้งที่ไร้ปมคาใจกับ “บิ๊กแพร” อธิบดีคนเดิม
ข่าว
23 ก.ย. 2569 | prisana_tha

“หนู” ไม่อยู่ใครกดปุ่ม อ่านเกมลึกเหตุเปลี่ยนตัวอธิบดีดีเอสไอ เป็น “ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล” ทั้งที่ไร้ปมคาใจกับ “บิ๊กแพร” อธิบดีคนเดิม
KEY
POINTS
มติ ครม.เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เคาะแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล จากอธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ อธิบดีดีเอสไอ ดังกระหึ่มขึ้นทันที เหตุเพราะคอการเมือง รู้จัก ร.ต.อ.ปิยะ อย่างดี โดยเฉพาะประวัติและภาพจำในอดีต
ร.ต.อ.ปิยะ เป็นลูกหม้อดีเอสไอ เคยไต่เต้าในดีเอสไอ เป็นถึงรองอธิบดี ก่อนออกไปหน่วยอื่น เคยลงใต้ไป ศอ.บต. และกลับมาเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ คุมงบก้อนใหญ่เกี่ยวกับการจัดหลักสูตรอบรมฟื้นฟูผู้เสพยา ซึ่งตามกฎหมายให้ถือเป็นผู้ป่วย รวมถึงภาพที่หลายคนจำติดต่อ คือ ภาพไหว้สวย ระหว่างรอรับ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ที่สนามบินบุรีรัมย์ ช่วงไปเปิดการแข่งขันโมโตจีพี
และ ก่อนหน้านี้ไม่นาน ร.ต.อ.ปิยะ เพิ่งได้รับความไว้วางใจให้เป็นบอร์ด ปตท. ในตำแหน่ง “กรรมการอิสระ” ซึ่งถือเป็นรัฐวิสาหกิจในรูปแบบ บริษัทมหาชน ที่อยู่ในเกรด A+++
ขณะที่ผลงานเด่นที่ทุกคนจำไม่ได้ ไม่ใช่แค่ไหว้สวย แต่เป็น 1 ใน 7 ของ “คณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36” ซึ่งเป็น “คณะพิเศษ” ที่แต่งตั้งโดย กกต. ตรวจสำนวนฮั้ว สว.ของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน (ส่วนกลาง) คณะที่ 26
ซึ่งความเห็นทางกฎหมาย และการพิจารณาสำนวน สวนทางกัน 360 องศา คือ คณะอนุฯชุดที่ 26 เสนอให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกา 229 ราย มี สว.ปัจจุบัน 138 ราย และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย รวมนายกฯ และเครือข่ายการเมืองอีก 91 ราย ไม่เว้น แม้แต่นายเนวิน ชิดชอบ ขณะที่ คณะอนุฯชุดที่ 36 ยกคำร้อง 229 ราย คือ ไม่ฟ้องเลยแม้แต่คนเดียว ด้วย มติ 5 : 2 เสียง โดย ร.ต.อ.ปิยะ อยู่ฝ่าย “เสียงข้างมาก” ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขยอดฮิต เพราะมติยกคำร้อง นายกฯอนุทิน นายเนวิน และบุคคลสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ของ กกต.ชุดใหญ่ ส่วนใหญ่ 5:2
การแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ เป็นอธิบดีดีเอสไอ ถือเป็นความกล้าหาญทางการเมืองของรัฐบาลสีน้ำเงิน และน่าสังเกตว่าเป็นช่วงที่ นายกฯอนุทิน ไม่อยู่ในประเทศไทยอีกแล้ว หลายๆครั้งที่มีการแต่งตั้งข้าราชการในตำแหน่งสำคัญ นายกฯอนุทิน มักไปราชการต่างประเทศพอดี
เช่นเดียวกับ วันแต่งตั้ง “มอส” นายฉันทานนท์ วรรณเขจร จากตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง ระดับ 11) ข้ามห้วยเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน โดย นายฉันทานนท์ เติบโตมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยเป็นคณะทำงานของ นายเนวิน สมัยดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ เมื่อหลายปีก่อน
ครั้งนี้ก็เช่นกัน มีการแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ ในวันที่ นายกฯอนุทิน ไม่อยู่ อาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ แต่ก็เป็นที่รู้กันวงในว่า ในแง่ความสัมพันธ์ และความรู้สึกต่อการทำงาน นายกฯอนุทิน ไม่ได้มีอะไรคาใจ ”บิ๊กแพร” พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอคนเดิม
ขณะที่ ร.ต.อ.ปิยะ ผลงานเด่นที่สุดที่อาจเข้าตาฝ่ายการเมือง คนนอกวงการการเมืองยังมองไม่เห็น มีแต่เสียงวิจารณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมไหว้สวย และการทำหน้าที่ใน “คณะอนุฯ ชุดที่36” ยกคำร้องคดีฮั้ว สว.แบบยกล็อต แม้จะมีเสียงวิจารณ์ดังเซ็งแซ่ขนาดนี้ แต่พรรคสีน้ำเงินก็กล้าตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ
หลายคนอาจจะข้องใจว่า คดีฮั้ว สว.จบไปแล้ว ทำไมยังต้องเปลี่ยนตัวอธิบดีดีเอสไออีก คำตอบก็คือ ยังต้องมีการสานต่อคดีอาญา ซึ่งรับเป็นคดีพิเศษไว้แล้ว ในข้อหา “อั้งยี่ -ฟอกเงิน” ในยุค “บิ๊กแพร” พ.ต.ต.ยุทธนา เป็นอธิบดีดีเอสไอ มีการส่งฟ้องผู้ต้องหา 8 รายแรก ไปยังอัยการคดีพิเศษ ถือเป็นหัวเชื้อคดี แต่อัยการตีกลับ ให้ไปสอบพยานเพิ่มอีก 1,200 ปาก และส่งสำนวนมาใหม่ในลักษณะของ “ขบวนการฮั้ว สว.” ซึ่งอัยการเขียนในคำสั่งชัดว่า มี 7 ขั้นตอน แบ่งงานกันทำ
ฉะนั้นการตั้งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ ไปคุมจังหวะ และทิศทางคดี “อั้งยี่ - ฟอกเงิน” จึงยังจำเป็น และที่ลืมไม่ได้ คือ คำร้องฮั้ว สว. ฝ่ายสีส้ม และสว.อิสระ อีก 3 คำร้อง ที่ยังค้างอยู่ใน “คณะอนุฯชุดที่ 26” โดย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะ “ประธาน คณะอนุฯชุดที่ 26” ชี้แจงในสภาว่า คำร้องฮั้ว สว. สีอื่นที่ไม่ใช่สีน้ำเงินก็ยังทำอยู่ โดยอยู่ในขั้นตอน กกต.สั่งสอบเพิ่ม
โดยคณะอนุฯชุดที่ 26 มีทิศทางที่น่าสนใจ เนื่องจากจะเปลี่ยนตัวประธานเร็วๆ นี้ เพราะ ร.ต.อ.ชนินทร์ เกษียณ องค์ประกอบของ คณะอนุฯชุดที่ 26 ก็จะเปลี่ยนไป เพราะตัวแทนจากดีเอสไออย่างน้อย 2-3 คนจะถูกโยกย้ายจากตำแหน่งเดิม บางคนโดนย้ายแล้ว บางคนรอโยกย้าย อธิบดีใหม่ น่าจะส่งคนใหม่ไปเป็นตัวแทนทำงานต่อ คนใหม่ ถ้าหลักฐานชัดเจนหนักแน่น ก็จะมีการฟ้องผู้เกี่ยวข้องกับ “สว.สีส้ม - สว.อิสระ” ไปศาลฎีกาอีกจำนวนไม่น้อย
ข่าวข้นคนข่าว เนชั่นทีวี รายงานโดยคาดการณ์ในแง่ร้ายที่สุด อาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ ว่าใครอยู่ในข่ายโดนฟันเหมือน “สว.สีน้ำเงิน” โดยล้อข้อมูล แบ่งกลุ่มที่โดนส่งศาล เหมือนกับมติ กกต.เมื่อ 14 ก.ย. เลย คือ กลุ่มแรก สว.ปัจจุบัน มี สว.อิสระ , สว.สีส้ม และ สว.สีขาว (บางส่วน) กลุ่มที่สอง ผู้มีสิทธิเลือก สว. มี ผู้สมัคร สว. และ กลุ่มพลีชีพ กลุ่มที่สาม บุคคลอื่น มี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า , ไอลอว์ , ฟ้าเดียวกัน ฯลฯ ส่วน กรรมการบริหารพรรคการเมือง ไม่มี แต่อาจโดนเชิงสัญลักษณ์
รายงานข่าวแจ้งว่า เกมการเมืองรอบนี้จะไปไกลถึงขั้นสะเทือนพรรคส้ม นั่นคือ รุ่นดึกอย่างนายธนาธร กลับมาโดน โยงฮั้ว สว. อาจถูกตัดสิทธิเพิ่ม จากที่จะหลุดพ้นในปี 2573 ส่วน รุ่นเดอะ อย่าง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายชัยธวัช ตุลาธน เพิ่งโดนตัดสิทธิไป ยังอีกยาวกลับมายาก ขณะที่ทีมบริหารปัจจุบัน เช่น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้าน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กับ กลุ่ม 44 สส.โดนข้อหาฉกรรจ์ฝ่าฝืนจริยธรรม กรณีแก้ไข มาตรา เสี่ยงใบดำ โดนตัดสิทธิตลอดชีวิต ส่วนรุ่นเด็กอย่าง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เตรียมโดนสกัด เตะตัดขา
เหล่านี้เป็นความเคลื่อนไหวอันเนื่องมาจากคดีฮั้ว สว.ที่นุงนังพันตู กลายเป็นหนังม้วนยาว ที่ทั้งพรรคน้ำเงิน กับ พรรคส้ม ต่างชิงไหวชิงพริบ แลกหมัดกันตาต่อตาในห้วงการเมืองเขม็งเกลียว