“การดี” จี้สอบ TOR โครงการ AI Passport - ซัด สดช.เมินข้อตกลงคุณธรรม
23 ก.ย. 2569 | katchatapong_lee

“การดี” จี้ สตง.สอบ TOR โครงการ TH-AI Passport กำหนดคำนิยามไม่ชัดเจน - ซัด สดช.เมิน “ข้อตกลงคุณธรรม” ทั้งที่ระบุใน TOR เอง
ข่าว
23 ก.ย. 2569 | katchatapong_lee

“การดี” จี้ สตง.สอบ TOR โครงการ TH-AI Passport กำหนดคำนิยามไม่ชัดเจน - ซัด สดช.เมิน “ข้อตกลงคุณธรรม” ทั้งที่ระบุใน TOR เอง
นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport หลังที่ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.เพื่อให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณในโครงการนี้ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมว่า โครงการฯ นี้ ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งคำนิยาม “ผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่” ซึ่งเป็นฐานการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินกว่า 1,000 ล้านบาทแบบเหมาจ่าย และที่ผ่านมา โครงการฯ ได้มีการใช้งานแล้ว 3 สัปดาห์ก็ยังไม่มีความชัดเจน แต่ได้มีการแก้ไขสัญญาเพิ่มเติมเพื่อนิยาม “ผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่” แทนการเหมาจ่ายแบบเดิม เพื่อให้เป็นวิธีการเก็บคะแนน แต่เมื่อมีการเร่งให้มีการลงทะเบียน และใช้แต้มเพื่อให้เป็นผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่โดยเร็ว แต่เกณฑ์การนับคะแนน ก็ยังไม่มีการระบุในสัญญาชัดเจน ซึ่งยังมีส่วนต่างทางการเงิน เพื่อสร้างแรงจูงใจ ยังมีมูลค่าสูง จึงขอให้ สตง.ได้ตรวจสอบเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้เกิดความชัดเจน และไม่ให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณประเทศ
ส่วนการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขว่าด้วยข้อตกลงคุณธรรมตามที่ระบุไว้ใน TOR นั้น นางการดี ชี้แจงว่า การเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม ตามปกติจะต้องเริ่มตั้งแต่การร่าง TOR แต่คณะอนุกรรมการความร่วมมือการป้องกันการทุจริต มีมติไม่รับโครงการ TH-AI Passport เข้าข้อตกลงคุณธรรม เนื่องจาก โครงการฯ ได้ล่วงเลยขั้นตอนการจัดทำ TOR แล้ว จึงไม่เข้าเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้าง และกรมบัญชีกลาง ได้ออกหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. ที่แม้ไม่ได้รับคัดเลือกเข้าข้อตกลงคุณธรรม แต่ก็ยังคงเดินหน้าเชิญชวนตาม TOR โครงการฯ ต่อ ทั้งที่ตาม TOR ก็ระบุจะต้องเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม เพราะเป็นคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอโครงการ ซึ่งสะท้อนว่า การไม่เข้ารับเลือกเข้าข้อตกลงคุณธรรม แต่เหตุใด สดช.ยังคงเดินหน้าเผยแพร่ TOR ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เป็นการรีบดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังเดินหน้าต่อไป ทั้งที่ควรจะแก้ไข TOR ก่อน แต่ก็ไม่ควรจะทำด้วย เพราะโครงการฯ มีมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านบาทตามพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้าง หรือดำเนินการร่าง TOR เพื่อร่วมข้อตกลงคุณธรรมใหม่ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ซึ่งไม่ได้ทำให้เสียเวลา แต่จะช่วยให้กระบวนการราบรื่น เพราะการเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม เพื่อป้องกันการทุจริต และมีผู้สังเกตการณ์จากภายนอกให้เกิดความโปร่งใสตั้งแต่การร่าง TOR การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจรับงาน และการตรวจรับงาน รวมถึงการบรรลุผล ดังนั้น โครงการ TH-AI Passport จึงทำผิดกฎเกณฑ์ของตนเอง ตนจึงขอตั้งคำถามว่า โครงการฯ นี้ จะดำเนินการอย่างไรต่อ และกรรมการผู้จัดซื้อจัดจ้าง มีความผิดปล่อยให้โครงการนี้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้โดยชอบ ซึ่ง สตง.จะต้องตรวจสอบ และตนเองได้ส่งข้อมูลให้ สตง.แล้ว
“สดช. แจ้งว่า ขอเข้าข้อตกลงคุณธรรมแล้ว แต่กรมบัญชีกลางไม่คัดเลือก แต่อยากชวนดูประเด็นให้ครบ ไล่ timeline กัน 12 พ.ย.2568 สดช.ได้รับอนุมัติงบ 1,650 ล้านบาท, 18 พ.ย. 2568 สดช. ยื่นขอเข้าข้อตกลงคุณธรรม, 15 ธ.ค. 2568 สดช. ประกาศร่าง TOR เสร็จเรียบร้อยไปแล้ว ก่อนคณะกรรมการจะประชุมตัดสินใจด้วยซ้ำ, 17 ธ.ค. 2568 คณะอนุกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต ประชุมครั้งที่ 9/2568 มีมติไม่คัดเลือกทั้ง TH-AI Passport เข้าข้อตกลงคุณธรรม เหตุผลที่ระบุ เนื่องจากเป็นโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่ล่วงเลยขั้นตอนการจัดทำร่าง TOR แล้ว จึงไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง, 22 ธ.ค. 2568 กรมบัญชีกลางออกหนังสือแจ้งผลอย่างเป็นทางการถึงเลขาธิการ สดช., 24 ธ.ค. 2568 สดช. ลุยประกาศเชิญชวน เดินหน้าเผยแพร่ TOR ต่อ ทั้งที่รู้ผลปฏิเสธในมืออยู่แล้ว 2 วัน โดย TOR ยังคงข้อ 3.16 ต้องลงนามข้อตกลงคุณธรรม ไว้เหมือนเดิม พูดง่าย ๆ คือ ไม่ใช่คณะกรรมการปฏิเสธ เพราะคิดว่า โครงการจะไม่มีปัญหา แต่ปฏิเสธเพราะหน่วยงานเริ่มต้นโครงการไปก่อนแล้ว ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ถามว่า โครงการนี้ ถ้า ‘อยาก’ จะทำให้อยู่ในข้อตกลงคุณธรรมจริง ก็ควรมาเริ่มต้นกระบวนการใหม่ ให้มีผู้สังเกตการณ์เข้ามาร่วมด้วยตั้งแต่ต้น แต่ สดช. เลือกเดินหน้าโครงการเดิมต่อทันที ไม่เลือกที่จะทำให้ถูกต้อง” นางการดี กล่าว
ส่วนกรณีที่นางสาวแนน บุญย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุกรมบัญชีกลางไม่ได้แจ้งเหตุผลที่ TOR โครงการฯ ไม่ได้เข้ารับคัดเลือกข้อตกลงคุณธรรม แต่สามารถเผยแพร่ TOR สู่สาธารณะได้นั้น นางการดี ระบุว่า ตนไม่ได้เห็นว่าเป็นประเด็น แต่ในรายงานการประชุมฯ มีการเขียนเหตุผลชัดเจน เพราะโครงการฯ นี้ ล่วงเลย TOR มาแล้ว ซึ่งลักษณะการทำงานของการทำข้อตกลงคุณธรรมนี้ ผิดขั้นตอน และที่การระบุว่า ไม่ทราบเหตุผล และกลับปล่อยผ่าน ในขณะที่ TOR ของกระทรวงฯ เอง ก็ระบุชัดเจน จึงไม่มีประเด็นใดที่จะสงสัยว่า กรมบัญชีกลางไม่บอกเหตุผล ซึ่งถือว่า เป็นคนละประเด็น พร้อมเห็นว่า หน่วยงาน กับคณะอนุกรรมการความโปร่งใส ต้องร้องขอทำข้อตกลงคุณธรรม แต่ สดช.จะต้องดำเนินการตามกฎเกณฑ์ที่ตนเองระบุ จึงเป็นเหตุให้ตนร้องต่อ สตง.เพื่อให้ตรวจสอบ และหากมีมูลการทุจริต ก็ขอให้ส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ กรรมการ ป.ป.ช.ต่อไป
ส่วนจะเป็นเพราะ สดช.เจตนาหมกเม็ดหรือไม่นั้น นางการดี ระบุว่า ตนเองไม่กล้ากล่าวหาในเจตนา แต่ความผิดพลาด และกรรม ได้เกิดขึ้นกับกฎเกณฑ์ที่ สดช.กำหนดขึ้นมาเอง จึงอยากให้มีการชี้แจงว่า เกิดเหตุอะไรขึ้น แต่หากไปสอบถามกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ในลักษณะนี้แม้จะไม่ได้รับคัดเลือก แต่ไม่ได้หมายความว่า จะทำให้ความรับผิดชอบต่อความโปร่งใสจะหมดไป และหลายโครงการที่ไม่ได้รับคัดเลือก ด้วยเพราะระยะเวลา หรืองบประมาณ แต่หากเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท ก็จะต้องไปเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม และเริ่มกระบวนการใหม่