เนชั่นทีวี

ข่าว

จับตารัฐสแกนข่าวกรอง ม็อบกดดัน กกต. เคลื่อนพล 3 สายบุกหอศิลป์ฯ วัดใจมติชี้ขาดฮั้ว สว.

12 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

จับตารัฐสแกนข่าวกรอง ม็อบกดดัน กกต. เคลื่อนพล 3 สายบุกหอศิลป์ฯ วัดใจมติชี้ขาดฮั้ว สว.

ฝ่ายความมั่นคงสแกนข่าวกรอง ม็อบกดดัน กกต. นัดรวมพลบุกหน้าหอศิลป์ฯ 13 ก.ย. นี้ นำโดย iLaw - พรรคประชาชน - สว.สำรอง ก่อน กกต. ลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว. 14 ก.ย.นี้

ฝ่ายความมั่นคงสแกนข่าวกรอง ม็อบกดดัน กกต. นัดรวมพลบุกหน้าหอศิลป์ฯ 13 ก.ย. นี้ นำโดย iLaw - พรรคประชาชน - สว.สำรอง ก่อน กกต. ลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว. 14 ก.ย.นี้

KEY

POINTS

  • นัดรวมพล 3 สายบุกหอศิลป์ฯ: แคมเปญ "#สั่งฟ้องสว" นัดเดินขบวน 3 เส้นทาง ปักหลักลานหน้าหอศิลป์ฯ 13 ก.ย. เวลา 10.00 - 18.00 น. กดดัน กกต.
  • แกนนำแน่น: นำโดยกลุ่ม iLaw, พรรคประชาชน, นักวิชาการ, สื่ออิสระ และกลุ่ม สว. สำรอง
  • เปิด 3 มิติต่อต้านหากยกคำร้อง: หากมติ กกต. วันที่ 14 ก.ย. ยกคำร้อง เตรียมฟ้อง ม.157 กกต. ต่อศาลคดีทุจริตฯ, นัดชุมนุมใหญ่หน้า กกต. แจ้งวัฒนะ และใช้กลไก กมธ. สภาฯ ลุยอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

 

12 กันยายน 2569 ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในขณะนี้ เป็นกรณีรายงานข่าวกรองฝ่ายความมั่นคงที่ประเมินสถานการณ์การนัดรวมตัวแสดงพลังทางการเมือง ครั้งสำคัญ ภายใต้แคมเปญ "#สั่งฟ้องสว" ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 13 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 18.00 น. โดยมีเป้าหมายหลักในการนำส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับข้อสงสัยการฮั้วเลือกตั้ง สว. ไปยังบริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างแรงกดดันเชิงสัญลักษณ์ไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนที่ กกต. จะมีการประชุมลงมติชี้ขาดนัดสำคัญในวันที่ 14 กันยายนนี้

 

​จากการประเมินของฝ่ายความมั่นคง พบว่า โครงสร้างการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือกันของหลายภาคส่วน นำโดย กลุ่ม iLaw ซึ่งขับเคลื่อนโดยคุณยิ่งชีพ อัศวนนท์ ร่วมกับแกนนำและ สส. จาก พรรคประชาชน  ซึ่ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ก็ประกาศแล้วจะร่วมเดินขบวนด้วย

 

ตลอดจนกลุ่มพันธมิตรเครือข่ายภาคสังคม ทั้งกลุ่มนักวิชาการ เครือข่ายสื่ออิสระ ภาคประชาสังคม กลุ่ม สว. สำรอง และกลุ่มผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งเตรียมเข้าร่วมแสดงพลังในครั้งนี้ด้วย

เปิด 3 เส้นทางรวมพลหน้าหอศิลป์

​สำหรับรูปแบบการจัดกิจกรรม จะเป็นการเดินขบวนและร่วมกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์รวม 3 สาย โดยมีเป้าหมายมาบรรจบร่วมกันที่ลานหน้าหอศิลป์ฯ:

1.​สายหลัก (เดินเท้า 11 กิโลเมตร): เริ่มต้นจากหน้าสำนักงาน iLaw ซอยลาดพร้าว 25 มุ่งหน้าห้าแยกลาดพร้าว เข้าสู่ถนนพหลโยธิน แวะพักจุดแรกบริเวณสะพานควาย ก่อนเคลื่อนผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตัดเข้าถนนรางน้ำ แยกประตูน้ำ ถนนพระราม 1 ผ่านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าสู่ลานหน้าหอศิลป์ฯ

2.​สายรอง (เดินเท้า): เริ่มเคลื่อนขบวนช่วงบ่าย 14.00 น. จากมิวเซียมสยาม มุ่งหน้าสมทบที่หอศิลป์ฯ

3.​สายรอง (วิ่ง): เริ่มออกวิ่งช่วง 15.00 น. จากหน้าจามจุรีสแควร์ เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่จุดหมายเดียวกัน

 

​ทางฝ่ายความมั่นคงคาดการณ์ว่า จะมีมวลชนมารวมตัว ณ ลานหน้าหอศิลป์ฯ รวมแล้วประมาณไม่ต่ำกว่าร้อยคน โดยเน้นการจัดกิจกรรมพื้นที่ขนาดเล็ก รูปแบบบูธป๊อปอัพ บอร์ดจัดแสดงข้อมูล และอุปกรณ์กระจายเสียงเคลื่อนที่ เพื่อเน้นความคล่องตัวในการดำเนินกิจกรรม

นัยสำคัญและฉากทัศน์การเมืองหลังมติ กกต.

อ่านต่อ -​หากมองทะลุรายงานข่าวกรองชิ้นนี้ จะพบว่านี่ไม่ใช่เพียงการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ธรรมดา แต่เป็นการ "เปิดเกมรุกประสาน 2 แนวรบ" ทั้งในและนอกสภา เพื่อสร้างอำนาจต่อรองทางการเมือง โดยจุดชี้ขาดสำคัญที่สุดจะอยู่ที่ผลการลงมติของ กกต. ในวันที่ 14 กันยายนนี้

 

หากผลออกมาในลักษณะ "ยกคำร้อง" หรือ "ดำเนินคดีเฉพาะกลุ่มย่อย" คาดว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมตามมาใน 3 มิติหลัก

 

​มิติกฎหมาย: ฝ่ายนิติสงครามของฝ่ายค้านและภาคประชาชน เตรียมยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ทันที พร้อมยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบเรื่องจริยธรรม ซึ่งจะทำให้องค์กรอิสระตกเป็นจำเลยทางกฎหมายโดยตรง

 

​มิติการเมืองนอกสภา: การเปิดเผยข้อมูลสำนวนคดีสู่สาธารณะจะถูกใช้เป็นชนวน ปลุกกระแสความไม่ไว้วางใจ สว. ชุดปัจจุบัน และอาจยกระดับไปสู่การนัดชุมนุมใหญ่หน้าสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อบั่นทอนความชอบธรรมในการทำหน้าที่ของ สว. ในระยะยาว

 

​มิติการเมืองในสภา: พรรคฝ่ายค้านเตรียมใช้กลไกคณะกรรมาธิการสภาฯ ดึงเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเชื่อมโยงประเด็นขยายผลไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลใน step ต่อไป

 

​ดังนั้น กิจกรรมในวันที่ 13 กันยายน จึงเป็นเพียง "จุดเชื้อชนวนแรก" ที่ฝ่ายความมั่นคงต้องจับตาดูทุกฝีก้าว เพราะมติ กกต. ในวันที่ 14 กันยายน จะเป็นตัวกำหนดทิศทางทันทีว่า อุณหภูมิทางการเมืองไทยหลังจากนี้ จะทวีความร้อนแรงขึ้นมากน้อยเพียงใด

ข่าวล่าสุด