กมธ.สภาฯ ลุยฟันทุจริตสอบท้องถิ่น ลากตัวการใหญ่ คืนสิทธิ 3,868 อัตรา
10 ก.ย. 2569 | titayu_pur

กมธ.สภาฯ ลุยล้างขบวนการวิ่งเต้นสอบเข้ารับราชการ รวบรวมหลักฐานฟันตัวการใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมเร่งคืนสิทธิบรรจุผู้สอบท้องถิ่นสุจริต 3,868 ตำแหน่ง
ข่าว
10 ก.ย. 2569 | titayu_pur

กมธ.สภาฯ ลุยล้างขบวนการวิ่งเต้นสอบเข้ารับราชการ รวบรวมหลักฐานฟันตัวการใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมเร่งคืนสิทธิบรรจุผู้สอบท้องถิ่นสุจริต 3,868 ตำแหน่ง
KEY
POINTS
10 กันยายน 2569 กมธ.ป.ป.ช. จับมือ กมธ.กระจายอำนาจฯ สภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าล้างบางขบวนการ ทุจริตสอบท้องถิ่น หลังพบพฤติกรรม วิ่งเต้นสอบราชการ หลอกเรียกรับเงินแลกการบรรจุทั่วประเทศ โดยร่อนหนังสือถึงตำรวจภูธรทุกจังหวัด เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกระดับไม่สนหน้าไหน เพื่อขยายผลสาวไส้ถึงตัวการใหญ่ พร้อมดันมาตรการตัดสิทธิผู้ทุจริต และเร่งคืนความเป็นธรรมบรรจุผู้ผ่าน สอบท้องถิ่น ที่สุจริตตกค้างกว่า 3,868 อัตรา ให้ได้เข้าทำงาน สอบเข้ารับราชการ โดยเร็ว
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า กมธ.ป.ป.ช. ได้จัดทำหนังสือถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด โดยขอให้รวบรวมข้อมูลการแจ้งความร้องทุกข์กรณีจ่ายเงินให้บุคคลหรือนายหน้าที่อ้างว่าช่วยให้สอบผ่านหรือได้รับการบรรจุ แต่เมื่อประกาศผลกลับไม่มีชื่อในบัญชีผู้สอบผ่าน
“เป้าหมายคือเก็บข้อมูลจากพื้นที่ให้ครบถ้วน นำมาตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคลและพยานหลักฐาน เพื่อขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องในระดับบน หากหลักฐานเชื่อมโยงถึงใคร ต้องตรวจสอบไปถึงคนนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด เพื่อให้ผู้กระทำผิดทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผมจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะความตั้งใจของคนอ่านหนังสือสอบต้องไม่สูญเปล่า การเข้ารับราชการต้องแข่งขันด้วยความรู้ความสามารถ และทุกคนต้องได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม” นายอาสพลธ์ กล่าว
นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังการประชุม กมธ. ว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้ติดตามปัญหาผู้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากกรณีทุจริตการสอบแข่งขันอย่างต่อเนื่อง
หลักสำคัญที่คณะกรรมาธิการยืนยัน คือ ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ทุจริต แต่ในขณะเดียวกันต้องคุ้มครองสิทธิของผู้ที่สอบโดยสุจริตไม่ให้ได้รับความเสียหายจากการกระทำของบุคคลอื่น จากข้อมูลล่าสุด ผู้ได้รับการบรรจุเดิมมีจำนวน 14,998 ราย ปัจจุบันมีผู้ที่ยังคงการบรรจุและสังกัดเดิม 11,048 ราย มีการแก้ไขวันบรรจุ 71 ราย และมีผู้ได้รับผลกระทบจากการให้พ้นจากตำแหน่งหรือรอการบรรจุอีก 3,868 ราย
คณะกรรมาธิการจึงมีข้อเสนอสำคัญว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งตรวจสอบและเพิกถอนสิทธิของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตโดยเร็ว พร้อมทั้งชะลอการเรียกบรรจุจากบัญชีใหม่จนกว่าจะมีแนวทางแก้ไขสิทธิของผู้ที่ได้รับผลกระทบเดิมอย่างชัดเจน สำหรับผู้ที่สุจริตควรเปิดโอกาสให้มีการสำรวจความประสงค์ในการโอนย้าย และนำตำแหน่งว่างจำนวน 3,868 ตำแหน่งมาจัดสรรอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ รวมถึงควรผ่อนปรนข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาการดำรงตำแหน่งและการโอนย้ายข้ามพื้นที่ หากจะช่วยลดผลกระทบต่อผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต
นายคงกฤษ กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ที่ถูกเพิกถอนหรือให้ออกจากตำแหน่ง หากต่อมาพิสูจน์ได้ตามกระบวนการยุติธรรมว่าเป็นผู้สุจริต รัฐบาลควรมีมาตรการเยียวยาและคืนสิทธิอย่างเหมาะสม จุดยืนของคณะกรรมาธิการชัดเจนว่า “คนผิดต้องรับผิด คนสุจริตต้องได้รับความเป็นธรรม” และการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ต้องโปร่งใส รวดเร็ว ไม่สร้างความเสียหายเพิ่มกับประชาชนหรือข้าราชการท้องถิ่นที่สุจริต
“เราไม่ปกป้องคนทุจริต และเราจะไม่ยอมให้คนสุจริตต้องรับผลจากความผิดของคนอื่น เป้าหมายของกรรมาธิการคือคืนความเป็นธรรมให้เร็วที่สุด โปร่งใสที่สุด และตรวจสอบได้” นายคงกฤษ กล่าว