เนชั่นทีวี

ข่าว

'ไอซ์' ชงหั่นงบ กกต. แฉเส้นเงินสอบสวน โยงฮั้ว สว.บุรีรัมย์

10 ก.ย. 2569 | titayu_pur

'ไอซ์' ชงหั่นงบ กกต. แฉเส้นเงินสอบสวน โยงฮั้ว สว.บุรีรัมย์

“ไอซ์” ชงตัดงบ กกต. คาใจส่งเสริมอาชญากรรมสีน้ำเงิน-โยงเส้นเงินพนักงานสอบสวน - ซัดตั๋วบุรีรัมย์ไฟเขียวแต่งตั้งโยกย้าย – เตือนอย่าเหลิงอำนาจระวังถูกเช็กบิลย้อนหลัง

“ไอซ์” ชงตัดงบ กกต. คาใจส่งเสริมอาชญากรรมสีน้ำเงิน-โยงเส้นเงินพนักงานสอบสวน - ซัดตั๋วบุรีรัมย์ไฟเขียวแต่งตั้งโยกย้าย – เตือนอย่าเหลิงอำนาจระวังถูกเช็กบิลย้อนหลัง

KEY

POINTS

  • ไอซ์ รักชนก ชงหั่นงบ กกต.: ชี้ไร้ประสิทธิภาพในการตรวจสอบทุจริตเลือกตั้ง พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ
  • แฉเส้นเงิน-สายตรง สว.บุรีรัมย์: เปิดหลักฐานโอนเงิน 8.6 แสนให้พนักงานสอบสวน และการโทรสายตรง 39 วินาที ถึงเลขาฯ กกต. ส่อฮั้วเลือกตั้ง
  • เตือนระวังถูกเช็กบิลย้อนหลัง: ซัดพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงเข้าข่ายอาชญากรรมสีน้ำเงิน จี้ กกต. ทบทวนบทบาทก่อนถูกประชาชนและกฎหมายลงโทษ

10 กันยายน 2569 ไอซ์ รักชนก สส.พรรคประชาชน เปิดศึกอภิปรายงบประมาณในสภา ชงหั่นงบ กกต. กังขาการทำงานไร้ประสิทธิภาพในการปราบทุจริต พร้อมเปิดหลักฐานเส้นเงินพนักงานสอบสวนและสายตรง 39 วินาที โยงขบวนการฮั้วสว. บุรีรัมย์ อย่างมีเงื่อนงำ ชี้สุ่มเสี่ยงเข้าข่าย อาชญากรรมสีน้ำเงิน พร้อมเอ่ยปากเตือนผู้มีอำนาจ ระวังเจอเช็กบิลย้อนหลังหากกระทำผิดกฎหมาย

 

นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้สงวนคำแปรญัตติ อภิปรายในการพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่ 2-3 ของสภาผู้แทนราษฎร โดยได้เสนอคำแปรญัตติ เพื่อขอปรับลดงบประมาณขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งตามข้อสังเกตของกรรมาธิการวิสามัญร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีประเด็นข้อสังเกตว่าหน่วยงานควรมีการทำงานเชิงรุกในการตรวจสอบพฤติกรรมที่อาจส่อ หรือเข้าข่ายซื้อเสียงในการเลือกตั้ง โดยไม่ควรรอให้มีการเรียกร้องจากประชาชนอย่างเดียว ควรมีมาตรการเชิงรุกในการสอบสวน ดำเนินการแฝงตัวเข้าไปภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่ง กกต. ได้ตอบกลับผ่านกรรมาธิการวิสามัญฯ ว่า กกต. มีกระบวนการต่อเนื่องในการตรวจสอบและร้องเรียน ซึ่งตนคิดว่าสิ่งที่ กกต. ตอบมา อาจจะไม่ได้สอดคล้องกับสิ่งที่ กกต. ปฏิบัติจริง

นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

 

นางสาวรักชนก ได้โชว์รูปพร้อมชื่อของหญิงคนหนึ่ง พร้อมบอกว่า ถ้าได้ติดตามข่าวมีกรณีของคุณญาณี ที่ปรากฏในรายงาน กกต. โดยโอนเงิน 860,000 บาทให้แก่นายสุรชัย ซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายสืบสวนของ กกต. การโอนเงินนี้อยู่ในระหว่างวันที่ 7-22 เม.ย. 2567 ซึ่งเป็นการคาบเกี่ยวกระบวนการเลือก สว. แต่ปรากฏว่าเลขาธิการ กกต. ได้ออกมาชี้แจงว่าเงินจำนวนนี้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. ไม่ได้เกี่ยวกับการเลือก สว. อีกทั้งยังมีคำสั่งให้พนักงานท่านนี้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว ดิฉันตั้งคำถามว่าคนโอนเงินโดนอะไร แล้วในกรณีนี้ได้มีการสืบสวนสอบสวนไปถึงไหนแล้ว เป็นเพราะ กกต. เกรงใจใคร ท่านญาณีเป็นผู้สนิทสนมหรือไม่

นางสาวรักชนก ยังได้เปิดภาพ สว. ชาย พร้อมบอกว่า สิ่งหนึ่งที่ กกต. ต้องระวังคือ ผลประโยชน์ทับซ้อน มี สว. คนหนึ่งชื่อว่า นายประณีต เคยถูกยื่นร้องต่อ กกต. ว่า สมัคร สว. โดยที่รู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติ เนื่องจากมีประสบการณ์ในการทำงานด้านที่สมัครไม่ถึง 10 ปี และบอกว่าเป็นนักกีฬาอาวุโส ซึ่ง กกต. ก็เชื่อคนง่ายเหลือเกิน ดันไปเชื่อ แล้วชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่เป็นคนเติมให้ และเมื่อไม่นานนี้ก็ปรากฏว่ามีการโทรหาเลขาธิการ กกต. 39 วินาที ซึ่งตนเองเป็น สส. มา 4 ปี ยังไม่มีเบอร์เลขาธิการ กกต., เลขาธิการ ป.ป.ช. หรือเลขาธิการสภาฯ ด้วยซ้ำ แต่ท่าน สว. บุรีรัมย์ คนนี้ กลับโทรหาเลขาธิการ กกต. 39 วินาที

 

ซึ่งประชาชนก็สงสัยว่า โทรคุยอะไรกัน และนายประณีต ได้แจ้งเบาะแสการโกง สว. หรือไม่ และหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า สว. คนนี้ เป็นอดีตคนขับรถของปู่ชัย ชิดชอบ ตนถึงต้องตั้งข้อสังเกตว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ พร้อมย้ำว่า กกต. ต้องทบทวนข้อสังเกตที่ตนกล่าวตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ประพฤติตัวให้ประชาชนสงสัยว่า ทำตรงข้ามกับการต่อต้านการทุจริต หรือเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการอาชญากร-อาชญากรรมสีน้ำเงิน

 

นางสาวรักชนก ยังกล่าวถึงแผนส่งเสริมประชาธิปไตย โดยตั้งคำถามว่าจะส่งเสริมไปทำไม ในเมื่อ กกต. ปากว่าตาขยิบ ถ้า กกต. เองยังไม่สามารถที่จะทำในสิ่งที่ได้เขียนเอาไว้ในแต่ละโครงการได้

 

นางสาวรักชนก เปิดเผยว่า มีคนเอาสำนวนข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. มาวางไว้ที่หน้าห้องของตน พร้อมอ่านข้อความว่า มีผู้ที่ถูกกล่าวหาคนแรก ชื่อตัวย่อ น. หนู ขึ้นต้นด้วย สระเอ ลงท้ายด้วย บ. ใบไม้ ชี้แจงในสำนวนว่า ข้าพเจ้าประกอบอาชีพธุรกิจหลายด้าน ซึ่งบุคคลคนนี้อยู่ที่บุรีรัมย์ ในเอกสารที่ชี้แจง กกต. บอกว่า เขาไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย กฎหมายสั่งห้ามไม่ให้ทำ ทำไม่ได้อยู่แล้วในการเข้าไปยุ่งเลือก สว. พร้อมยังอยากจะตั้งข้อสังเกตว่า ใครที่อยากรับตำแหน่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรอิสระ ถ้าอยากจะดำรงตำแหน่งที่หมายปอง ต้องตีตั๋วไปที่บุรีรัมย์ ต้องดูหน้า ดูตา ดูโหงวเฮ้งกันก่อนว่า ใช้ได้หรือไม่

 

นางสาวรักชนก กล่าวว่า ตนอยากจะให้ กกต. หรือ ป.ป.ช. ไปตรวจสอบตั๋วเครื่องบินของคนที่กำลังจะแต่งตั้งโยกย้ายแล้วมาอยู่ในตำแหน่งสูง ๆ ว่าในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา มีการตีตั๋วไปที่บุรีรัมย์จริงหรือไม่ และการไปบุรีรัมย์นี้อาจเป็นเหตุผลที่ว่าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในวันนั้น อาจจะไม่ได้ไปสวัสดีนายกรัฐมนตรีก็ได้ อาจจะต้องไปบุรีรัมย์ด้วยเหตุผลอีกเหตุผลหนึ่งหรือไม่ ตนก็ไม่ทราบ เป็นการตั้งข้อสังเกตว่าคนที่จะขึ้นตำแหน่งใหญ่โต ต้องไปบุรีรัมย์หรือไม่

"วันนี้ยังอยู่ในอำนาจวาสนากันอยู่ มีองค์กรต่าง ๆ หรือมีคนที่คอยคุ้มกะลาหัว ก็เลยสามารถที่จะใช้อำนาจกันได้ ทั้งในสภาและนอกสภา ทั้งองค์กรอิสระ ใช้อำนาจกันอย่างเหิมเกริม ไม่เห็นหัวประชาชน แต่ต้องระวัง เพราะอำนาจเป็นของที่ไหลลื่นได้ และวันหนึ่งถ้าไม่มีอำนาจคุ้มกะลาหัวขึ้นมา อาจจะต้องถึงวันที่ท่านโดนเช็กบิล ทำอะไรไว้ ระวังสิ่งที่ได้ทำเอาไว้ มันจะย้อนกลับมาในอนาคต" น.ส.รักชนก กล่าว

ข่าวล่าสุด