นายพิชิต กล่าวย้ำถึงกรณีของนายศักดิ์สยาม หลังจากที่ได้ฟังความคืบหน้าจาก พล.ต.ต.วิชัย ว่า เรื่องนี้แทบไม่มีความคืบหน้า เพราะสิ่งที่เรามายื่นในวันนี้เพื่อไม่อยากให้ประธานรัฐสภาตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพราะมองว่าเป็นการเตะถ่วงเวลา
ส่วนที่มีการอธิบายว่า เพื่อเป็นการพิจารณาที่รอบคอบ ซึ่งข้อเท็จจริงตนมองว่า เรื่องนี้มีความรอบคอบอยู่แล้วตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
“ผมไม่ไว้วางใจคณะกรรมการชุดดังกล่าว รวมถึงประธานรัฐสภา เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทย และมีความใกล้ชิดกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ดังนั้นสังคมจึงตั้งคำถามว่าเป็นการฟอกผิดหรือการถ่วงเวลาเพื่อพวกตัวเองหรือไม่ รวมถึงเป็นการหมกเม็ดหรือช่วยเหลือนายศักดิ์สยามหรือไม่” นายพิชิต กล่าว
เมื่อถามถึงการตั้งกรอบระยะเวลาในการดำเนินการเรื่องนี้ นายพิชิต ระบุว่า เราจะเริ่มปฏิบัติการพร้อมกับการเคลื่อนไหวใหญ่ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่จะเข้าร่วมในการเคลื่อนไหวเอาประเทศไทยคืนมา และเป็นการรวมพลังในทุกประเด็น ซึ่งเราจะร่วมเปิดโปงข้อเท็จจริงในหลายประเด็น
เมื่อถามว่า เรื่องของนายศักดิ์สยามจะมีน้ำหนักจนสามารถปลุกมวลชน ออกมาเคลื่อนไหวได้หรือไม่ นายพิชิต ระบุว่า จะเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ไปพ่วงกับอีกหลายประเด็น ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับพรรคภูมิใจไทย ทั้งโกงสอบท้องถิ่น ฮั้ว สว. ซึ่งหากเรื่องของนายศักดิ์สยามอธิบายไม่ชัดเจน จะกลายเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับมวลชนได้ตั้งคำถามและขยับออกมาร่วมกับเราได้มากขึ้น