สำหรับการประชุมครั้งที่ 25/2569 สำนักงาน กสทช. มีการเสนอวาระเข้าสู่การพิจารณาจำนวน 82 เรื่อง รวม 193 วาระ ครอบคลุมทั้งเรื่องที่มีความจำเป็นต้องตัดสินใจในระดับนโยบาย ตลอดจนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานและภารกิจเร่งด่วนของสำนักงาน
หนึ่งในวาระสำคัญ คือ การเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติการเดินทางเข้าร่วมการประชุมใหญ่ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็มของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-27 พ.ย. 2569 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ รวมถึงเรื่องสิทธิในการใช้วงโคจรดาวเทียม 119.5 องศาตะวันออก ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาระทางการเงินของสำนักงาน กสทช. โดยสำนักงานมีภาระต้องชำระเงินจำนวน 10 ล้านบาทให้แก่บริษัทเอกชน ตามคำพิพากษาคดีที่สำนักงานเป็นฝ่ายแพ้คดี และเตรียมเสนอขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางเพื่อดำเนินการตามคำพิพากษา
148 วาระสำคัญค้างเพียบ
ขณะที่ข้อมูลจากภาคผู้บริโภค ระบุว่า ปัจจุบัน กสทช. มีวาระค้างพิจารณาอยู่ประมาณ 148 เรื่อง ครอบคลุมปัญหาที่มีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง ทั้งภัยคุกคามจาก SMS หลอกลวงและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับค่าบริการโทรศัพท์และโทรคมนาคม
ก่อนหน้านี้ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค พร้อมเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค และนายชาคริต ดิเรกวัฒนะชัย อุปนายก สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ได้เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการ กสทช. เรียกร้องให้สำนักงานเร่งอำนวยความสะดวกในการจัดประชุมบอร์ด เพื่อให้สามารถพิจารณาและลงมติในเรื่องต่างๆ ได้ตามกฎหมาย
น.ส.สุภิญญา ระบุว่า ไม่ควรปล่อยให้การประชุม กสทช. ล่มซ้ำ เพราะกรรมการที่เหลือยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้ โดยกรรมการแต่ละคนมีสิทธิออกเสียงคนละ 1 เสียง และหากมีกรรมการเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 4 คน ก็สามารถดำเนินการประชุมและลงมติได้ พร้อมยกกรณีในปี 2560 ที่ตำแหน่งประธาน กสทช. ว่างลงจากการพ้นวาระเมื่ออายุครบ 70 ปี แต่กรรมการที่เหลือร่วมกับสำนักงาน กสทช. สามารถจัดประชุมวาระพิเศษ เพื่อเลือกประธานคนใหม่ได้ทันที โดยองค์กรไม่ได้หยุดชะงัก
ทีวีดิจิทัลเร่งโรดแมปก่อนใบอนุญาตหมดอายุ ปี 72
อีกประเด็นที่ภาคอุตสาหกรรมกังวล คือ อนาคตของโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดินและโครงข่ายฟรีทีวี ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางหลังใบอนุญาตประกอบกิจการจะทยอยหมดอายุในปี 2572 โดยนายชาคริต กล่าวว่า โทรทัศน์ดิจิทัลและโครงข่ายฟรีทีวี มีความสำคัญในฐานะช่องทางที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะในสถานการณ์ภัยพิบัติ ซึ่งประชาชนอาจไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตามปกติ
ภาคอุตสาหกรรมจึงต้องการให้ กสทช. เร่งจัดทำแผนแม่บทและโรดแมปที่ชัดเจน ทั้งแนวทางต่ออายุใบอนุญาต ทิศทางอุตสาหกรรม และการบริหารจัดการโครงข่าย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนลงทุนและปรับตัวได้ล่วงหน้า
นายชาคริต ระบุว่า สมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือถึง กสทช. มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาเรื่องยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการประชุมบอร์ด จึงต้องการให้สำนักงานเร่งอำนวยความสะดวกและเปิดทางให้คณะกรรมการกลับมาทำหน้าที่ได้โดยเร็ว
สภาผู้บริโภค – สมาคมทีวีดิจิตอลฯ ยื่นสำนักงาน กสทช. แจ้ง นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ – จี้เปิดประชุม กสทช. พร้อมเตรียมขอ ป.ป.ช. ตรวจสอบหากสำนักงาน กสทช. ยังไม่ดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้(9 ก.ย.69) สภาผู้บริโภคและสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลฯ เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการ กสทช. ขอให้สำนักงานแจ้งให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น พร้อมสนับสนุนการประชุมของกรรมการ กสทช. ที่เหลือเพื่อเร่งเคลียร์ 148 วาระค้าง ส่งผลกระทบต่อการเดินหน้าอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โทรทัศน์ และเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
เร่งคลี่ปมสถานะประธาน กสทช. ก่อนเดินหน้าตัดสินใจเรื่องสำคัญ
โดย น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า การผลักดันให้ กสทช. กลับมาเปิดประชุมจำเป็นต้องทำควบคู่กับการสร้างความชัดเจนเรื่องสถานะของผู้ทำหน้าที่ประธาน เพราะการประชุมและการออกมติขององค์กรกำกับดูแลต้องมีความชัดเจนทั้งเรื่องผู้ใช้อำนาจและกระบวนการตัดสินใจ
ทั้งนี้ แม้ว่าเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งที่ 952/2569 กลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น และให้รับคำฟ้องของ ศ. คลินิก นพ.สรณ ที่ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งวินิจฉัยว่า ศ. คลินิก นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. มาตั้งแต่ต้นไว้พิจารณา แต่คดียังต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป การรับคำฟ้องจึงยังไม่ใช่การชี้ขาดว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาถูกหรือผิด
อีกทั้งในคำสั่งศาลยังระบุด้วยว่า กรรมการ กสทช. เท่าที่เหลืออยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 4 คน เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะด้านวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก
การที่ นพ.สรณ ฟ้องคดีเพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ไม่ได้ทำให้การบังคับตามคำวินิจฉัยนั้นหยุดลงโดยอัตโนมัติ จึงขอให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการให้สถานะการปฏิบัติหน้าที่มีความชัดเจน และแจ้งให้ นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
หากสำนักงาน กสทช. ยังไม่ดำเนินการเพื่อให้กรรมการที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้กลับมาประชุม ทั้งที่มีข้อกฎหมายรองรับการทำหน้าที่ของกรรมการที่เหลือ สภาผู้บริโภคและเครือข่ายฯ จะพิจารณายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่
“วันนี้มีวาระจำนวนมากที่รอการพิจารณา ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โทรทัศน์ และโดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ถ้าไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ ประเทศชาติจะเสียหายมหาศาล และหลายเรื่องกระทบผู้บริโภคโดยตรง หากกฎหมายเปิดทางให้กรรมการที่เหลือสามารถทำหน้าที่ได้ แต่ยังไม่มีการดำเนินการให้เกิดการประชุม ก็จำเป็นต้องมีคำอธิบายว่าเกิดจากเหตุใด หากยังไม่มีความชัดเจน เราจะพิจารณาใช้ช่องทางทางกฎหมายเพื่อให้มีการตรวจสอบต่อไป” สุภิญญากล่าว
สมาคมทีวีดิจิทัลฯ ทวงโรดแมปทีวี ก่อนหมดปี 72
ด้าน นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ระบุว่า การยื่นหนังสือฯ ดังกล่าวถึงสำนักงาน กสทช. ครั้งนี้ จะติดตามความคืบหน้าและทวงถามโรดแมปอนาคตทีวีดิจิทัลร่วมด้วย เนื่องจากใบอนุญาตปัจจุบันจะสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2572 แต่ภาคอุตสาหกรรมยังไม่ได้รับความชัดเจนว่า หลังจากนั้นระบบโทรทัศน์ภาคพื้นดินจะเดินต่อในรูปแบบใด
นายชาคริต ระบุว่า โรดแมปไม่ได้มีผลเฉพาะต่อการวางแผนของสถานีโทรทัศน์ แต่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจลงทุนและการผลิตเนื้อหาในช่วงเวลาที่เหลือก่อนหมดอายุใบอนุญาต ปัจจุบันอุตสาหกรรมโทรทัศน์ดิจิทัลมีมูลค่าประมาณ 60,000 ล้านบาท แต่เริ่มเห็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการบางส่วนลดการลงทุน ทั้งการผลิตละคร รายการวาไรตี้ และข่าว หากความไม่แน่นอนยืดเยื้อ ผลกระทบอาจส่งต่อไปถึงคุณภาพและความหลากหลายของเนื้อหาที่ประชาชนได้รับ รวมถึงมีผลกระทบคนที่เกี่ยวข้องและในอุตสาหกรรมโทรทัศน์กว่า 30,000 – 50,000 ตำแหน่งด้วย
สมาคมฯ จึงต้องการเห็นทั้งกรอบเวลาและทิศทางที่ชัดเจนก่อนถึงปี 2572 ว่า ทีวีดิจิทัลจะเปลี่ยนผ่านไปอย่างไร เพื่อให้ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตเนื้อหา และประชาชนสามารถเตรียมตัวได้ทัน แทนที่จะปล่อยให้เวลาที่เหลืออยู่หมดไปโดยยังไม่มีคำตอบ ทั้งนี้การทวงถามโรดแมปทีวีดิจิทัลจึงเป็นอีกตัวอย่างของเรื่องที่ยังรอการตัดสินใจจาก กสทช. และสะท้อนเหตุผลที่สภาผู้บริโภคและสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลฯ ต้องการให้การประชุมของกรรมการกลับมาเดินหน้าต่อโดยเร็ว