เปิดประวัติ “หมอเอก”โฆษกรัฐบาลคนใหม่ เสริมทัพสื่อสารผลงานรัฐบาลหนู
08 ก.ย. 2569 | titayu_pur

ทำความรู้จัก "หมอเอก" นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกรัฐบาลคนใหม่ หลัง ครม.มีมติแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ และให้เริ่มงานทันที เปิดประวัติและผลงานตรวจสอบเด่น
ข่าว
08 ก.ย. 2569 | titayu_pur

ทำความรู้จัก "หมอเอก" นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกรัฐบาลคนใหม่ หลัง ครม.มีมติแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ และให้เริ่มงานทันที เปิดประวัติและผลงานตรวจสอบเด่น
KEY
POINTS
8 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก ดำรงตำแหน่ง โฆษกรัฐบาล คนใหม่ การแต่งตั้งครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาการสื่อสารผลงานของ รัฐบาลอนุทิน ให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ย้อนเปิดเส้นทางชีวิตจากแพทย์ฟุตบอลทีมชาติไทย สู่ อดีต สส.เชียงราย พรรคภูมิใจไทย และบทบาทดาวสภาผู้เปิดข้อมูลตรวจสอบการจัดซื้อ ATK ยุคโควิด-19
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอจำนวน 1 ตำแหน่ง ได้แก่ นายเอกภพ เพียรพิเศษ ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันนี้ (8 ก.ย. 69) เป็นต้นไป
นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ (หมอเอก) เกิด 15 มกราคม พ.ศ. 2519 (อายุ 50 ปี)
สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวจากแพทยสภา
เริ่มปฏิบัติงานแพทย์ในปี พ.ศ. 2545 มีประสบการณ์จัดการบริหารระบบสาธารณสุข และเคยดำรงตำแหน่งแพทย์ประจำสโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด รวมถึงแพทย์ประจำทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย
เส้นทางการเมือง เริ่มต้นจากการเป็น สส. เชียงราย เขต 1 สังกัดพรรคอนาคตใหม่ เมื่อปี 2562 ก่อนพรรคถูกยุบ ย้ายไปพรรคก้าวไกล และต่อมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย
ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนได้รับเก้าอี้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เมื่อช่วงการเลือกตั้ง หมอเอก มีผลงานตรวจสอบตอบโต้นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ประเด็นจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในช่วงโควิด-19 ปี 2564 โดยระบุว่าเป็นการซื้อในราคาที่แพงกว่าราคาของรัฐถึง 3 เท่า และส่อล็อกสเปกเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชน
- บทบาทการตรวจสอบ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ และชมรมแพทย์ชนบท
เปิดข้อมูลและหลักฐานจัดซื้อ ATK ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ของชมรมแพทย์ชนบท
มุ่งกรณีระดมทีมเข้ามาตรวจเชิงรุกใน กทม.
มีความผิดปกติในการจัดซื้อชุดตรวจของโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา กรณี “แบ่งซื้อ-แบ่งจ้าง” เลี่ยงระเบียบพัสดุฯ
ขุดประเด็น ATK ขึ้นมาตรวจสอบขยายผลช่วงก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ส่งผลกระทบโดยตรงกับ “หมอสุภัทร”
ช่วงเป็น รมว.สาธารณสุข ยุคโควิด โดนแพทย์ชนบทกดดัน
ล่าสุดลุยตรวจสอบงบประมาณและบอร์ด สปสช.
ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนของกรรมการในบอร์ดบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเอ็นจีโอและเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับแพทย์ชนบท
จี้ สตง. และ ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบความคุ้มค่าและระเบียบการเบิกจ่ายงบประมาณกองทุนบัตรทอง
ทั้งนี้ในการประชุม ครม.สัญจร เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก ซึ่งในขณะนั้น ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ของ นายภราดร ปริศนานันทกุล ได้ปรากฏตัวร่วมกับคณะดังกล่าว พร้อม ปฏิเสธกระแสข่าวเตรียมดำรงตำแหน่ง โฆษกรัฐบาล คนใหม่ โดยจะสลับเก้าอี้กับ รัชดา ธนาดิเรก เพื่อแก้ปัญหาการสื่อสารของรัฐบาล และมติความชัดเจนจากการ ประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้า ก่อนจะมี ครม.จะมีมติอย่างเป็นทางการในวันนี้
หลังมีมติ ครม.ในการแต่งตั้ง นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แถลงเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีก 3 คน ที่รัฐสภา
นพ.เอกภพ กล่าวว่า สิ่งที่มีการคาดการณ์กันในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ทีมโฆษกรัฐบาลในมิติใหม่ จะมีความเข้มข้นทางการเมือง มีการตอบโต้ทางการเมืองมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งตนและรองโฆษกสื่อสารกันว่า เราจะมีความเข้มข้นในเรื่องของข้อมูลและความรวดเร็วฉับไวในการให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงถึงประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่จะไม่เน้นการโต้วาทีหรือใส่อารมณ์ทางการเมือง จะเน้นการตอบโต้ข้อมูลเท็จด้วยข้อมูลจริง ซึ่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างก็ทำงานหนักอย่างเต็มที่ และทำเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือกพรรคใดก็ตาม ทีมโฆษกจะไม่ทำหน้าที่ใส่ไฟหรือเติมไฟทางการเมือง เพื่อแยกประชาชนออกเป็นกลุ่ม เป็นสี หรือเป็นคณะใด ๆ ทีมโฆษกจะให้ข้อมูลถึงประชาชนอย่างเต็มที่ และเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ นี่คือสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะทำ
พร้อมเชิญชวนคนในแวดวงการเมืองมาร่วมกันทำ แทนที่จะตอบโต้ทางการเมืองที่ไม่ได้ประโยชน์ เรามาช่วยกันปักธงทางความคิด ช่วยสร้างสิ่งใหม่ ๆ ว่าเราอยากทำอะไรให้เกิดขึ้นในประเทศไทย และนำพาประเทศไทยไปอยู่จุดไหน มีอะไรที่ทำให้ประเทศไทยสู้กับประเทศอื่นได้ ทำเศรษฐกิจดีขึ้นได้ ถ้าสิ่งไหนเป็นเรื่องดี ตนเชื่อแน่ว่าทุกคนในคณะรัฐมนตรีจะนำเรื่องนั้นไปปฏิบัติและไปใช้ แต่ถ้าเรื่องไหนที่คณะรัฐมนตรีทำได้ดีแล้ว ทีมโฆษกก็จะนำเรื่องนั้นมาสื่อสารกับประชาชนเช่นกัน
เมื่อถามว่า การตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่ เพื่อมาปิดช่องทางการเมือง จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนโฆษกบ่อย ๆ ใช่หรือไม่ นพ.เอกภพ กล่าวว่า คำว่าปิดช่องทางทางการเมือง หรืออยากให้มีความเข้มข้นทางการเมืองมากขึ้น ตนได้พูดไปแล้วว่า การสื่อสารของเราไม่เน้นตอบโต้หรือโต้วาทีทางการเมือง แต่จะให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับประชาชน และเป็นข้อมูลที่ตอบโต้ข้อมูลบิดเบือน ซึ่งไม่ใช่การโต้วาที ไม่จำเป็นที่โฆษกต้องมาคุยและพูดว่า ถนนเส้นนั้นตัดถนนเส้นนี้ ตนเป็นคนเชียงรายซึ่งไม่รู้จักถนนในกรุงเทพฯ และไม่ใช่ประโยชน์ต่อประชาชน
ดังนั้นจึงเชิญชวนคนที่ทำงานการเมืองมาร่วมกัน เราเห็นความท้าทายในการทำงานทางการเมือง โดยเฉพาะการปักธงทางความคิดและสร้างประเด็นใหม่ให้กับสังคม ทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน และประชาชนได้ประโยชน์มากกว่าดูการเมืองหรือสภาที่มีคนทะเลาะกันแล้วเป็นข่าว