4 ธันวาคม 2567 โดย "คุณปกรณ์ พึ่งเนตร บรรณาธิการบริหารเนชั่นทีวี" เดินทางมา "ประเทศอิสราเอล" เพื่อติดตามสภาพชีวิตของ "แรงงานไทย" หลังผ่านสงคราม "อิสราเอล" กับ "กลุ่มฮามาส" เมื่อปีที่ผ่านมา
ตามไปฟังเสียงคนไทยถึงในอิสราเอล
โดย คุณทินกร ไชโย หนุ่มไทยชาวชัยภูมิ วัย 41 ปี ที่ยืนยันว่าสถานการณ์ในอิสราเอลขณะนี้ปลอดภัยดี พวกตนซึ่งหมายถึงตัวเองและเพื่อนคนไทย สามารถทำงานและอยู่อาศัยได้อย่างสุขสบาย
ทินกรทำงานอยู่ในฟาร์มเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งมีชุมชนเล็กๆ อยู่ในนั้น เรียกว่า "โมชาฟ" (Moshav) ชื่อว่า "โมชาฟ ยาเท็ด" (Moshav Yated) เป็นฟาร์มที่อยู่ทางตอนใต้ของอิสราเอล ติดกับฉนวนกาซา ห่างกันเพียงไม่กี่กิโลเมตร
ทินกรไม่ได้กลับบ้านเกิดที่จังหวัดชัยภูมิเลย นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ กลุ่มฮามาสบุกโจมตีหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อ วันที่ 7 ต.ค.65 ทำให้มีผู้เสียชีวิตและถูกจับเป็นตัวประกันจำนวนมาก
โดยฟาร์ม "โมชาฟ ยาเท็ด" ที่ทินกรทำงานอยู่ ก็ถูกโจมตีด้วย ทั้งวันที่ 7 ต.ค.66 และอีกหลายเหตุการณ์หลังจากนั้นมา แต่ด้วยค่าแรงจำนวนไม่น้อย จากงานที่ทำ และการปฏิบัติอย่างดีของนายจ้างที่มีต่อทินกร และคนงานไทย ทำให้เขาตัดสินใจอยู่ต่อจนถึงวันนี้ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์อยู่ในระดับที่มั่นใจในความปลอดภัยได้เกือบ 100%
ทินกรทำงานที่ฟาร์มแห่งนี้มานาน 6 ปี และต้องการต่อสัญญาต่อไป แม้ด้วยสถานการณ์การสู้รบที่ยังไม่แน่นอน รัฐบาลอิสราเอลจึงอนุญาตให้ต่อสัญญาได้ปีต่อปีก็ตาม แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่อยากกลับบ้าน เพราะกลับไปก็ไม่มีงานอะไรให้ทำ โดยเฉพาะงานที่มีรายได้สูงถึงเดือนละ 8 หมื่นบาทเช่นนี้
ทุกวันนี้ทินกรโทรศัพท์คุยกับลูกและครอบครัวทุกวันหยุด และใช้ชีวิตกิน-อยู่-หลับนอน ไม่ต่างจากอยู่ประเทศไทย ทำอาหารไทยพวกตำแตง เลี้ยงไก่ และปลูกผักกินกันเอง
ทินกร เล่าว่า ทางบ้านติดต่อมาเรื่อย ให้เจ้าที่ อบต.โทรหาตนเรื่อย สอบถามว่าจะกลับประเทศไทยไหม ตนตอบไปว่าขออยู่ต่อดีกว่า เราอยู่ในพื้นที่ เรารู้ว่าปลอดภัย นายจ้างเค้าก็ใสใจเราดี เค้าบอกเราตลอด เค้าไม่ทิ้งเรา ก็เลยมั่นใจ
เพราะนายจ้างโอเคกับเรา ก็เลยเลือกที่จะอยู่ต่อ ทำไมถึงมั่นใจ เพราะนายจ้างดูแลเรา ถ้าเค้าไม่สนใจเรา ผมก็กลับเหมือนกัน เลยเลือกอยู่ต่อ รวมถึงครอบครัวก็ไม่ได้ว่าอะไร มีภรรยา และมีลูก 1 คนอยู่เมืองไทย
คุณปกรณ์ พึ่งเนตร บรรณาธิการบริหารเนชั่นทีวี คู่กับ คุณทินกร ไชโย
ที่พักแรงงานไทยในอิสราเอล ยังไงก็ต้อง น้ำพริกน้ำปลา-ครก-สาก และกระติบข้าวเหนียว จากประเทศไทย ซึ่งเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้ของคนไทยในต่างแดน
ทีมข่าวของเราได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล ที่นครเยรูซาเลม เมืองประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการ รัฐสภา และทำเนียบประธานาธิบดี
เจ้าหน้าที่รายนี้ ยืนยันว่า สถานการณ์สงครามกำลังดีขึ้น พื้นที่ทางตอนใต้ที่สู้รบกับกลุ่มฮามาสนั้น อิสราเอลสามารถควบคุมฉนวนกาซาได้เกือบหมดแล้ว ทำให้พื้นที่นี้ปลอดภัย ส่วนทางตอนเหนือก็ทำข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่าปีหน้า หรือปี 2025 จะเป็นปีที่ดีกว่าเดิม
ขณะที่ ฮีล่า โอฟด์ (Hila Oved) เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล บอกถึงมาตรการดูแลคนงานต่างชาติที่ทำงานในอิสราเอล โดยย้ำว่ารัฐบาลของตนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยห้ามแรงงานทุกประเทศ รวมทั้งไทย เข้าไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงอันตราย หรือ Red Zone อย่างเด็ดขาด
หากปีหน้าสถานการณ์สู้รบของอิสราเอลดีขึ้นจริงตามที่คาดหวัง ความต้องการแรงงานจำนวนมหาศาลก็จะตามมา เนื่องจากอิสราเอลเลือกที่จะไม่จ้างแรงงานชาวปาเลสไตน์ฉะนั้นดินแดนแห่งนี้อาจเป็นโอกาสและจุดหมายปลายทางของคนงานไทยที่ต้องการไปทำงาน หาเงิน ในยุคที่เศรษฐกิจไทยยังลูกผีลูกคน ไม่มีความแน่นอน แม้แต่นโยบายการแจกเงินหมื่นของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
ดูคลิป