การประชุมดังกล่าวมีการกำหนดบทบาทของหน่วยงานรัฐในพื้นที่ให้เป็นฟันเฟืองสอดรับกันอย่างเป็นระบบ โดยมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทำหน้าที่เป็นแกนกลางประสานการสนับสนุนด้านการพัฒนา ขณะที่ พลเอก มณี จันทร์ทิพย์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ โดยวางให้กำลังทหารเป็นกลไกเข้าถึงพื้นที่และเชื่อมความร่วมมือกับภาคประชาชน ควบคู่กับการดึงหน่วยงานพลเรือนเข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะวิชาชีพ
ยึดหลัก "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ครอบคลุม 3 จว.ใต้ และ 4 อำเภอสงขลา
สำหรับกรอบพื้นที่เป้าหมาย ครอบคลุม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) โดยใช้หลักยุทธศาสตร์พระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" เริ่มตั้งแต่การสำรวจปัญหาเชิงลึก ความต้องการที่แท้จริงของราษฎร ตลอดจนประเมินศักยภาพและต้นทุนทางวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น เพื่อป้องกันปัญหาการดำเนินโครงการที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของชุมชน
เชื่อมตลาด-ห้องเย็น ต่อยอดห่วงโซ่มูลค่า สร้างสันติสุขยั่งยืน
ในมิติเชิงพาณิชย์และเศรษฐกิจชุมชน แผนการดำเนินงานในปี 2570 จะมุ่งเน้นการต่อยอดผลผลิตจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่า ตั้งแต่การฝึกอบรมทักษะ การควบคุมมาตรฐานการผลิต ตลอดจนการเปิดช่องทางกระจายสินค้าผ่านตลาดกลางการเกษตรและห้องเย็น เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรสามารถสร้างรายได้จริงและช่วยให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
ทั้งนี้ แผนงานดังกล่าวยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้านการส่งเสริมอาชีพและยกระดับความเป็นอยู่ของราษฎร โดยฝ่ายความมั่นคงมองว่าความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจระดับครัวเรือนและชุมชน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดเงื่อนไขความขัดแย้ง และสร้างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้อย่างยั่งยืน