บุ๋ม ปนัดดา แถลงปม ก๊อต อธิป รุกป่า 100 ไร่ ช็อกลากไส้ ขอหย่า
27 ต.ค. 2569 | titayu_pur

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมทีมทนาย ชี้แจงกรณี ก๊อต อธิป ถูกเพจดังแฉ รุกป่าสงวน 100 ไร่ เปิดหลักฐานโต้ พร้อมลั่นขอหย่า
ข่าว
27 ต.ค. 2569 | titayu_pur

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมทีมทนาย ชี้แจงกรณี ก๊อต อธิป ถูกเพจดังแฉ รุกป่าสงวน 100 ไร่ เปิดหลักฐานโต้ พร้อมลั่นขอหย่า
KEY
POINTS
27 ตุลาคม 2569 บุ๋ม ปนัดดา หรือ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ควงทีมทนายความตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่ ชี้แจงกรณีเพจดังออกมาแฉ ก๊อต อธิป สามี ปมบุกรุกพื้นที่ รุกป่าสงวน 100 ไร่
หลังกลายเป็นประเด็นร้อนกับหลากหลายเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ “ดารา พิธีกรสาวชื่อดัง บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ทั้งกรณีสามีบุกรุกที่ดินราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก กรณี “น้องอันดามัน” ลูกสาวถูกคู่กรณีที่ขับรถชนบุกโวยวายหน้าบ้าน กรณีที่เธอออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ตัดพ้อทำนองว่า อธิษฐานขอให้คนคิดร้ายออกไปจากชีวิต แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นคนใกล้ตัวที่ทำให้เจ็บจี๊ด และคาดไม่ถึงว่า “คนที่ไว้ใจ...ร้ายที่สุด” รวมถึงประเด็นเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดีที่หลายคนเกิดความสงสัย
ล่าสุด เมื่อช่วง 16.00 น. ที่ผ่านมา “บุ๋ม ปนัดดา” พร้อมทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ออกมาร่วมกันแถลงข่าวกับสื่อมวลชน โดยมีน้องอันดา ลูกสาว มาร่วมให้กำลังใจและร่วมการแถลงเปิดใจครั้งนี้ด้วย
บุ๋ม ปนัดดา ชี้แจงถึงเรื่องที่ดินในพื้นที่ จ.นครนายก พร้อมกับนำสัญญาซื้อขายมาแสดง โดยยอมรับว่า “สามีเป็นคนไปทำสัญญาซื้อขายจริง” ใช้เงินจำนวน 2.5 ล้านบาท ภายหลังมีกระแสข่าวเรื่องยอดเงินเพิ่มเป็น 7 ล้านบาท ซึ่งเป็นการทำสัญญาซื้อขาย ไม่ใช่การเช่า โดยเธอเพิ่งจะทราบเพราะไปพบเอกสารที่สามีเก็บไว้ในเซฟ
เธอยอมรับตามตรงว่า “สามีไม่ได้บอกและไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน” เพิ่งมารู้ทีหลัง และไม่เคยแม้แต่จะไปเหยียบสถานที่นั้น เนื่องจากตัวเธอเองทำงานหนัก และโฟกัสกับการดูแลลูกและมูลนิธิมาโดยตลอด
บุ๋ม ปนัดดา เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ระบุว่า ชีวิตคู่เริ่มมีรอยร้าว ห่างเหิน แยกกันอยู่ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 จนถึงปี 2568-2569 เนื่องจากเริ่มพบพฤติกรรมและความผิดปกติหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการจัดการเงินทองและเรื่องส่วนตัว จับได้ว่ามีความสัมพันธ์กับลูกสาวของพี่เลี้ยง อายุ 17 ปี และพาผู้หญิงไปเลี้ยงดู จากนั้นจึงแยกกันอยู่โดยไม่สนใจกัน
เธอยอมรับว่า ที่ผ่านมาพยายามประคับประคองสถานะความเป็น “พ่อและแม่” รวมถึงทำหน้าที่ของภรรยาอย่างเต็มที่ที่สุด เพื่อให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบและให้ลูก ๆ มีสภาพแวดล้อมที่ดี แต่สุดท้ายเมื่อทัศนคติและการใช้ชีวิตสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ประกอบกับปัญหาที่สะสม ทำให้ต้องตัดสินใจแยกทางกันอย่างเป็นทางการ และขอเป็นผู้ดูแลลูก ๆ น้องอเล็กซ์และน้องอาเธอร์ด้วยตัวเองทั้งหมด
บุ๋ม ปนัดดา ยังเอ่ยปากร้องขอว่า “พี่ก๊อต เราหย่ากันเถอะ” โดยนัดสามีของเธอเจอกันที่เขตบางพลัด เวลา 09.00 น. ไปที่เขตบางพลัดเพราะความหมายดี ก็หวังว่าสามีจะมา โดยเธอบอกว่าไม่ต้องการที่จะฟ้องชู้ ขอแค่หย่ากันดี ๆ จบกันสวย ๆ ต่างคนต่างไป
บุ๋มเล่าว่า ในช่วงปลายปี 2568 ถึงช่วงเดือนตุลาคม 2569 เธอเพิ่งมารู้ทีหลังว่า เงินจำนวน 7 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินส่วนตัวของเธอที่เก็บไว้ในตู้เซฟ และเงินที่ให้ไว้ ได้หายไปจากตู้เซฟ โดยสามีเป็นคนนำออกไป
ยืนยันว่า เงินจำนวน 7 ล้านบาทที่เป็นประเด็นนั้นเป็นเงินส่วนตัวของเธอเองที่นำมาใช้บริหารจัดการ แต่เมื่อเกิดปัญหาความไม่โปร่งใสและการนำเงินไปใช้โดยที่เธอไม่ได้มีส่วนรู้เห็น จึงต้องให้ทนายความเข้ามาช่วยตรวจสอบและจัดการตามกฎหมายเพื่อความถูกต้อง
เมื่อเริ่มตรวจสอบเอกสารและพบความผิดปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงมีเจ้าหนี้ติดต่อโทรมาทวงเงินค่าที่ดินและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เธอไม่ได้มีส่วนรู้เห็น ทำให้เธอต้องตัดสินใจเปิดตู้เซฟเช็กดู และนำไปสู่การเผชิญหน้าเพื่อเคลียร์ความจริง จนกระทั่งตัดสินใจแยกทางกันในที่สุด
ช่วงที่บุ๋ม ปนัดดา ร่ำไห้หนักที่สุด คือช่วงที่เธอเล่าถึงบุคคลที่ใกล้ชิด คนที่ไว้ใจร้ายที่สุด ก็คือกรณีที่เธอพูดถึงหญิงสาวคนสนิทที่เรียกเธอว่า และเธอก็รักหญิงสาวคนนี้เหมือนลูก ซึ่งเข้ามามีความสัมพันธ์กับสามีของเธอ เธอเล่าว่ารู้จักกันมากว่า 10 ปี และเพิ่งรู้ว่าเขาเข้า ๆ ออก ๆ ที่บ้านมานานแล้ว แต่มักจะกลับก่อนที่ตนเข้าบ้าน ที่ผ่านมาไว้ใจมาก ถึงขั้นเข้าออกบ้านได้สบาย เพิ่งทราบว่ารถที่เขาขับ สามีเธอก็ซื้อมาให้ เมื่อ 13 กันยายน ตนไลน์ไปถามเขาว่าทำทำไม ทั้งที่รู้ว่าเวลาที่เธอทะเลาะกับสามี สามีเขาเป็นคนแบบไหน เขาด่าตนเป็นชั่วโมง เขานั่งอัดคลิปเสียง เขาขู่ว่าถ้าวันนี้พูดถึงเขา เขาจะปล่อยคลิป
“วันนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว ถ้าหนูจะทำลายแม่ขนาดนี้ หนูทำเลย แม่ไม่เหลืออะไรแล้ว ความไว้ใจที่แม่ให้กับผู้ชาย แม่ยังไม่เจ็บขนาดหนูเลยลูก แม่โคตรรักหนูเลย หนูทำอย่างนี้กับแม่ได้ยังไง”
บุ๋ม ปนัดดา ยังกล่าวถึงประเด็นของลูกสาวที่ขับขี่รถยนต์ชนรถจักรยานยนต์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีคนมาโวยวายที่หน้าบ้าน ระบุว่า มีเรื่องหนึ่งที่อยากขอร้อง เธอบอกว่า 6 ปีที่แต่งงานกันมา สามีเขาไม่เคยสนใจน้องอันดา แต่ปรากฏว่าก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ อยู่ ๆ เขาโทรหาพี่เลี้ยง มาถามว่าน้องอันดาอยู่ที่ไหน พักที่ไหน เธอจึงสงสัยบุคคลที่เป็นคู่กรณีที่ถูกขับรถชน ซึ่งขับขี่มาจากสุพรรณบุรี เธอจึงต้องไปที่สถานีตำรวจเพื่อให้เห็นหน้าคู่กรณี โดยไม่ทราบว่าเรื่องนี้เขา-ใครอยู่เบื้องหลัง แต่ตั้งข้อสังเกตว่ามันบังเอิญเกินไป
ด้านน้องอันดาเล่าว่า เขามาหน้าบ้าน เธอกำลังจะออกไปเรียน มันน่ากลัวมาก มาทั้งกลางวันกลางคืน เขาพยายามจะให้ลงมาให้ได้ พยายามจะเจอตัวอันดาให้ได้ ตอนที่รถชนทำให้ไม่กล้าขับรถและกลัวรถจักรยานยนต์มาก
ส่วนกรณีที่เพจ “ออยศรีและผองเผือก” ออกมาเปิดเผยและตั้งข้อสังเกตเรื่องบัญชีเงินบริจาคขององค์กร มูลนิธิทำดี “บุ๋ม ปนัดดา” บอกว่า “เอาเลย ชีวิตกูไม่เหลืออะไรแล้ว หมดแล้ว” แต่หากอยากดูมูลนิธิ อยากตรวจสอบ ก็ยินดี เงิน ทรัพย์สินทุกอย่างที่เป็นของมูลนิธิ ไม่มีอะไรเป็นของส่วนตัวเธอ และไม่กลัวว่าสามีจะเอาเงินของมูลนิธิไปใช้ เพราะเป็นเงินที่ผ่านบัญชีมูลนิธิ สามีของเธอไม่สามารถเบิกนำออกมาใช้ได้
กรณีที่เพจออยศรีตั้งข้อสงสัยว่าทำไมมี 2 บัญชีธนาคาร บุ๋ม ปนัดดา ให้คนสนิทช่วยชี้แจงร่วมกับตัวเธอ ระบุว่า บัญชีแรกเปิดโดยใช้ชื่อมูลนิธิ ส่วนอีกบัญชีเป็นขององค์กร เพราะขณะนั้นยังไม่เป็นมูลนิธิ และเป็นบัญชีเก่าที่โพสต์ไว้ในโซเชียลมีเดีย
ส่วนกรณีที่มีสองบัญชีขึ้นสองบัญชี เป็นบัญชีค้างเก่า ยืนยันว่ามีบัญชีเดียวที่ใช้รับการบริจาคเข้ามูลนิธิ
บุ๋ม ปนัดดา กล่าวน้ำตาคลอว่า ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว ก็ได้แต่เล่าให้ฟัง ยอมเปิดใจเปิดทุกอย่าง เพราะชีวิตไม่เหลืออะไรแล้ว เหลือแค่ขอเพียงอย่างเดียว ให้มาหย่ากัน วันนี้จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาถูกต้อง เจ้าหนี้ที่อยากได้เงินคืนจากสามีของเธอ ยินดีจะช่วยจัดหาทนายให้ ส่วนผู้หญิงคนไหนที่อยากได้ตัวสามีของเธอ ก็เอาไปเลย
ก่อนจบการแถลงข่าว นักข่าวถามว่าปัญหาชีวิตครั้งนี้หนักที่สุดในชีวิตหรือไม่ และ 6-7 ปีที่ผ่านมา เสียหายหมดไปเท่าไหร่
บุ๋ม ปนัดดา บอกว่า สูญเสียมาก แต่ก็คุ้มที่ได้ลูกชาย 2 คนที่น่ารักมา บุ๋มมีความสุขกับการเป็นแม่ บุ๋มอาจจะไม่มีดวงด้านความรัก เรื่องผู้ชายดูไม่เป็น ครั้งหน้าขอให้ช่วยสแกนกันหน่อย แต่ขอไม่เอาแล้ว เจ็บมาพอแล้ว ขอใช้ชีวิตอยู่กับลูกง่าย ๆ เรียบ ๆ แบบของบุ๋มดีกว่า
ส่วนที่พาทนายตุ๋ยมาด้วยวันนี้ ถ้าเขาไม่ยอมหย่า ก็คงต้องฟ้องหย่า เขาจะมาวันพรุ่งนี้หรือไม่ รอทนายเขาติดต่อมา ส่วนเขาจะออกมาโต้แย้ง ออกมาชี้แจง ก็เป็นสิทธิของเขา
ภายหลังจบการแถลงข่าว บุ๋ม ปนัดดา เข้าไปสวมกอดกับคุณต๊ะ นรากร พิธีกรร่วมรายการทอล์กโชว์ พร้อมกับร่ำไห้ โดยมีคุณต๊ะปลอบให้กำลังใจ