เนชั่นทีวี

ข่าว

เงื่อนไข “ครูใหญ่” กับ 3 สูตรกล้าธรรม..กล้าค้ำ "รัฐบาล"

22 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

เงื่อนไข “ครูใหญ่” กับ 3 สูตรกล้าธรรม..กล้าค้ำ "รัฐบาล"

เจาะลึกการเมืองหลังซักฟอก! เงื่อนไข "ครูใหญ่บุรีรัมย์" กับ 3 สูตรดึง "กล้าธรรม" ร่วมรัฐบาล ตั้งแต่ยกพรรค 58 เสียง โมเดลทยอยย้ายสวามิภักดิ์ลดอำนาจต่อรอง, ไปจนถึงการเล่นบทเฉยดัดหลัง

เจาะลึกการเมืองหลังซักฟอก! เงื่อนไข "ครูใหญ่บุรีรัมย์" กับ 3 สูตรดึง "กล้าธรรม" ร่วมรัฐบาล ตั้งแต่ยกพรรค 58 เสียง โมเดลทยอยย้ายสวามิภักดิ์ลดอำนาจต่อรอง, ไปจนถึงการเล่นบทเฉยดัดหลัง

KEY

POINTS

  • เปิด 3 สูตรดึงกล้าธรรม: วิเคราะห์ 3 แนวทางดึงพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล หลังเจอเงื่อนไขจาก "ครูใหญ่บุรีรัมย์"
  • ชี้สูตร 2 มีน้ำหนักสุด: โมเดลทยอยย้ายเข้าภูมิใจไทยช่วยลดแรงกดดันโควตา ครม. และเกลี่ยตำแหน่งง่ายขึ้น
  • เล่นบทเฉยลดอำนาจต่อรอง: แกนนำรัฐบาลพร้อมใช้ท่าทีนิ่งเฉยเพื่อบีบให้กล้าธรรมยอมรับข้อเสนอพบกันครึ่งทาง

22 ตุลาคม 2569 วิเคราะห์ทิศทางและสมการการเมืองล่าสุด ภายหลังเสร็จสิ้นศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับทัพรัฐบาล "ครม.หนู2" และการดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมค้ำเสถียรภาพรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย


ซึ่งหลังจบศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากไม่เล่นเกมกันหนักจนต้องไปซักฟอกนอกสภา มีงานใหญ่ที่จะเกิดขึ้น คือ ปฏิบัติการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล 


แม้หลายฝ่ายจะเชื่อว่า เรื่องนี้มี “โอกาสสูง” ในแบบที่ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ในทางการเมือง “ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน” 


ล่าสุด เริ่มมีข่าวใหม่ของความไม่แน่นอน ผ่าน “เงื่อนไข” ของ “ครูใหญ่บุรีรัมย์” ทำให้เกิด 3 แนวทาง 3 สูตร ว่าด้วยการดึงกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล 

สูตร 1 ดึงเข้าร่วมทั้งพรรคในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ 

รูปแบบ: ยกพรรคกล้าธรรมเข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการทั้งหมด 58 เสียง

 

  • ข้อจำกัดทางกฎหมาย: กระแสข่าวเรื่อง "การควบรวมพรรค" เข้ากับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนั้น จริงๆ แล้วไม่สามารถทำได้ตามข้อกฎหมายพรรคการเมืองในปัจจุบัน ขัดมาตรา 99 ของรัฐธรรมนูญ 
  • ทางแก้ / ช่องลอด : “ไพบูลย์ นิติตะวัน โมเดล” กรณี สส. หนึ่งเดียวของพรรคประชาชนปฏิรูป ยุบหรือเลิกกิจการพรรคตัวเอง แล้วย้ายเข้าพลังประชารัฐ 


ล่าสุดมีอีก 1 ช่องทาง จาก ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

“หากจะย้ายสังกัดจริงๆ อาจต้องใช้โมเดลให้พรรคมีมติในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจไปในทางใดทางหนึ่ง แล้วให้ สส. โหวตสวนมติพรรคเพื่อขับตัวเองออกจากพรรค” 

 

  • ปัญหา/ความลักลั่น : การขับ สส. ออกทั้งพรรค 58 คน รวมไปถึงกรรมการบริหารพรรคด้วยนั้น ในทางปฏิบัติและภาพลักษณ์ทางการเมืองถือว่าเกิดขึ้นได้ยากและดูผิดธรรมชาติอย่างยิ่ง 

สูตร 2 ทยอยข้ามขั้วเป็นกลุ่ม “โมเดล สวามิภักดิ์"

รูปแบบ: สส. ทยอยย้ายจากกล้าธรรมเข้าภูมิใจไทย เป็นกลุ่มหรือเป็นมุ้ง 

** ใช้เงื่อนไขการโหวตสวนมติพรรคแล้วให้ถูกขับออก เพื่อย้ายมาซบพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 

  • ข้อดี : ฝั่งแกนนำรัฐบาลอย่างภูมิใจไทย ไม่ต้องเผชิญแรงกดดันจากการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีแบบยกพรรค เช่น ไม่ต้องยกโควตา 4-5 ตำแหน่งให้กล้าธรรมในคราวเดียว

 

  • และเมื่อ สส. ย้ายเข้ามาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน จะไม่มี "โควตาพรรคกล้าธรรม" ค้ำคอ แต่จะกลายเป็น สส. พรรคเดียวกันทั้งหมด ทำให้การเกลี่ยตำแหน่งรัฐมนตรีทำได้ง่ายขึ้น เข้าคิวรอรอบหน้าได้ สามารถจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีช่วย (รมช.) ให้กลุ่มนำร่องไปก่อน 1–2 ตำแหน่ง ซึ่งปัจจุบันมีว่างอยู่ 1 ตำแหน่ง โดยไม่กระทบกระเทือนสัดส่วนเดิมของกลุ่ม สส.บ้านใหญ่เดิม และอาจตั้งเงื่อนไขสลับหมุนเวียนตำแหน่งเมื่อครบวาระ 1 ปี 

 

สูตร 3 เล่นบทเฉย / รักษาระยะห่าง ไม่เร่งรีบดึงเข้า 

รูปแบบ: แกนนำรัฐบาลใช้ท่าทีนิ่งเฉยเหมือนช่วงแรกของการฟอร์มรัฐบาล 

ไม่เปิดดีลหรือปรับ ครม. ในทันที เนื่องจากรัฐบาลเพิ่งผ่านศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาได้แล้ว และมีเสถียรภาพเสียงในมือรองรับอยู่ และเพื่อไทยไม่แตกแถว ย่อมไม่มีเหตุดึงพรรคอื่นเข้า 

  • เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์: เป็นการ "ดัดหลังและลดอำนาจต่อรอง" ของพรรคกล้าธรรม เพราะเมื่อรัฐบาลไม่ต้องรีบร้อนพึ่งพาเสียงเพิ่ม การเล่นบทเฉยจะบีบให้พรรคกล้าธรรมต้องยอมรับเงื่อนไขการเข้ามาแบบทยอยกลุ่ม ตามแนวทางที่ 2 แทนที่จะเข้ามาต่อรองแบบยกพรรค 

 

ข้อสังเกต

1. ปัญหาคุณสมบัติของแกนนำตัวจริงของกล้าธรรม อย่าง "ผู้กองธรรมนัส" ยังเป็นข้อกังวลค่ายน้ำเงิน และนายกฯอนุทิน ทำให้สูตร 2 มีความเป็นไปได้สูง นั่นคือ ร.อ.ธรรมนัส ยังคงรักษาฐานที่มั่นคุมพรรคเดิมไว้ แล้วส่งตัวแทนหรือ สส. บางกลุ่มเข้าไปร่วมรัฐบาลก่อน 

2. เป็นโมเดลทดสอบ 

  •  การส่ง สส. เข้าร่วมรัฐบาลบางส่วน เปรียบเสมือนการ "ส่งตัวแทนลงสนาม" เพื่อดูว่าได้รับการดูแลและจัดสรรตำแหน่งจริงตามข้อตกลงหรือไม่ 
  •  หากมีปัญหาในอนาคต ก็ยังมีพรรคเดิม และผู้กองธรรมนัส เป็นฐานรองรับให้ถอยกลับมาได้ 


คล้ายกับบทเรียนในอดีตช่วงพรรคเศรษฐกิจไทยและพรรคพลังประชารัฐ (ผู้กองยก สส.กว่า 20 คน ออกจากพลังประชารัฐ ไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย โดยใช้โมเดลขัดมติพรรค ขับออก แต่ภายหลัง ใกล้เลือกตั้ง ก็หวนกลับมา 

3. การเล่นบทเฉยของแกนนำรัฐบาล จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง เพื่อกดดันให้ผลลัพธ์สุดท้ายไหลไปลงเอยที่ แนวทางที่ 2 “พบกันครึ่งทาง” คือเข้ามาบางส่วน เกลี่ยตำแหน่งแบบไม่เสียหน้า และไม่สร้างแรงกระเพื่อมต่อโควตารัฐมนตรีเดิม

ข่าวล่าสุด