เนชั่นทีวี

ข่าว

กทม.เตรียมประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้ง 50 เขต หลังประกาศแล้ว 3 เขต

26 ก.ย. 2569 | prisana_tha

กทม.เตรียมประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้ง 50 เขต หลังประกาศแล้ว 3 เขต

กทม.เตรียมประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้ง 50 เขต หลังประกาศแล้ว 3 เขต หนองจอก–สวนหลวง-คันนายาว เปิดทางหน่วยงานเข้าช่วยเหลือประชาชนเต็มระบบและรวดเร็ว

กทม.เตรียมประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้ง 50 เขต หลังประกาศแล้ว 3 เขต หนองจอก–สวนหลวง-คันนายาว เปิดทางหน่วยงานเข้าช่วยเหลือประชาชนเต็มระบบและรวดเร็ว

KEY

POINTS

  • กทม.ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย หลังเกิดอุทกภัย ได้แก่ หนองจอก สวนหลวง และคันนายาว รวม 13 แขวง เพื่อเร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน
  • ชัชชาติ ประชุมด่วน 50 เขต วาง 7 มาตรการรับมือน้ำท่วม ทั้งดูแลกลุ่มเปราะบาง เปิดศูนย์พักพิง จัดจุดจอดรถ เสริมกระสอบทราย จัดการจราจร เร่งระบายน้ำ และบูรณาการข้อมูล
  • กทม.เตรียมพร้อมขยายประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย หากพื้นที่อื่นเข้าเกณฑ์ พร้อมให้ประชาชนเก็บหลักฐานความเสียหาย และแจ้งเหตุผ่าน Traffy Fondue หรือสายด่วน กทม. 1555

26 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องนานกว่า 24 ชม.ส่งผลให้น้ำท่วมกทม.หลายพื้นที่ โดยเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ลงนามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร เรื่อง เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าว

 

การประกาศดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 69 เกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ ส่งผลให้การสัญจรและการเข้าถึงพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก และมีผลกระทบต่อสาธารณชน จึงกำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็น เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัยและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พื้นที่ประกาศครอบคลุม 3 เขต รวม 13 แขวง ได้แก่

- เขตหนองจอก 8 แขวง ได้แก่ แขวงกระทุ่มราย แขวงหนองจอก แขวงคลองสิบ แขวงคลองสิบสอง แขวงโคกแฝด แขวงคู้ฝั่งเหนือ แขวงลำผักชี และแขวงลำต้อยติ่ง

 

- เขตสวนหลวง 3 แขวง ได้แก่ แขวงอ่อนนุช แขวงพัฒนาการ และแขวงสวนหลวง

 

- เขตคันนายาว 2 แขวง ได้แก่ แขวงรามอินทรา และแขวงคันนายาว

 

การดำเนินการในพื้นที่จะเป็นไปภายใต้ พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564–2570 และแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2564–2570 รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการตามขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้อง หากมีพื้นที่อื่นที่เข้าหลักเกณฑ์การประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยต่อไป

 

กทม.เตรียมประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้ง 50 เขต หลังประกาศแล้ว 3 เขต

ชัชชาติ ประชุมด่วน 50 เขต ตอนตี 5 วาง 7 มาตรการ รับมืออุทกภัย เปิดศูนย์พักพิง

 

26 กันยายน 2569 เวลา 05.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์อุทกภัย 50 สำนักงานเขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) พร้อมกำชับหน่วยงานและสำนักงานเขตเร่งดำเนินมาตรการดูแลประชาชนในพื้นที่ และบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

 

โดยนายชัชชาติ มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ 7 มาตรการสำคัญ ดังนี้

 

1. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้งกรุงเทพมหานคร โดย กทม.เตรียมเอกสารและร่างประกาศกำหนดพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนตามหลักเกณฑ์ พร้อมให้สำนักงานเขตประชาสัมพันธ์และแนะนำประชาชนในการรวบรวมหลักฐานความเสียหาย อาทิ ภาพถ่ายก่อนและหลังเกิดน้ำท่วม เพื่อประกอบการขอรับความช่วยเหลือต่อไป

 

กทม.เตรียมประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้ง 50 เขต หลังประกาศแล้ว 3 เขต

 

2. เร่งสำรวจและดูแลผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง โดยให้สำนักงานเขตร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางในชุมชน โดยพิจารณาตามความจำเป็นในการดูแล ทั้งผู้ที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์หรือจำเป็นต้องส่งต่อสถานพยาบาล และผู้ที่สามารถดูแลในพื้นที่หรืออพยพไปยังศูนย์พักพิงได้ พร้อมจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณสำหรับภารกิจเร่งด่วน

 

3. จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวและจุดจอดรถ ให้สำนักงานเขตพิจารณาโรงเรียนในสังกัด กทม. เป็นศูนย์พักพิงหลัก เนื่องจากมีความพร้อมด้านอาคารและห้องน้ำ พร้อมรายงานจำนวนผู้เข้าพักและความสามารถในการรองรับให้ส่วนกลางทราบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประสานภาคเอกชนจัดหาจุดจอดรถชั่วคราวสำหรับประชาชนที่ต้องอพยพ และเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และระบบสุขาภิบาลให้เพียงพอ

 

4. บริหารจัดการกระสอบทรายให้เพียงพอในจุดเสี่ยง มอบหมายสำนักการระบายน้ำเป็นหน่วยงานหลักในการประสานจัดสรรกระสอบทรายและทราย ขณะที่สำนักงานเขตบริหารกำลังเจ้าหน้าที่และประสานประชาชนในพื้นที่ เพื่อเร่งกรอกและจัดวางกระสอบทรายในจุดที่จำเป็น

 

5. ดูแลการจราจรและจัดยานพาหนะช่วยเหลือประชาชน ให้สำนักงานเขตและเจ้าหน้าที่เทศกิจประสานตำรวจจราจรในพื้นที่ เพื่อจัดระบบการเดินทางและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมรวบรวมยานพาหนะของ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับสนับสนุนการรับ–ส่งประชาชน รวมถึงเร่งเคลื่อนย้ายรถที่จอดเสียหรือกีดขวางเส้นทาง และเฝ้าระวังสะพานหรือเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

 

6. เร่งระบายน้ำ พร้อมดูแลความสะอาดและสุขอนามัย เมื่อระดับน้ำลดลง ให้สำนักงานเขตเร่งทำความสะอาด เก็บขยะและวัสดุที่อาจกีดขวางทางน้ำบริเวณปากท่อและช่องทางระบายน้ำ เพื่อให้น้ำระบายได้สะดวก พร้อมสำรวจความต้องการห้องสุขาเคลื่อนที่ในพื้นที่และประสานการสนับสนุน รวมถึงตรวจสอบสุขอนามัยและความปลอดภัยของศูนย์พักพิง

 

7. บูรณาการข้อมูลและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง กทม.กำชับทุกหน่วยงานประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะระหว่างสำนักงานเขตกับหน่วยงานส่วนกลาง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมประชุมติดตามสถานการณ์ครั้งถัดไปในเวลา 12.00 น. ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom)

 

ทั้งนี้ กทม.จะติดตามสถานการณ์น้ำและผลกระทบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับมาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง

 

พบปัญหาน้ำท่วมขัง แจ้ง กทม. ได้ทันทีที่

 

-Traffy Fondue หรือสายด่วน กทม. 1555

-Line: @Traffyfondue

-Facebook: ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกทม.

-ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม 0 2248 5115

-กรณีฉุกเฉิน หรือต้องการบริการด้านการแพทย์และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีเงื่อนไขทางการแพทย์โทร. 1669

ข่าวล่าสุด