เนชั่นทีวี

ข่าว

"พลพีร์" สั่งย้ายสุสานยิวฉะเชิงเทรา "พลพีร์" ลุยเช็ก 1.4 หมื่นนอมินี

07 ก.ย. 2569 | titayu_pur

"พลพีร์" สั่งย้ายสุสานยิวฉะเชิงเทรา "พลพีร์" ลุยเช็ก 1.4 หมื่นนอมินี

"พลพีร์" สั่งย้ายร่างออกจากสุสานยิวเถื่อนฉะเชิงเทรา เร่งตรวจสุสานเจริญกรุง พร้อมยื่นเดดไลน์ 15 วัน ขยายผลกวาดล้าง 1.4 หมื่นบริษัทนอมินีทุนสีเทาถือครองที่ดิน

"พลพีร์" สั่งย้ายร่างออกจากสุสานยิวเถื่อนฉะเชิงเทรา เร่งตรวจสุสานเจริญกรุง พร้อมยื่นเดดไลน์ 15 วัน ขยายผลกวาดล้าง 1.4 หมื่นบริษัทนอมินีทุนสีเทาถือครองที่ดิน

KEY

POINTS

  • สั่งย้ายศพสุสานยิวเถื่อนฉะเชิงเทรา: มหาดไทยเตรียมสั่งย้าย 3 ร่างออกจากสุสานยิว อ.บางคล้า หลังพบสร้างผิดกฎหมายและหมดอายุ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสุสานยิวเจริญกรุง 4-5 แห่งทั่วกรุงเทพฯ
     
  • เดดไลน์ 15 วัน กวาดล้าง 1.4 หมื่นบริษัทนอมินี: สั่งกรมที่ดินร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ เอกซเรย์ 14,000 บริษัทต่างชาติลักลอบถือครองที่ดินกว่า 5,800 แปลง มูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท พร้อมบังคับจำหน่ายและดำเนินคดี
     
  • เร่งขยายผลยึดทรัพย์กลุ่มทุนสีเทาต่างชาติ: ดีเอสไอเตรียมรับเป็นคดีพิเศษมูลค่าความเสียหายเกิน 300 ล้านบาท พร้อมสอบสวนเชิงลึกหลังพบคนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถูกนำชื่อไปใช้เป็นนอมินีจัดตั้งบริษัท

7 กันยายน 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่สั่งการเร่งด่วนกรณีพบ สุสานชาวยิว ไร้ใบอนุญาตใน อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เตรียมใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งย้ายร่างผู้เสียชีวิตออกทันที พร้อมขยายผลตรวจสอบสุสานชาวยิว ย่านเจริญกรุง และทั่วประเทศให้เสร็จใน 1-2 วัน เพื่อป้องกันการแอบอ้างทำผิดกฎหมายและปราบปรามกลุ่ม ทุนสีเทา ก่อนกางแผนร่วมกับ DSI และ ปปง. ขีดเส้น 15 วัน เอกซเรย์กวาดล้าง นอมินีสีเทา กว่า 1.4 หมื่นบริษัทที่ถือครองที่ดินผิดกฎหมายมูลค่า 6 หมื่นล้านบาทอย่างจริงจัง

 

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีพบสุสานชาวต่างชาติในอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการขออนุญาตตั้งแต่ปี 2564 และได้รับอนุญาตในปีเดียวกัน แต่เมื่อปี 2566 ใบอนุญาตหมดอายุ ผู้ประกอบการมีความประสงค์จะยื่นขอต่อใบอนุญาต จากนั้นนายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่สำรวจ พบว่าเป็นการก่อสร้างที่ผิดมาตรฐานหรือข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด เช่น ระยะห่างจากถนนและแม่น้ำ จึงไม่มีการต่อใบอนุญาตให้ แม้ต่อมาจะมีการยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น แต่ไม่ได้รับคำอุทธรณ์ ก่อนจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ ณ ปัจจุบันถือว่าไม่มีใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสุสาน

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นศพ 4 ร่างที่ประชาชนกังวล เชื่อว่ามี 1 ร่างที่เสียชีวิตในช่วงปี 2564-2566 ซึ่งเป็นช่วงที่มีใบอนุญาต แต่อีก 3 ร่างนั้นเสียชีวิตในช่วงที่ไม่มีใบอนุญาตและไม่ได้แจ้งหน่วยงานในพื้นที่ ทางอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีหนังสือสั่งการให้ย้ายทั้ง 3 ร่างออกจากพื้นที่ ส่วนร่างที่มาในช่วงที่มีใบอนุญาตถือว่าทำถูกต้องตามกฎหมาย ตนได้กำชับปลัดอำเภอให้ตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากพบว่าไม่ถูกต้องก็จะให้ดำเนินการย้ายออกเช่นกัน

 

เมื่อถามถึงกรณีสุสานชาวยิวในพื้นที่เจริญกรุง กรุงเทพมหานคร ที่มีกระแสข่าวว่าไม่มีใบอนุญาตมาเป็นเวลา 30 ปี นายพลพีร์ กล่าวว่า ที่เจริญกรุงหลังจากไปตรวจสอบพบว่าน่าจะมี 4-5 แห่งที่นำร่างผู้เสียชีวิตไปบรรจุ จะดำเนินการตรวจสอบระเบียบและข้อกฎหมายทั้งหมด รวมถึงสุสานทั่วประเทศว่ามีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบรายละเอียดแล้ว คาดว่าไม่เกิน 1-2 วันน่าจะทราบผล

 

สุสานชาวยิวที่บางคล้า ฉะเชิงเทรา

 

เมื่อถามว่า ปัญหาที่เกิดจากชาวอิสราเอลได้ลุกลามไปทั่วประเทศ นายพลพีร์ กล่าวว่า เรื่องคนสัญชาติอิสราเอลเป็นประเด็นในประเทศไทยมาโดยตลอด ยืนยันว่าตนไม่ได้นิ่งเฉย โดยได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เกาะสมุย และเกาะพะงัน ซึ่งตนได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแล้ว ขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังพิจารณาว่าจะนำเรื่องนี้เข้าเป็นคดีพิเศษหรือไม่ เนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายเกินกว่า 300 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครองได้ขยายผลธุรกิจของคนกลุ่มนี้ไปมากแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน โดยทำงานร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และดีเอสไอ ส่วนในบางพื้นที่จะมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้ามาร่วมด้วยหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง

 

เมื่อถามย้ำว่า ปัญหาชาวต่างชาติในประเทศไทยมีมากหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายมีจำนวนมาก ทั้งบริษัทนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมายกว่า 1,500 บริษัท และบริษัทต่างชาติที่น่าสงสัยอีกประมาณ 14,000 บริษัท ถือครองที่ดินประมาณ 5,800 กว่าแปลง มูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท ตนได้เน้นย้ำกรมที่ดินและกระทรวงพาณิชย์ให้ทำงานร่วมกัน ในส่วนบริษัทที่กระทำผิดกฎหมายกว่า 1,500 แห่งนั้น จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการบังคับจำหน่ายออกทันที ส่วนบริษัทที่ต้องสงสัยขอเวลาตรวจสอบประมาณ 15 วัน หากพบว่าผิดจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

เมื่อถามว่า จะกำชับอย่างไรเมื่อพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีความหละหลวม นายพลพีร์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีกฎหมาย ชาวต่างชาติที่เข้ามาต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย ส่วนความละเลยของเจ้าหน้าที่ในการสำรวจหรือการออกใบอนุญาตนั้น ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง แต่เมื่อมีประเด็นนี้ออกมาพบว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องในส่วนของสุสาน ส่วนการโยกย้ายกรรมการผู้ถือหุ้นในบริษัทนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าตอนจดทะเบียนวันแรกเป็นคนไทย 100% หลังจากนั้นมีการปรับเปลี่ยนผ่านระบบออนไลน์ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่เห็นข้อมูล ตนจึงให้กรมการปกครอง กรมที่ดิน และกระทรวงพาณิชย์หารือกันเพื่อพัฒนาระบบหลังบ้านให้กระทรวงมหาดไทยสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น หากมีสัดส่วนชาวต่างชาติถือครองที่ดินหรือบริษัทผิดกฎหมายให้มีระบบแจ้งเตือน ขณะนี้กำลังพูดคุยกันอยู่

 

ขอให้ประชาชนอย่ากังวลใจ เพราะเราเห็นตัวเลขและชื่อบริษัททั้งหมดแล้ว ส่วนคนไทยที่มีส่วนร่วมในการจัดตั้งบริษัท เรากำลังตรวจสอบว่า มีศักยภาพเพียงพอในการจัดตั้งบริษัทหรือไม่ ขณะนี้ตรวจสอบไปประมาณ 50,000 ชื่อ พบว่ามีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรวมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวลเพราะไม่ทราบว่า คนเหล่านี้รู้ตัวหรือไม่ว่ามีชื่อถือครองบริษัทอยู่ หรือมีการรับจ้างหรือไม่ เราต้องเรียกบุคคลเหล่านี้มาสอบถาม ซึ่งต้องใช้เวลา

ยืนยันว่าจะดำเนินการต่อเนื่องเพราะเป็นข้อกังวลของประชาชน และนายกรัฐมนตรีที่จริงจังในเรื่องทุนสีเทา นอมินี สแกมเมอร์ และธุรกิจผิดกฎหมาย ตนจะพยายามเดินหน้าตีโจทย์ให้แตก และจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

ข่าวล่าสุด